
วันนี้ฉันได้รับพัสดุกล่องโตส่งมาจากกรุงเทพฯ
ในขณะที่กำลังสอนระเบียบแถวให้กองลูกเสือเนตรนารี
ได้มีนักเรียนชั้นไหนไม่ทันได้ถาม
วิ่งเอากล่องพัสดุมาให้
แล้วก็วิ่งแนบไปเลย
ยังไม่ทันได้กล่าวขอบคุณที่ช่วยกันถือพัสดุมาส่งให้
พร้อมกับได้ยินแว่วๆว่า"ไปแล้วคร๊าบบ......"
ลูกเสือคนหนี่งพูดเบาๆว่า"ระเบิดหรือปล่าวว"
แป่ว!
ทันทีหันมาเห็นกล่องฉันนึกถึงมิตรออนไลน์ท่านหนึ่ง
ทราบทีหลังว่าท่านทำงานอำนวยการรถไฟฟ้ามหานะเธอ
ซึ่งต่างเป็นแฟนคลับของ
ท่านดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์
ในบันทึกการทำนุ่นและเครื่องนอนของชาวบ้านหนองบัว :
หัตถกรรมและมรรควิถีพอเพียง
จากการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กัน
คุณเสนอ รัตนวลี
ได้กรุณาส่งเมาะจริงๆมาให้เป็นของที่ระลึก
และเดือนหน้าจะมีกิจกรรมค่าย
ก็จะนำเรื่องเมาะนี้เป็นประเด็นเรียนรู้ของเด็กๆด้วยค่ะ
คุณเสนอเป็นอีกท่านหนึ่งที่อยู่ต่างประเทศมานานนับ ถึง20 ปี
ได้เห็นวิถีชีวิตแบบธรรมชาติของชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ยุโรป
คุณเสนอเล่าว่า ฝรั่งเค้านิยมอะไรที่เป็นธรรมชาติ
เค้าจะอนุรักษ์ทุกสิ่งที่มาจากธรรมชาติ และใช้มันอย่างคุ้มค่า
เมื่อกลับเมืองำทยได้พยายามนำแนวคิดเรื่องนี้มาเผยแพร่
บอกเล่าเพื่อให้คนไทยหันมารักษ์ของไทย วัฒนธรรมไทย
โดยเฉพาะเรื่องเมาะ ที่นอนของทารก
ที่ใครๆก็อยากสัมผัสถึงความนุ่มละมุนของเมาะ
ตัวแทนแห่งความรัก ความอบอุ่น และความหวังดี
จึงหันมาทำแจกเป็นงานอดิเรก
ขอขอบพระคุณ คุณเสนอ รัตนวลี ไว้ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


นายหมู่ลูกเสือขออนุญาตทำหน้าที่ช่วยผู้บังคับบัญชาลูกเสือเปิดกล่อง
เขาพยายามที่จะไม่ตัดเชือกรัดกล่อง บอกว่าเอาไว้ใช้งานต่อได้ค่ะ

กล่องถูกเปิดออกท่ามกลางสายตานับร้อยคู่
เสียงร้องว่าหมอนๆ...ฟังดูแล้วอดยิ้มไม่ได้
..เด็กน้อยไม่รู้จักเมาะค่ะ

เมาะที่ทำจากผ้าฝ้ายบรรจุด้วยนุ่นธรรมชาติ
คนสมัยก่อนเรียกว่ายัดนุ่นค่ะ
โชคดีวันนี้จะได้โอกาสกระตุ้นให้เด็กๆได้เรียนรู้ของดีของไทยที่หายไป
ในภาวะอากาศร้อนระอุเช่นทุกวันนี้ เด็กๆนอนเมาะได้เป็นดี
นอกจากจะอบอุ่นทั้งกาย และใจแล้ว
ร่างกายเขายังไม่ต้องสัมผัสเคมีจากฟองน้ำ หรือเส้นใยสังเคราะห์
เพราะภายในเมาะนั้นบรรจุด้วยนุ่นจากธรรมชาติ
ใบใหญ่ ขนาด กว้าง 31 นิ้ว ยาว 44 นิ้ว
แต่สามารถบรรจุลงกล่องที่เล็กกว่าเมาะมากๆได้

หมู่นี้ไวมาก ร้องขอ"ม่ามี๊ขอกอดหน่อยนะครับ นุ่มจังเลย


สาวน้อยสองคนนี้ไม่ยอมแพ้ ขอหนูลองกอดหน่อยนะ

ขอกอดคนเดียวนะคะ

โอ๊ะๆ สงสารเมาะจังเลย



น้องเกมอดไม่ไหวขอกอดเมาะอีกที

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://www.pantown.com/board.php?id=22691&area=4&name=board8&topic=1575&action=view
http://www.pantown.com/board.php?id=22691&area=4&name=board8&topic=1575&action=view
ขอบคุณลายสวยจาก
http://www.oknation.net/blog/prettybluesea/2009/11/08/entry-1/comment
เรียนพี่krutoiting
ขอกอดด้วยคนได้มั๊ยคะ
สวัสดีครับพี่ต้อย
ได้อ่านบันทึกนี้แล้วย้อนอดีต ......สมัยก่อนทุกบ้านจะปลูกนุ่นริมดม ชายแดนอย่างน้ออย หนึ่งต้น
พอเข้าหยาม(ฤดู) นุ่นสุก ถ้าบ้านไหนไม่สนใจสอยเก็บนุ่นไว้ มันจะปลิวลอยขาวไปตามแรงลม (คงเป็นที่มาของคำว่าเบาเหมือนนุ่น)
ผมมักถูกน้าสาวใช้ให้เก็บนุ่นทุกปี เอาปลอกเปลือกใส่เฌอ ใช้ไม้กากะบาด หมุนเอาเม็ดเอาใส้นุ่นออก แยกนุ่นไว้ แล้วน้าก็จะเย็บปลอกหมอน เย็บเบาะ มาถึงตอน "ยัดนุ่น"ลงเบาะน้าจะทำเอง การยัดนุ่นเป็นศิลป เป็นภูมิปัญญษ ต้องรู้ว่าเป็นหมอนของใคร จะยัดนุ่นให้นุ่ม หรือให้แข็งอย่าใร ล้วนล้วนเป็นศิลป์ ที่ใช้ใจทำ ความรักความอบอุ่นมักเกิดขึ้นจากงานฝีมือ
"ที่นอนสมัยใหม่ ที่โฆษณาว่า ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น" ก็ไม่สามารถทดแทนความอุ่นจากใจของที่นอนนุ่นได้จริงมั้ยพี่ต้อย
น้องคุณยาย
ร่วมกอดเมาะกันดีจังเลยค่ะ
เคยใช้ไหมคะ
มันจะนุ่มทกว่าหมอนมากค่ะ
สมัยก่อนใช้เป็นผ้าห่อเด็กไปในตัว
ขอบคุณ
น้องบาววอญา
พูดได้ชัดเจน นึกถึงตอนเด็กๆพี่เคยช่วยแม่ยัดนุ่นเมาะ และหมอน
จริงอยู่ว่าเราจะรู้ว่าหมอนที่ทำนั้นสำหรับใคร
พ่อชอบหมอนแข็งๆ แต่แม่ชอบนุ่นน้อยๆนิ่มๆ
เวลานอนก็พับครึ่งหมอนก่อนหนุ่นบอกว่าสบายคอดี
มันเป็นศิลปะจริงๆเพราะไม่งั้นแล้วนุ่นจะกองรวมกันเป็นก้อนๆนอนไม่สบาย
หลังจากยัดนุ่นได้ตามต้องการแล้ว
ยังมีศิลปะการปัดใยนุ่นที่ตกค้างที่หมอน
ต้องเอาออกไม่งั้นนุ่นจะเข้าจมูกได้
โดยเอาผ้าชุปน้ำหมาดๆแล้วปัดเบาๆ
นุ่นที่เกาะตกค้างอยู่บนหมอน
ก็จะม้วนตามผ้าที่ปัดมันออกมา
ไม่ฝุ้งอีกแล้ว
เมื่อกี๋แวะไปปลูกต้นไม้ถวายพ่อหลวงที่นี่มาค่ะ
http://www2.egat.co.th/treeforking/
เมื่อวานไปเก็บกล้าโกงกาง 199 ต้น
ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะปลูกกับจิตอาสาน้อย
ถวายพ่อหลวงเหมือนกัน
ปีที่ผ่านมาปลูกได้ทะลุเป้าค่ะไม่นับรวมที่ภาคเอกชน
เมล์มาแจ้งขอความร่วมมือในการเตรียมต้นกล้านะคะ
แต่การรอดของโกงกางยังน้อยทำให้ต้องเร่งปลูกมากขึ้น
ขอบคุณค่ะ
เรียนครูต้อย และสมาชิก
ขอบคุณครูต้อยจากใจจริงที่สละเวลานำเรื่องเมาะมาลงเป็นความรุ้ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก เพราะผมเชื่อคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่า 30-40 ปีอาจจะไม่เคยเห็น หรือรู้จักว่าน่าตาเมาะโบราณยัดด้วยนุ่นเป็นอย่างไร ผมว่ามันเป็นความน่ารัก อบอุ่น และแสดงความห่วงใย หากมีใครสักคนจะทำเมาะให้เรานอน (ก็แม่เรานั้นแหละ) เพราะทุกขั้นตอนของการทำ คนทำจะต้องใส่ใจ ดูว่าใส่นุ่นแค่นี้พอไหม? คนนอนจะสบายตัวหรือไม่ มันแสดงถึงความรัก ทำนุ ถนอม จากคนๆหนึ่ง ถึงอีกคนหนึ่ง ถ้ามีโอกาศผ่านไปใกล้ๆ แถวโรงเรียนของคูรต้อย ต้องแวะไปทักทายแน่นอนครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอกอดด้วยคนค่ะ เมาะอันนี้ใหญ่ดีจัง ท่าทางจะนุ่มและอุ่นมากๆ
เมื่อวานโรงเรียนไหว้ครู มีคนถ่ายตอนกอดกับลูกศิษย์ แทนเมะ...
คนถ่ายรีบกดชัทเตอร์ คงกลัวไม่ทันได้ภาพ เลยเบลอ...
เอามาฝากที่บันทึกนี้ ร่วมกอดด้วยคน
สุขกายสบายใจนะคะ
อยากกอดทั้งเมาะและกอดเจ้าของบันทึกด้วยนะคะ ที่ร่วมเสนอสิ่งดีๆและของสมัยเก่าที่คนสมัยนี้ไม่ค่อยรู้จักกัน ( ดูเด็กก็รู้ว่าตื่นเต้นมาก )
อาจเป็นเพราะความสะดวกในการทำความสะอาดมังคะพี่
พี่เอากลับไปถึงบ้านแล้วสงสัยต้องซักอย่างแรงแน่ ก็ดูแต่ละคนซิแย่งกันกอดใหญ่เลยกลิ่นติดตัวหลายสิบคน....อิ อิ
saner rattanavaleeเจ้าของเมาะตัวจริง
ที่ไม่เคยเห็นตัวจริง ได้กรุณาแวะมาเยี่ยมบันทึกนี้
ความรักของแม่ถ่ายทอดผ่านเมาะที่แม่เย็บด้วยมือ
เด็กทารกสมัยนี้พอลืมตาดูโลกก็พบกับเส้นใยสังเคราะห์เสียแล้ว
ครูต้อยคิดว่าจะนำเมาะนี้ไปขยายผลกับผู้ปกครองและ
ให้กับงานสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร
รวมทั้งงานกิจกรรมของแกนนำจิตอาสาผู้ป่วยเบาหวานด้วยค่ะ
การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา และโอกาส
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะน้องครูใจดี
เป็นภาพที่ประทับใจนะคะ
พี่จะคุ้นเคยกับเมาะมากกว่าเบาะ
ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด
เมาะทำให้เด็กน้อยปลอดภัยค่ะ
เบาะสมัยใหม่หากแม่ไม่ระวัง
ปล่อยลูกน้อยโดยไม่เอาหมอนข้างมากั้น
หากเด็กพลิกตัวหรือดิ้นเก่งๆ
อาจตกเบาะร้องจ๊ากได้
เพราะพื้นผิวที่เรียบเกินไป
ต่างจากเมาะ เราสามารถปรับให้เป็นแอ่งเพียงตบเบาๆไล่นุ่นไปมา
และให้ความรู้สึกที่ดีต่อเด็กทารกเหมือนถูกโอบกอดไว้ค่ะ
เป็นขนาดที่นิยมใช้ค่ะ
สามารถนอนได้จนกว่านุ่นจะหมดอายุ
คือพอโตขึ้นเมาะก็กลายสภาพเป็นหมอนใบโตได้เช่นกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ยังอยู่ที่โรงเรียนค่ะ
เพราะเด็กน้อยยังต้องเรียนรู้อีกหลายห้อง
จะใช้เป็นสื่อเรี่ยนรู้สู่วิถีไทย
รวมทั้งหัดทำเมาะที่ระลึกค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ตามภาพสุดหล่อกอดเมาะมาค่ะพี่ต้อย เพิ่งเคยได้ยินเชื่อ เมาะอย่างนี้นี่เอง น้องชายคนเล็กยุคใหม่ต้องใช้เบาะ จำได้ว่าต้องมีหมอนข้างกั้นด้วย มิงั้น ... อิ อิ ขอบคุณพี่ต้อยมาชวนไปรำลึกความอบอุ่น ค่ะ
เห็นแล้วนึกถึงตอน แม่ย่า แม่เฒ่าจะยัดนุ่น เย็บที่นอน หมอน กันเอง บางบ้านก็เยอะเกิ๊นค่ะ สุกปลิวลอยละล่อง เป็นที่หนุกหนานของเด็กๆ ... ถึงสมัยยุคอี๋แม่ ยัดนุ่นแล้วจะไอ จาม แต่สนุกสนานกับการเลือกว่า ใครชอบลวดลาย สี ขนาด พอง อวบ แบน ก็ว่ากันไปค่ะ ;)
ขอบคุณค่ะนัฐพร จันทร์ส่งสิงห์
พี่คุ้นเคยกับเมาะมายาวนาน
อบอุ่นทุกครั้งเมื่อสัมผัส
ภาพของแม่ที่ค่อยๆบรรจงหยิบนุ่นทีละ 1 หยุบมือ
แล้วค่อยๆเคลื่อนมือลงปากถุงอย่างระมัดระวัง
จนได้นุ่นเกือบเต็มถุงผ้า
หลังจากนั้นเย็บปิดปากถุงด้วยด้ายที่ร้อยเข็ม 2 ทบ
สายตาของแม่ที่จดๆจ้องๆแทงเข็มลงไปที่ปากถุง
ร้อยเย็บแนบเนียนด้วยฝีมือที่เปี่ยมรัก
จากนั้นใช่ผ้าสะอาดผืนเล็กๆจุมน้ำพอหมาดๆ
บรรจงเช็ดฝุ่นนุ่น ด้ายนุ่นที่ตกค้างบนถุง
ตบเบาๆไล่นุ่นให้กระจายทั่วถุง
เราเรียกมันว่าเมาะค่ะ
นำเมาะไปตากแดดสัก 1 แดดเพื่อไล่ความชื้น
เป็นอันเรียบร้อยพร้อมใช้ค่ะ
แสดงว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างความเปลี่ยนแปลงไหม
หากเมาะเปื้อน เราจะรีบจับผ้าส่วนที่เปื้อนขึ้นมา
แล้วนำไปซักเหมือนวักผ้าเฉพาะบริเวณที่เปื้อน
แล้วนำไปตากแดดจนแห้งสนิท
นิยมไทยเป็นวิถีไทยที่อนุรักษ์ธรรมชาติ
เมาะที่เลิกใช้แล้วยังสามารถเลาะเอานุ่นมาตากแดด
แล้วปั่นด้วยมือทิ้งฝุ่นนุ่นส่วนที่เหลือนำไปยัดเบาะรองนั่งได้ด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะน้องpoo

เมาะคือหมอน ที่นอนเด็กนี่เอง
กอก็งงว่ากอดเมาะอะไรกันพี่ครูต้อย อิอิ
เดี๋ยวนี้ยังมีนุ่นอีกเหรอค่ะ เก่งจัง
น้องกอจ้า
นุ่นตามต่างจังหวัดยังมีอยู่นะคะ
http://img707.imageshack.us/img707/442/15752008050200055621b2d.jpg
ตามชนบท เขาจะปลูกไว้อย่างน้อยบ้านละ 1 ต้นค่ะ
เอาไว้ใช้งาน พี่เห็นว่าเป็นภูมิปัญญาไทยเรานะน้อง
ที่คนไทยเรารู้จักนำธรรมชาติมาใช้ในชีวิตประจำวัน
หากคนไทยหันมาสู่วิถีไทยด้วยความรัก
และหวงแหนความเป็นไทยของเรา
นุ่นก็เป็นสิ่งที่คนไทยจะยังไม่ลืม
ต้นนุ่นนั้นมีประโยชน์หลายอย่างนะคะ
เช่นไส้นุ่น ใช้ผสมกับฟางข้าวอัดแน่นใช้เพาะเห็ดฟาง
แต่อาจมีของแถมออกมาในขณะเพาะเห็นนะคะ
คือจะได้ต้นนุ่นออกมาด้วย เนื่องจากเก็บเมล็ดนุ่นไม่หมด
เนื้อไม้นุ่น ทำกระสวยทอผ้า
http://www.be2hand.com/images/upload_shop/200710/200710-25-075314-1.jpg
และ เยื่อกระดาษ ส้นรองเท้า
ส่วนราก ต้มกับน้ำดื่ม...ใช้ขับปัสสาวะ
ส่วนเปลือกของต้นนุ่นมีแทนนิน ใช้กินแก้ท้องเสีย
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอกอดเมาะด้วยคนค่ะ
คุณครูค่ะ เมาะกับหมอนต่างกันอย่างไร ไม่ทราบจริงๆค่ะ ดูแล้วก็คล้ายๆกัน หรือว่า..เมาะใหญ่กว่าหมอน...
โชคดีมีความสุขนะคะ
เมาะ เบาะ สงสัยอันเดียวกัน บ้านข่อยเอิญเบาะ ที่นอนวางกับพื้นกระดานให้เด็กทารกนอน ถ้าเด็กโตขึ้นพอคว่ำได้เขาจะไม่ให้นอน กลัวเด็กนอนคว่ำหายใจบ่ได้เด่อ ข่อยชอบกอดเล่นยามเบิ่งโทรทัศน์
ก็เป็นเรื่องราวที่เด็กจะเลื่อนหายไป ต้อยหยิบทุกเรื่องเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนได้อย่างสนุก
มิสุมาเล่ากาเขาะ อิเปะมาอีคอเขาะ
โฮวะตา โจโล่โล จะทอนดึ
เฮ่โล เฮ่โล ยาเม้า
ยาเม้า อีคอเขาะ
อีคอเขาะ อีคอเขาะ
เพลงกะเหรี่ยง ให้ลูกเสือร้องสนุกสนุก ตบมือให้จังหวะพร้อมกัน ยืนกระทืบเท้า ตัวก้มเล็กน้อย ยืนล้อมเป็นวง ขยับตัวไปข้างๆตามจังหวะเสียงร้อง ม่วนหลายเดอเสี่ยว
สวัสดีครับ เร็วๆนี้จะมีการฝึกอบรมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ งานนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ แล้วจะมาเรียนให้ทราบครับ