สวัสดีครับพี่ต้อย
ได้อ่านบันทึกนี้แล้วย้อนอดีต ......สมัยก่อนทุกบ้านจะปลูกนุ่นริมดม ชายแดนอย่างน้ออย หนึ่งต้น
พอเข้าหยาม(ฤดู) นุ่นสุก ถ้าบ้านไหนไม่สนใจสอยเก็บนุ่นไว้ มันจะปลิวลอยขาวไปตามแรงลม (คงเป็นที่มาของคำว่าเบาเหมือนนุ่น)
ผมมักถูกน้าสาวใช้ให้เก็บนุ่นทุกปี เอาปลอกเปลือกใส่เฌอ ใช้ไม้กากะบาด หมุนเอาเม็ดเอาใส้นุ่นออก แยกนุ่นไว้ แล้วน้าก็จะเย็บปลอกหมอน เย็บเบาะ มาถึงตอน "ยัดนุ่น"ลงเบาะน้าจะทำเอง การยัดนุ่นเป็นศิลป เป็นภูมิปัญญษ ต้องรู้ว่าเป็นหมอนของใคร จะยัดนุ่นให้นุ่ม หรือให้แข็งอย่าใร ล้วนล้วนเป็นศิลป์ ที่ใช้ใจทำ ความรักความอบอุ่นมักเกิดขึ้นจากงานฝีมือ
"ที่นอนสมัยใหม่ ที่โฆษณาว่า ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่น" ก็ไม่สามารถทดแทนความอุ่นจากใจของที่นอนนุ่นได้จริงมั้ยพี่ต้อย