เมื่อวาน (๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓) ข้าพเจ้าได้ร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ของปีที่สองที่เราได้ร่วมกระบวนการเช่นนี้... (R2R สสจ.ชลบุรี) โดยมี อ.แต้ม (ดร.จรวยพร) และพี่วิ เป็นหัวเรือใหญ่

ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความเติบโต อันเป็นความเติบโตที่ข้าพเจ้าไม่ได้วัดออกมาเป็นจำนวนของรายงานวิจัย หรือจำนวนคนที่เข้าร่วม หรือจำนวนครั้งที่เราจัด เพราะนี่เป็นเพียงตัวเลขที่อาจดูเหมือนเห็นความชัดเจน แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าเป็นข้อมูลที่หยาบเกินไป เพราะปริมาณตัวเลขที่มากๆ อาจไม่ได้สะท้อนถึงความลุ่มลึกแห่งนัยที่เกิดขึ้นได้เสมอไป

ความเปลี่ยนแปลงที่ข้าพเจ้าได้ซึมซับ...

ไม่ว่าจะเป็นที่ รพ.บ้านบึง ดังที่ได้เขียนถึงบ้างแล้วใน BAR R2R รพ.บ้านบึง และ AAR R2R รพ.บ้านบึง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในคนหน้างานแทบทุกระดับ โดยเฉพาะในห้องแห่งการเรียนรู้ที่เราพบปะกันสามครั้ง ของคนหน้างาน R2R ที่มาเจอกันเดือนละหนึ่งครั้ง สิ่งหนึ่งที่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คือ ความไม่ผูกขาดทางอำนาจทางการศึกษาที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็นการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และเกื้อหนุนกัน เกิดการช่วยเหลือและแบ่งปันกัน ดั่งเช่น เมื่อมีการนำเสนอความก้าวหน้าในงานของตนเอง ทุกคนในกลุ่มที่นั่งเรียนรู้ร่วมกัน จะช่วยกันคิด แชร์ความคิดเห็น บางครั้งมีการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมระหว่างกันเกิดขึ้น โดยที่ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวข้าพเจ้า หรือ R2R - Fa ท่านอื่นๆ ทุกคนสามารถคิดและเสนอมุมมองตามทัศนะของตนเองได้อย่างเต็มเปี่ยม

บรรยากาศที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มเอิมใจอย่างมาก... เป็นปิติสุขที่เกิด พี่ๆ หลายท่านที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ ในความเป็นกัลยาณมิตรที่เราช่วยกัน ช่วงเช้ามีคนหน้างาน R2R หลายท่านที่ไม่ได้เข้า ทีแรกข้าพเจ้าคิดว่าหายไปเลย แต่...พอช่วงบ่ายได้เจอ รู้สึกประทับใจ ช่วงเช้าที่ไม่ได้มาเพราะมีงานใหญ่ที่โรงพยาบาล แต่ช่วงบ่ายยังกรุณานำงานและความก้าวหน้าของตนเองมาบอกเล่า

ข้าพเจ้าเห็นความทุ่มเทและความใส่ใจ ... ไม่ว่าจะเป็นคุณอำนวย R2R อย่างพี่ตุ่ม - คุณผ่องใส เจนศุภการ ที่ได้ทำงานร่วมกันมาปีนี้เป็นปีที่สอง และพี่หน่อง - ภญ.สุภาตา ทองสดายุ ที่เดิมทีปฏิเสธไม่มา แต่พี่หน่องมองว่าน่าจะเป็นตัวแทนของวิชาชีพเภสัชที่เข้ามาช่วยเหลือส่วนรวมได้มากขึ้น...แม้ว่าสุขภาพร่างกายจะไม่อำนวยแต่พี่หน่องก็มา และเต็มที่กับงาน...ที่เราร่วมกันทำและยังขันอาสาไปช่วยทำการบ้านช่วยกันในประเด็นที่เราสงสัยในงานของเภสัชท้อป... พี่อุ๋ย ไม่ได้จบโทมาแต่กระบวนการคิดและความสร้างสรรค์ทำให้พี่อุ๋ยสรรค์สร้างทางปัญญาต่อยอดทางความคิดจากเรื่องเล่าของคนอื่นและสามารถเติมเต็มแบบช่วยกันคิดช่วยกันมอง... พี่ตุ้มโมง สะท้อนถึงบุคลิกของความเนิบช้าที่มีความยั่งยืน...มาต่อยอดงาน R2R จากปีที่แล้วและขยายผลต่อ แม้ว่าส่งงานเข้าร่วมมหกรรม R2R จะไม่ได้รับคัดเลือก แต่...พี่ตุ้มโมงก็ไม่ได้ละทิ้งงาน R2R ที่ตนเองทำ และยังมีการขยายผลในเชิงเครือข่ายต่อ

มันคือความสุข...ของคนที่ได้นั่งร่วมกัน ณ ตรงนั้นในหกชั่วโมง...

มันคือ ความเติบโตทางภายใน ที่ได้แสดงออกมาภายใต้พื้นที่แห่งบรรยากาศของความเป็นกัลยาณมิตร...

เพียงเท่านี้...ก็คุ้มค่าแล้วสำหรับการเดินทางไปรับใช้ผู้อื่นในความเป็น R2R - Fa ของข้าพเจ้า