อาหารมื้อแรกบนภูสูง

จัก...จัก...
เสียงฝนพรำบรรเลงเพลงอยู่นอกหน้าต่าง

บนยอดดอยแห่งนั้น ฉันยังอ่อนล้ากับการเดินทางไม่หาย นับจากเมื่อวานนี้ ที่ต้องล้มคะเมนกับมอเตอร์ไซค์คู่กายอยู่หลายครา จนจวนเจียนจะหมดกำลังใจไปหลายครั้ง

แต่ครั้นเมื่อมาถึงที่นี่ ฉันกลับอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะยังมีหัวใจดวงเล็กๆอีกหลายดวงรอคอยการมาถึงของฉัน

"ครู ครู วันนี้ไปกินข้าวบ้านผมไหม" เด็กชายตุ้ยนุ้ยสอดคำถามแข่งกับเสียงฝน

"ตุ้ยนุ้ย" ชื่อนี้ฉันเป็นคนตั้งให้เขาเอง เพื่อให้จำง่ายและเข้ากันดีกับรูปร่างท้วมๆของเขา



เด็กชายตุ้ยนุ้ย

"ความจริงถ้าครูขึ้นดอยเร็วกว่านี้อีกนิด ครูจะได้เห็นประเพณีการมัดมือรับขวัญของหมู่บ้านเลโคะด้วยนะครับ” เด็กชายตุ้ยนุ้ยโฆษณาของดีที่บ้านเขา

ประเพณีมัดมือรับขวัญเป็นพิธีสำคัญของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นการเสริมให้โชคดีมีสุข โดยเฉพาะผู้มาเยือนหรือผู้ที่มาใหม่เช่นฉัน ประเพณีมัดมือรับขวัญของที่นี่ทำกันในเดือนสิบ (ขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนกรกฎาคมของทุกปี) ซึ่งทุกบ้านจะทำพร้อมๆกัน “ที่สำคัญครูต้องดื่มเหล้าด้วยนะ..." เด็กชายตุ้ยนุ้ยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มจนตาหยี

ทำไมต้องมีของมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทุกครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆก็ตาม  หรือว่ามันกลายเป็นค่านิยมไปเสียแล้วหนอ ฉันคิด

ฉันตกปากรับคำตุ้ยนุ้ยอย่างเต็มใจ และไปเยือนบ้านของตุ้ยนุ้ยในเย็นวันนั้น

บ้านของตุ้ยนุ้ยมีลักษณะเช่นเดียวกับบ้านหลังอื่นๆในหมู่บ้าน กล่าวคือเป็นบ้านแบบยกสูง ใต้ถุนมีที่เก็บฟืนและเป็นที่อยู่อาศัยของวัว ควาย หรือแม้กระทั่งหมูดอยตัวดำๆ แต่บ้านของตุ้ยนุ้ยต่างออกไป เพราะไม่มีสัตว์เลี้ยง จึงหายห่วงเรื่องความสะอาด

และแล้วครูสาวอย่างฉัน ก็ถูกชาวดอยรับน้องด้วยอาหารมื้อแรก

น้ำพริกจิ้งหรีด ซึ่งฉันขอเรียกว่าจิ้งหรีดยักษ์ เพราะมันเป็นจิ้งหรีดดอยที่ตัวโตกว่าจิ้งหรีดพื้นราบหลายเท่านัก (คงเป็นเพราะอากาศเย็น หรือเพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่ากระมังจึงทำให้ตัวมันโตกว่าจิ้งหรีดพื้นราบ)

แม้ว่าคุณแม่ที่บ้าน จะตำน้ำพริกประเภทนี้ให้กินเป็นประจำก็ตาม แต่เชื่อไหม ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยคิดจะลิ้มลองเจ้าแมลงพวกนี้เลย ด้วยว่าขยะแขยงตัวมันพิลึก

แต่วันนี้  น้ำพริกจิ้งหรีดดอยตรงหน้า กลิ่นมันช่างต่างออกไปจากที่ฉันเคยรับรู้ กลิ่นมันช่างรัญจวนใจเสียจนน้ำลายสอเหลือเกิน

เจ้าบ้านบอกฉันว่า น้ำพริกจิ้งหรีดที่นี่มีส่วนผสมเพียงแค่พริกดำของกะเหรี่ยงกับเกลือปรุงรสเท่านั้น

เพื่อไม่ให้เสียมารยาท ฉันตัดสินใจลองคำแรกเคล้ากับข้าวดอย น้ำพริกสีเจ็บตัดกับข้าวขาวอุ่นๆ แผ่ซ่านบนแผ่นลิ้น นัยน์ตาฉันเบิกกว้าง

อร่อยเหาะจนไม่อยากบอกใคร เผ็ดมากๆ ทว่าอร่อยที่สุด...

จำไม่ได้ว่ากินไปกี่คำ แต่รู้ตัวอีกที ข้าวเกลี้ยงจานไปแล้ว

สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเสียดาย ทำไมหนอ เรามีของดีใกล้ตัวอยู่ตั้งนานแต่ไม่เคยมองเห็นคุณค่ามันมาก่อน มารู้ว่าอร่อยอีกที ก็ตอนอยู่บนดอยนี่เอง

บทเรียนจากน้ำพริกจิ้งหรีดถ้วยนั้น ทำให้ฉันอดห่วงที่นี่ไม่ได้ ฉันเป็นห่วงว่าเมื่อความเจริญมาเยี่ยมเยือน วิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมเดิมๆที่แสนงดงามเหล่านี้จะเลือนหายไปทีละน้อย น้ำพริกถ้วยเล็กนั้นมันอาจดูไม่มีค่าสักเท่าไรสำหรับคนในเมือง แต่สำหรับชาวดอยแล้ว มันคือน้ำใจแสนงาม ที่มอบให้แด่ผู้ที่มาใหม่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยรู้จักฉัน
มาก่อน

กับข้าวถ้วยเล็กและคำเอ่ยชวนของเด็กชายตัวเล็ก (แต่ร่างไม่เล็ก) อย่างตุ้ยนุ้ย เพียงแค่นี้ ก็ทำให้ครูสาวจากพื้นราบอย่างฉันประทับใจสุดซึ้งและลืมความเจ็บปวดจากทางกันดารเมื่อวันก่อนเสียจนสิ้น

ว่าแล้วฉันก็เปิบน้ำพริกจิ้งหรีดดอยยักษ์อีกคำ