การเป็นผู้นำไม่ใช้หมายความแต่เพียงว่านำคนอื่นให้ทำตามเท่านั้น หรือหมายความผู้นำคือหัวหน้าห้อง หรือ คนที่เป็นหลักในการทำกิจกรรมหนึ่งๆ  ที่จริงแล้วการเป็นผู้นำที่แท้จริงนั้น จะต้องรู้จักที่จะเป็นผู้นำในตนเองให้ได้เสียก่อน ถึงจะสามารถนำคนอื่นได้
หากว่าไม่รู้จักนำตนเองก่อนแล้ว ก็ยากที่จะบรรลุประสิทธิผล  เช่น การเลือกตั้งหัวหน้าห้อง หากหัวหน้าห้องไม่สามารถนำตนเองได้แล้ว ก็ไม่มีทางที่จะสามารถนำคนอื่นได้ดีเช่นกัน  ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเป็นผู้นำคนอื่น แต่อย่างน้อยทุกคนจะเป็นผู้นำในตนเองให้ได้เพื่อการอยู่รอดในยุคสังคมปัจจุบันนี้ หากนักเรียนยังไม่รู้จักที่จะนำตนเองได้ เช่น เวลานี้ควรทำอะไร เวลานี้เราควรจะคิดเรื่องอะไรแล้วละก็ การที่นักเรียนจะทำอะไรสำเร็จซักอย่างจะดูเป็นเรื่องยากไปซะหมด เพราะนักเรียนมีแต่ความสับสนวุ่นวายใจ เพราะนักเรียนโยนการเป็นผู้นำในตนเองให้คนอื่น โดยกล่าวโทษคนอื่น  บ่น  แก้ตัว เป็นต้น
    การที่นักเรียนจะเป็นผู้นำในตนเองได้นั้น  นักเรียนจะต้องรู้จักอำนาจในตนเองเสียก่อน โดยนักเรียนจะต้องพัฒนาอำนาจที่ตนเองมีอยู่เดิม ซึ่งมีมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งมีทั้งหมด 4  ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์  สติปัญญา และ จิตวิญญาน ซึ่งการพัฒนาอำนาจทั้ง 4 ชนิดนี้ ไม่ได้หมายความว่านักเรียนจะมีอำนาจเหนือกว่าคนอื่น หรือเก่งกว่าคนอื่น ซึ่งได้มาจากการแข่งขัน แต่อำนาจในตนเองที่แท้จริงนั้นต้องมาจากการที่ตนเองไม่ได้เบียดเบียนใคร และไม่ได้แข่งขันกับใคร แต่เป็นการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งไร้ขีดจำกัด
ไร้คู่แข่ง พิจารณาในชีวิตจริงคนส่วนเข้าใจว่าอำนาจที่ได้รับนั้น คือตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต ซึ่งนั่นป็นอำนาจปลอมๆ ที่ได้มาแล้วอาจจะกลายเป็นผงธุลีภายในชั่วพลิบตาหากผู้นั้นไม่มีความเป็นผู้นำในตนเอง และไม่รู้จักใช้พลังอำนาจทั้ง 4 ชนิดนี้ในทางที่ถูกต้อง
    พลังอำนาจทางด้านร่างกาย เป็นอำนาจที่ได้จากการบำรุงด้วยสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นดูและสุขภาพอยู่เสมอ  ซึ่งหากนักเรียนพัฒนาอำนาจในส่วนนี้แล้วนักเรียนจะมีสุขภาพแข็งแรง มีความกระตือรือล้น และสุดยอด
ของลักษณะอำนาจที่แสดงออกมา คือ การมีวินัยในตนเอง (  Self-Discipline )  ที่เรียกว่ามีความฉลาดทางด้าน PQ
    พลังอำนาจทางด้านจิตใจ อารมณ์ เป็นอำนาจที่ได้จากการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเอง เพื่อนำตนเองไปสู่ความสำเร็จในเป้าหมายที่กำหนดได้ การสร้างแรงบันดาลใจจะต้องมีความมุ่งมันและความศรัทธาว่าตนจะทำให้สำเร็จได้ หากว่าเพียงแต่นักรียนคิดว่า โอ๋! ทำไม่ได้ ยากจัง ไม่สำเร็จแน่  ผลของความเชื่อนั่นจะเป็นจริงตามเทคนิคการคิดแบบสร้างสรรค์ Blue Rose แต่จะเป็นการทำลายมากกว่า ดังนั้นเราควรคิดว่าเราทำได้ เชื่อว่าเราทำได้ และมุ่งมั่นทำเต็มที่ เราจะมีแรงบันดาลใจ และเราสามารถจะประสบความสำเร็จได้แน่นอน จุดสุดยอดของลักษณะอำนาจที่แสดงออกมา คือ การมีความมั่นคงทางอารมณ์ ที่เรียกว่ามีความฉลาดทางด้าน EQ
    พลังอำนาจทางด้านสติปัญญา เป็นอำนาจที่ได้จากการรู้คิดด้วยปัญญา ด้วยเทคนิคต่างๆ และหลักการปฏิบัติสู่การฝึกฝนเป็นเวลานาน การคิดเป็นเรื่องที่สำคัญ สติปัญญาสามารถพัฒนาได้  โดยฝึกคิดให้เป็น โดยเลือกคิดให้เป็น ไม่ใช่คิดไม่เลือก   ฝึกคิดโดยใช้ลักษณะการคิดแบบต่างๆที่ได้เรียนไปแล้ว เราจะมีทักษะการคิดที่สูงขึ้น และสามารถพัฒนากระบวนการคิดได้อย่างเป็นกระบวนการมากขึ้น จุดสุดยอดของลักษณะอำนาจที่แสดงออกมา คือ  มีวิสัยทัศน์  ที่เรียกว่ามีความฉลาดทางด้าน IQ
    พลังงอำนาจทางด้านจิตวิญญาน เป็นอำนาจลึกล้ำภายในที่บ่งบอกของความเป็นนักสู้ที่แท้จริง  พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า  พร้อมที่จะปฏิบัติตามกติกาและจิตสำนึกการแพ้ชนะที่ตนต้องเผชิญเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง  ยอมรับในผลที่เกิดขึ้น ไม่กล่าวโทษ บ่น แก้ตัว แต่อย่างไร รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะพัฒนาให้ดีขึ้น และมีความรักหรือจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้ ที่สุดของลักษณะอำนาจที่แสดงออกมา คือ มีมโนธรรม ที่เรียกว่ามีความฉลาดทางด้านจิตวิญญาน
    ดังนั้นการเป็นผู้นำในตนเองจะแสดงออกมาได้สูงสุดนั้น นักเรียนต้องพัฒนาพลังอำนาจในตนเองทั้ง 4 ด้านให้ได้มากที่สุด
นักเรียนก็จะสามารถเป็นผู้นำในตนเองได้อย่างดีเยี่ยม หลังจากนั้นตำแหน่งใดๆ หรืออำนาจที่นักเรียนควรได้รับก็จะคงอยู่กับนักเรียน
ตลอดไป และนักเรียนก็จะยังพัฒนาตนเองไปได้เรื่อยๆ อย่างไร้ขีดจำกัด หากนักเรียนสามารถเปิดกล่องของขวัญที่ติดอยู่ที่ตัวมาตั้งแต่กำเนิดได้ นั่นก็คือความอัจฉริยะที่นักเรียนมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า  นักเรียนจะใช้มันหรือเปล่าเท่านั้นเอง
                                    
เขียน 02/07/2550 เวลา 11.50 น. -12.40 น.