………เกษตรยั่งยืนเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะมีการใช้เทคโนโลยีตลอดจนสารเคมีอยู่บ้างเพื่อการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตร แต่ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีแผนใหม่ด้วยความระมัดระวังมิให้สิ่งแวดล้อมและสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรต้องถดถอยไป ในแนวความคิดของเกษตรยั่งยืนมักนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านหรือแนวทางที่เกษตรปฏิบัติอยู่ตั้งแต่ดั้งเดิมและเกิดประโยชน์มาใช้ควบคู่และดัดแปลงร่วมกันเทคโนโลยีแผนใหม่ เพื่อให้เกษตรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ที่ดินและสภาพแวดล้อมไม่ทรุดโทรมสามารถใช้ในการผลิตการเกษตรได้ชั่วลูกชั่วหลาน

……..ดังนั้นในเกษตรธรรมชาติจึงเน้นให้เกษตรพอใจแต่เพียงปัจจัยสี่เท่านั้น ไม่ต้องการความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยในชีวิต ขอให้แค่มี อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ซึ่งในสังคมปัจจุบันและอนาคตมนุษย์มิได้ใช้เพียงปัจจัยเหล่านี้ หากแต่มีปัจจัยอื่นๆ ร่วมเสริมทำให้เกิดความสะดวกสบายขึ้นอีกระดับหนึ่ง ดังนั้นเกษตรธรรมชาติจึงแตกต่างไปจากเกษตรยั่งยืน โดยที่เกษตรธรรมชาติเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสุดโต่ง ส่วนเกษตรแผนใหม่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้ประมาณสูงเพื่อส่งออกเป็นรายได้ของประเทศ โดยไม่คำนึงว่าสภาพแวดล้อมถูกทำลายทรุดโทรมลงไป เกษตรกรรมในลักษณะเช่นนี้เป็นการเกษตรพาณิชย์ (Commercial farming) และหลายๆ คนเรียกกันว่าเกษตรเคมี (Chemical farming) เพราะใช้สารเคมีมากมาย อันเป็นการเกษตรเพียงเร่งผลิตผลอย่างสุดโต่งอีกทางหนึ่ง

……….ส่วนการเกษตรยั่งยืนนั้นเป็นลักษณะที่ประนีประนอม (Compromization) อยู่ระหว่างกลางของเกษตรธรรมชาติและเกษตรพาณิชย์ ถือเอาหลักของมัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลางเป็นที่ตั้ง จะเอียงไปสู่เกษตรธรรมชาติมากหน่อยก็ในกรณีที่สิ่งแวดล้อมเสื่อมมากต้องอนุรักษ์เอาไว้ หรือจะเอียงไปสู่เกษตรพาณิชย์มากหน่อยก็ในกรณีที่ต้องเร่งการผลิตเพื่อหารายได้เพิ่มให้กับประชาชาติ สุดแท้แต่เหตุการณ์และเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง'

 

 

ที่มา: จากบทความ เก็บมาเล่า-เอามากระจาย ของคุณ ขนำเกษตรฅนไทย

http://board.dserver.org/s/starmon/00000114.html

 

 

อ่านแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ  สืบเนื่องมาจากการพัฒนาด้านการขนส่ง การแข่งขันทางการค้าและการผลิต หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้บางครั้งจำเป็นจะต้องมีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตด้านการเกษตร ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และคิดว่าหลักการผลิตของการเกษตรทั้งสามแนวทางที่ได้อ่านมานั้น วิถีปฏิบัติและแนวความคิดค่อนข้างต่างอย่างชัดเจนจนอาจเปลี่ยนไปสู่อีกแนวทางได้ยาก  หลักปฏิบัติแบบเกษตรธรรมชาติสามารถทำได้ในกลุ่มการเกษตรที่เพาะปลูกเฉพาะในครัวเรือน  ในขณะที่การเกษตรเชิงพาณิชย์ของเกษตรกรรายย่อย สามารถปฏิบัติตามวิถีของเกษตรยั่งยืน  แต่เกษตรที่เป็นอุตสาหกรรมอาจยังคงต้องใช้ระบบเกษตรเคมีเต็มรูปแบบ  ซึ่งก็น่าเห็นใจ  จึงคิดว่าสภาวะด้านสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นๆ เป็นปัจจัยหลักที่ควบคุมวิถีปฏิบัติทางการเกษตร