การฟังแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ผมเองชอบไปพูดไปคุยกับเพื่อนครูหลายๆท่านครับ ทั้งที่เป็นผู้บริหารโรงเรียน และ ที่เป็นครูผู้สอน
หลายคนก็คุยกันเข้าใจกันดี และ ไปด้วยกันได้ดีครับ คุยไปเป็นแนวทางเดียวกัน ขณะที่ก็มีบางคนครับ คุยกับผมแล้วไม่เข้าใจกัน คุยกันไปคนละทิศคนละทาง เพราะเขาฟังแบบ I in me ครับ
คนที่คุยกับผมไม่เข้าใจแถมยังชอบขัดคอ บางครั้งก็ทำให้ผม "หงุดหงิด" อยู่เล็กๆ เพราะผมคุยอย่างหนึ่ง แต่เขากลับตีความไปอีกอย่างหนึ่ง นอกจากตีความผิดก็ยังพอทน แต่กลับมาโต้แย้งและขัดคอเพื่อที่จะเอาชนะผมอีก มันก็ยิ่งทำให้ผม "หงุดหงิดงุ่นง่านใจ" เข้าไปอีก นึกในใจว่าคนอย่างนี้จะต้องเอาให้อยู่
แว็บหนึ่ง แทนที่ผมจะมองเขาเป็นคู่ขัดแย้ง มองเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ผมจะเอาชนะเขาด้วยคำพูดตามเหตุผล ผมเปลี่ยนมาเป็น "มองเขาให้เข้าใจ" ลองตั้งใจฟังเขาให้เข้าใจแบบ I in you
เขาฟังเราแบบ I in me ไม่เป็นไร แต่ผมลองฟังเขาให้เข้าใจแบบ I in you โดยระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
เมื่อระงับอารมณ์ลงมาได้ ลองฟังเขาแบบ I in you ผมก็เริ่มเข้าใจ และ เห็นใจในสิ่งที่เขาพูด เพราะเขามีประสบการณ์เบื้องหลังที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยดี คำพูดของเขาจึงออกมาไม่ค่อยดี ออกมาทางต่อต้าน
แล้วผมก็เข้าใจและเห็นใจเขา แบบ I in you โดยไม่มองเขาเป็นคู่ กรณี หรือ คู่ต่อสู้
แต่มองเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
การได้คุยกับคนอื่นได้ความรู้ดีครับ แต่ต้องไม่เอาเราไปตัดสิน ท่านรองฯสบายดีนะครับ
* ครับ คุยกับคนอื่นได้ความรู้ดีครับ ความรู้บางอย่างอาจจะขัดกับเรา เราก็ต้องยอมครับ
* วันที่ 5 - 8 เดือนหน้า ผมไปฝางครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ
* การพยายามเข้าใจผู้อื่นและมองถึงประสบการณ์ที่ต่างคนต่างได้รับมาล้วนไม่เท่ากัน จะทำให้เราสุขุม สงบ... คล้ายๆกับการแผ่เมตตา
(ครับ เมื่อเราปรับมารับฟังโดยไม่ต่อต้าน เราก็เริ่มสงบขึ้นครับ คล้ายๆกับแผ่เมตตา)
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม
เรียนท่านอาจารย์small man
สวัสดีค่ะ
มาส่งความคิดถึงและชวนไปเอาบุญบั้งไฟด้วยกันค่ะที่
http://gotoknow.org/blog/0815444794/370867
มาตายี
เวลาพูดต้องมีคนฟัง" ได้ดีค่ะ เพราะถ้าไม่มีคนฟัง ก็คงไม่มีคนพูด
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม
ท่านอาจารย์small manครับ
แวะมาเรียนรู้การฟังแบบลุ่มลึกครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม