-

ลมแล้งพัดกระพือยามสาย  หอบฝุ่นปนเศษหญ้าเศษฟางแห้งปลิวฟุ้งไปในอากาศ  ดินพื้นนาถูกแดดจัดเผาจนน้ำระเหย หน้าดินเริ่มแตกระแหง  แอ่งน้ำกลางนาเหลือแต่โคลน  ปลาซิว  ปลาสร้อยตัวน้อย ๆ ที่ไม่มีใครสนใจจับไปเป็นอาหารก่อนน้ำแห้ง  นอนตายจมโคลน  กลายเป็นอาหารของนกกระยางหิวโซ

ฯลฯ

               ลมแล้งพัดกรูเกรียว  ดอกจานสลัดกลีบร่วงพรู  ตะวันจ้าร้อนเหมือนไฟ  เด็ก ๆ บ่ายหน้ากลับบ้าน  เศษหญ้าเศษฟางยังคงปลิวว่อนตามสายลม   เดินผ่านต้นลมแล้งที่ออกดอกสีเหลืองห้อยระย้า  น้องผู้หญิงของเล็ก ขอให้พี่ ๆ ช่วยเก็บให้  เด็ก ๆ ช่วยกันเก็บช่อดอกลมแล้งให้น้องสาว  แล้วเดินมุ่งหน้ากลับบ้าน

 

             ความแห้งแล้ง  ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนที่ซี่อสัตย์ ที่ทุก ๆ ปีจะต้องมาเยือน  แต่ลมแล้งก็ไม่ได้โหดร้ายไปเสียทีเดียว  ยังคงเปลี่ยนโฉมหน้าของผืนนาให้มีรูปโฉมใหม่ ๆ พร้อม ๆ กับอาหารใหม่ ๆ ให้กับเล็กและทุก ๆ คน  ตราบใดที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์หลงเหลืออยู่

 

             แต่วันนี้ ผืนนาคงเปลี่ยนไปมากแล้ว  แมงจุดจี่คงไม่มีให้จับมากนัก  ปูนา  หอยขม ก็คงเหลือแต่ซาก   หากแต่ในความทรงจำของเล็กท้องทุ่งยามแล้ง  ยังไม่เปลี่ยนไปเลย

............................

ขออนุญาตเจ้าของบันทึก

ได้กลับไปอ่านบันทึกเรื่องนี้ ทั้งบันทึกและข้อคอมเมนต์ของมวลสมาชิกทั้งหมดแล้ว เกิดความสุขใจ มองเห็นภาพ สะท้อนอารมณ์เลยลองนำกลับมาไว้เป็น LINK

อ่านบันทึกต้นฉบับเต็ม ได้ที่  ลมแล้ง

.........................................