Chief Executive Officers

ผู้บริหารระดับสูง

หรือ นักบริหารระดับสูง (Chief Executive Officers)

                ปัจจุบันนี้ในวงการบริหารธุรกิจมักจะเรียกผู้บริหารหรือนักบริหารในอีกชื่อหนึ่งว่า “ผู้บริหารระดับสูง” หรือ “นักบริหารระดับสูง” ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษว่า “CEO” จึงควรที่จะมาทำเข้าใจกับ “CEO” ว่ามีที่มาและมีความหมายว่าอย่างไร

CEO มาจากคำเต็มว่า“Chief Executive Officers” ที่มาของคำนี้พบว่า ดร.เฮอตัน (Dr.Thomas R. Horton) ซึ่งทำงานให้ IBM อยู่ 18 ปี แล้วมาเป็นผู้บริหารระดับสูง (CEO) ของสมาคมจัดการแห่งอเมริกา (AMA) เมื่อ ค.ศ. 1982-1992 และเป็นที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยสเตทสัน ดร.เฮอตันได้ให้ความหมายของคำว่า “ผู้บริหารระดับสูง” ขององค์การ (CEO) ไว้ในหนังสือ The CEO Paradox ANACOM 1994 ว่า

ผู้บริหารระดับสูง (Chief Executive Officers) คือผู้นำในการทำงาน และงานของเขาเป็นภาระกิจเฉพาะที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ ดูแลการทำงานโดยรวมของกิจการในด้านการวางแผน กำหนดวาระการดำเนินการ กับต้องมีทักษะพิเศษของภาวะผู้นำที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ในด้านการมอบหมายงาน การสร้างทีมงาน การวินิจฉัยสั่งการ การจัดการด้านวัฒนธรรมขององค์การ

และมีผู้ให้ความหมายคำว่า นักบริหารระดับสูง ( Chief Executive Officers  =  CEO ) ไว้อีกว่า คือ คณะผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบ ในการบริหารองค์การโดยรวม ให้สามารถดำเนินงานไปได้ดี ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวในอนาคตข้างหน้า

จึงกล่าวได้ว่าผู้บริหารระดับสูงขององค์การนั้น มีหน้าที่หรือบทบาทที่เปรียบเสมือนกัปตันเรือที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางการเดินทาง เป้าหมาย และเส้นทางการเดินเรือ รวมทั้งการออกคำสั่งให้เรือออกเดินทางได้ ดังนั้นผู้บริหารระดับสูง จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงต่อการบริหารกลยุทธ์ขององค์การ

ผู้บริหารระดับสูง มักประกอบด้วย ผู้จัดการใหญ่ และ/หรือรองผู้จัดการใหญ่ และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ต่างๆซึ่งมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบบริหารงานขององค์การโดยรวมให้สัมพันธ์ต่อสภาพแวดล้อม กล่าวคือให้การดำเนินงานตามภารกิจนั้นๆ เป็นไปได้ด้วยดีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ผู้บริหารระดับสูง มักใช้เรียกกันในวงการบริหารธุรกิจ เช่น บริษัท โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ธนาคาร และ โรงแรม เป็นต้น

ในสหราชอาณาจักรและประเทศเครือจักรภพใช้คำว่า CEO เพื่อหมายถึงหัวหน้าผู้บริหารสูงสุดในหน่วยงานสาธารณะหรือของรัฐ ในขณะที่ในบริษัทส่วนบุคคลของอังกฤษใช้คำว่า “Managing Director” หรือ “ผู้จัดการใหญ่” หรือ“ผู้อำนวยการ”

ในประเทศไทยได้นำ CEO มาใช้ในวงการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดว่า “ผู้ว่าราชการจังหวัด CEO” หรือ “ผู้ว่า CEO” คือให้หน่วยงานราชการในจังหวัดมีการบริหารจัดการอย่างมียุทธศาสตร์โดย “ผู้ว่าฯ CEO” ที่เป็นหัวหน้าสูงสุดและคณะผู้บริหารจังหวัด ต้องพัฒนายุทธศาสตร์ขึ้นมาเอง และบริหารจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่รอรับนโยบายจากส่วนกลางหรือจากกระทรวงมหาดไทยอย่างเดียวอีกต่อไป

 

ผู้บริหารระดับกลาง (Middle Managers)

นอกจาก ผู้บริหารระดับสูง แล้ว ยังหน่วยงานบางหน่วยงาน กำหนดให้มี ผู้บริหารระดับกลาง อีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นรองผู้บริหารระดับสูงก็ได้ คำว่า “ผู้บริหารระดับกลาง” นี้ มีความเป็นมาจากการที่ลิซ่า ฮาเนเบิร์ก (Lisa Haneberg) ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ H.I.M.M. (High Impact Middle Management) ได้กล่าวว่า ผู้บริหารระดับกลาง เช่น ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ จนถึงรองประธานนั้นมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้กลยุทธ์การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปได้จริงในส่วนของการปฏิบัติการ ถ้าหากว่าผู้บริหารระดับกลางไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว ก็เป็นไปได้ยากที่องค์กรจะสามารถนำวิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ของ ผู้บริหารระดับสูง มาปฏิบัติให้เป็นผลสำเร็จได้

และลิซ่า ฮาเนเบิร์ก ได้ให้ความหมายของ ผู้บริหารระดับกลาง ว่า หมายถึง รองหัวหน้าหน่วยงาน ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ หรือหัวหน้าฝ่าย ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์การไปสู่การปฏิบัติ  เป็นผู้มีความสำคัญในการเชื่อมโยงและถ่ายทอดยุทธศาสตร์ที่เขียนไว้อย่างสวยหรูขององค์การออกมาเป็นแผนงาน โครงการ และให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ

    ขอยกตัวอย่างผู้บริหารระดับกลางที่เป็นรูปธรรมของไทยเรา คือมีข่าวที่น่าสนใจว่า กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่จะพัฒนาผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมการสำหรับการเป็นนักบริหารมืออาชีพ เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะ รวมทั้งประสานและร่วมมือกันทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป