มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยว จึงไม่ใช่วิสัยแท้จริงของมนุษย์ นอกจากจะมีวัตถุประสงค์พิเศษหรือมีเงื่อนไขพิเศษบางอย่างเท่านั้น
มนุษย์ล้วนมีเกียรติได้ ก็เพราะผู้อื่นยกย่อง
มนุษย์กระตือรือร้นได้ ก็เพราะมีผู้อื่นเป็นเงื่อนไข
มนุษย์กระทำสิ่งที่เกินขีดความสามารถของตนได้ ก็เพราะมีผู้อื่นช่วยเหลือ
มนุษย์เกิดสติปัญญาได้ ก็เพราะมีเพื่อนคิด
มนุษย์คลายเหงาได้ เพราะมีเพื่อนคุย
ไม่ว่าความจริงที่กล่าวถึงเหล่านี้ หรือเหตุผลอื่น ล้วนนำไปสู่ธรรมชาติวิสัยของมนุษย์ที่ต้องการสังคมเสมอ สังคมที่ดีจึงเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าของมนุษย์ ซึ่งต่างก็ล้วนปราถนามันทั้งสิ้น แต่ในความเป็นจริงกับปรากฎว่า
ไม่เคยมีใครค้นหาสังคมที่ดีพอเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าสำหรับตน ไม่ว่าที่ไหน ๆ บนโลกนี้เลย ถ้าความหมายของคำว่าสังคมที่ดี คือ สมาชิกของทุกคนในสังคมนั้น ล้วนเป็นคนดีที่สมบูรณ์พร้อม
คนดีที่สมบูรณ์พร้อม ขยายความได้อีกว่า หมายถึงคนที่มีความสมดุลในตนเองทั้งร่างกาย จิตใจ วาจา ท่วงท่า สติปัญญา และอารมณ์ ไม่ว่าสังคมไหนการที่จะหาบุคคลที่ว่านี้ให้ได้สักคน ต้องยอมรับว่างมเข็มในมหาสมุทรดูเหมือนจะยากน้อยกว่าด้วยซ้ำไป
อย่าว่าแต่จะหาคนดีที่สมดุลจากมนุษย์คนอื่นในสังคมเลยมันก็ยังแสนจะยาก แม้จะมองหาจากตัวเราเอง
มนุษนย์แต่ละคนเกิดมาจากพันธุกรรมที่ไม่คล้ายคลึงกันเลย ได้รับการเสี้ยมสอนพฤติกรรมจากครอบครัว จากโรงเรียนและจากสังคมที่แตกต่างกัน มีระดับสติปัญญาทางการคิดที่แตกต่างกัน มีความสามารถด้านการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน มีทักษะการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้ไม่เท่ากัน มีประสบการณ์และทักษะความสามารถที่แตกต่างกัน เงื่อนไขของความต่างบางส่วนที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ มันคือธรรมชาติความเป็นมนุษย์แต่ละคนนั่นเอง
ความแตกต่างกันของมนุษย์ มันมักถูกฉุดไปสู่ความขัดแย้งเสมอ
เหตุเพราะมนุษย์มักมองที่ตนเองมากกว่าการมองโลก หรือบุคคลอื่นเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นการมองในมุมที่ต้องการถามตนเองว่าต้องการหรือไม่ต้องการสิ่งนั้น หากต้องการก็จะหาหนทางรับเอาสิ่งนั้นมาแล้วก็พอใจแต่ถ้าไม่ต้องการ มนุษย์ก็จะปฏิเสธมันไป ไม่บ่อยครั้งนักที่มนุษย์จะยอมมองโลกก่อนที่จะมองตนเอง
การยึดติดกับความพอใจไม่พอใจ เพื่อการรับเอาหรือปฏิเสธไปของมนุษย์ คือ จุดเริ่มต้นของการมองเห็นความไม่ดีของสังคมสำหรับมนุษย์แต่ละคน
ถ้าคุณเข้าร่วมสมาคมกับสังคมใด ที่ให้ความพอใจได้มากกว่า คุณก็ว่าสังคมนั้นค่อนข้างดี
ถ้าสังคมใคให้ความไม่พอใจได้มากกว่า คุณก็คิดว่าสังคมนั้นไม่ดีเลย
ไม่ว่าสังคมนั้นจะเป็นสังคมประเภทค่อนข้างดี หรือไม่ดีสำหรับคุณก็ตาม การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสังคมนั้น เพื่อการคบค้าสมาคมในลักษณะใด ๆ มันทำให้คุณรู้สึกไม่เป็นสุขได้ทั้งสิ้น เนื่องจากคุณยังต้องฝืนใจกล้ำกลืนกับพฤติกรรมของบางคนที่คุณไม่พอใจ ที่เขาอาจแสดงต่อคุณหรือสมาชิกคนอื่นๆ
นอกจากความสำเร็จที่ต้องการแล้ว คุณยังปราถนาความสุขในการอยู่ร่วมกันในสังคมนั้นด้วยมิใช่หรือ?
คุณต้องรู้ว่า
เป้าหมายสูงสุดอันเป็นหัวใจในการอยู่ร่วมกันหรือการทำงานร่วมกันให้ได้ผลโดยที่ทุกคนล้วนมีความสุขเท่านั้น
คุณจะเป็นทุกข์ ขณะที่ทุกคนล้วนเป็นสุข แม้ สำเร็จร่วมกันก็ไม่ได้
คุณจะเป็นสุขร่วมกับคนอื่นหลายๆ คน แต่ยังมีบางคนเป็นทุกข์ แม้จะสำเร็จร่วมกันก็ไม่ได้
ปราฏการณ์ที่เกิดขึ้นสองประการในทีมงานหรือในสังคมใด ที่มนุษย์เข้ามาสร้างสังคมร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขและความสำเร็จร่วมกันนั้น มันจะมีเงื่อนไขของ “ความทุกข์” กับ”ความสุข”เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกันเสมอ ความสุขนำมาซึ่งความสะดวกกาย สะดวกใจ ในการทำงานร่วมกัน ขณะที่ความทุกข์มันนำมาซึ่งความลำเค็ญที่ต้องทนกันให้ได้เพื่อการอยู่ร่วมกันต่อไป แล้วมนุษย์ต้องทนกันไปอีกนานแค่ไหน จนกว่าจะบอกตัวเองได้ว่าจะไม่ทนมันอีกต่อไปแล้ว
การอดทนของมนุษย์ มันมีขีดจำกัดเสมอ
ถ้าคุณต้องการดำรงอยู่ในสังคมใด ได้อย่างเป็นสุขแท้จริง คุณต้องขจัดเงื่อนไขของการทนทุกข์นั้นให้ได้ โดยถามหาว่าจะทำให้ตัวเองเป็นสุข จากเงื่อนไขความทุกข์ที่ตนเองเผชิญอยู่นั้นได้อย่างไร คงมีคำตอบเดียว คือ
คุณต้องยอมรับมันเสียให้ได้ ทุกอย่างก็จบสิ้น
คุณต้องยอมรับความจริงของมนุษย์คนอื่น ๆให้เหมือนที่ยอมรับกับตนเองว่า ไม่ได้มีความสมดุลพร้อมไปทุกสิ่ง แต่ละคนย่อมมีปมเด่นและปมด้อย มีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง มีทั้งความงามและความเหลวไหล มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ระหว่างกันและกันได้เสมอ
จงอย่าคิดไปต่อสู้ ตอบโต้ หรือต่อต้านพวกเขาให้ทุกข์เข็ญเลย อย่าคิดเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเขาเลย คุณไม่มีวันทำสำเร็จได้ เพราะข้อบกพร่องของตัวคุณเองที่มีอยู่บางสิ่ง คุณยังจัดการกับตัวเองไม่ได้เลย แล้วคุณจะมีพลังอำนาจอะไรไปจัดการกับตัวเขาได้เล่า
จงทำใจให้ยอมรับ ดีกว่าบังคับให้เขาเป็น คุณจะเห็นสังคมน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย
ที่มา : หนังสือคัมภีร์แห่งอัจฉริยะ ;ปริญญา ตันสกุล
ศาสตร์การยอมรับผู้อื่น
การยอมรับผู้อื่น
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เม็ดพลอย · 27 มิ.ย. 2553
ครู ป.1 · 27 มิ.ย. 2553
JJ · 27 มิ.ย. 2553
PHATCHA · 27 มิ.ย. 2553
ครูอ้อย แซ่เฮ · 27 มิ.ย. 2553