ผมลองคิดค้นโปรแกรมหนึ่งเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตสังคมของกลุ่มเด็กนักเรียนที่ใช้สมองซีกซ้ายมากเกินไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ว่างและไม่มีความตั้งใจทำกิจกรรมผ่อนคลาย (Active Relaxation)

หลักการของการนำกิจกรรมการรับรู้ความรู้สึกที่หลายหลาย พร้อมวัดผลทางจิตประสาทการรับรู้ ทำให้ ดร.ป๊อป เรียนรู้กลวิธีการจัดการความล้าทางความคิด ความล้าทางจิตใจ และความล้าทางร่างกาย อันนำมาซึ่งความวิตกกังวล ความตึงเครียด ความจำลดลง และความรู้ความเข้าใจในการจัดการสุขภาวะของตนเองในสถานการณ์ชีวิตที่ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก

ผมจึงทบทวนและวางแผนจัดกิจกรรมกลุ่มใน 1 ชม. โดยทดลองวิจัยในหลายๆ กลุ่มวัยของผู้ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพจิตสังคม

กิจกรรมที่จัดให้มีหลักการของ Mental Perception, Mental Relaxation, Mental Action และรวมเป็น Mental Life Practice [ขออนุญาตไม่บอกรายละเอียด เพราะอยู่ในช่วงการศึกษาวิจัยกลุ่มกิจกรรมบำบัดส่งเสริมสุขภาวะทางจิตสังคมในผู้ที่ไม่เจ็บป่วยเรื้อรัง] ซึ่งตอนนี้ผมกำลังจะบูรณาการกิจกรรมการรับรู้ความรู้สึกที่หลากหลายเข้ากับกิจกรรมการผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามลำดับส่วน กิจกรรมการฝึกสมาธิแบบต่างๆ กิจกรรมการฝึกคิดแบบกลุ่มพลวัติ และกิจกรรมการฝึกสมองสองซีก เป็นต้น

แต่กำลังครุ่นคิดว่า แบบแผนการจัดกิจกรรมบำบัดจิตสังคมด้วยเทคนิคและกรอบความคิดต่างๆ ที่ผมร่ำเรียนมาจากออสเตรเลีย จะนำมาใช้กับ "คนไทย" ได้จริงหรือไม่ เพราะเท่าที่สำรวจดูคนไทยกับการใช้เวลาว่างในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพนั้น คนไทยส่วนใหญ่สนใจการนวด เข้าสปา และผ่อนคลายแบบ Passive มากกว่า Active นอกจากจะต้องใช้ระบบ Physical Fitness แบบธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งเหมาะกับกลุ่มคนที่มีรายได้เกินพอ แต่ก็ไม่ได้เน้น Mental Fitness ที่เกิดสมดุลกับ Physical Fitness ตามความคิดและความต้องการของคนไทยคนนั้นอย่างแท้จริง

หากมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ลองติดต่อลงชื่อไว้พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะว่า โดยทั่วไปสนใจฝึกจิตด้วยกิจกรรมใดๆ ในชีวิตบ้าง และคาดว่าจะเข้าร่วมโปรแกรมนี้เพราะอะไร  ที่อีเมล์ของผม [email protected]