ผู้เขียนพาลุงบุญชวน มะลัยโย ไปเล่าประสบการณ์การเลี้ยงสัตว์ให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ที่ดูแลโครงการศูนย์เครือข่ายการเลี้ยงสัตว์ฯเพื่อจับประเด็นองค์ความรู้ภูมิปัญญา ได้รับคำแนะนำจากคุณสุเมธ วุฒิปาน ผู้จัดการโครงการให้ผู้เขียนลองสรุปออกมาเผยแพร่ว่ามีอะไรบ้าง ก็ไม่แน่ใจว่าถือเป็นองค์ความรู้ได้ขนาดไหนนะครับ

องค์ความรู้ด้านการเลี้ยงโคเนื้อ

   ลุงบุญชวนเลี้ยงรับจ้างก่อนเพราะไม่มีทุน แล้วเข้าอบรมเป็นอาสาปศุสัตว์ จนประสบความสำเร็จเลี้ยงโคเพิ่มจำนวนมาก จึงแยกมาเลี้ยงเอง เป็นแกนนำในการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านปงปน ตำบลดงมหาวัน อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย เลี้ยงอย่างถูกหลักวิชาการตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ จนเมื่อ ปี ๒๕๓๕ และได้รับคัดเลือกเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อดีเด่นระดับเขต ปี ๒๕๓๗ ในระดับเขต ปัจจุบันแม้สมาชิกกลุ่มเลิกเลี้ยงโคไปประกอบอาชีพอื่นหลายรายเนื่องจากราคา โคถูกลงขายไม่ได้ราคา และบริเวณทุ่งหญ้าที่เลี้ยงลดลงจากการขยายพื้นที่ปลูกพืช

    แต่ลุงบุญชวนยังมุ่งมั่น มีความตั้งใจเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตในพื้นที่ ๑๔ ไร่ แล้วตั้งชื่อเฉพาะโคที่เลี้ยงว่า โคพันธุ์ขี้(ชื่อนี้แสลงใจนักวิชาการสัตวบาลมากจึงพยายามแนะให้ลุงชวนเปลี่ยนเป็นโรงงานผลิตปุ๋ยมีชีวิตแทน)เพราะว่าเน้นเก็บมูลโคตากแห้งไว้ขายตลอด คัดเลือกโคลูกผสมพื้นเมืองที่เลี้ยงง่ายแข็งแรง ทนต่อโรค เลี้ยงลูกเก่งให้ลูกทุกปีไม่เน้นขุนให้อ้วนขาย

   โรงเรือนตามระดับสูงต่ำและตามแนวทิศทางลม เพื่อสะดวกในการเก็บมูล โรงเรือนอยู่ระดับสูงยาวประมาณ๑๐เมตร และสร้างโรงตากมูลโคอยู่ต่ำมุงด้วยพลาสติกใสขนานกับโรงเรือนขังโค เวลากวาดมูลลงมาตากก็ง่าย ความโปร่งใสทำให้รับแสงแดดได้ตลอดวันไม่ต้องพะวงฝนจะตกใส่มูลโค ทำให้มูลแห้งเร็วไม่เปียกน้ำหน้าฝน 

   การสร้างโรงเรือนทำตามแนวลมคือแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่ออาศัยควันจากเตาถ่านถังน้ำมัน๒๐๐ลิตร ที่สร้างไว้๒แห่ง หัวโรงเรือนหนึ่งจุด ท้ายโรงหนึ่งจุด ในช่วงไหนแมลงชุมก็จะจุดเตาถ่าน ใช้สมุนไพรไล่ยุงเป็นเชื้อไฟ ถ้าอยากได้ถ่านก็ใส่ไม้ไปด้วยก็ได้ทั้งถ่านและควันไล่แมลง ยุง โดยอาศัยลมที่พัดผ่านพาควันเข้าโรงเรือน

(1. ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น ลมที่พัดผ่านประเทศไทยในฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธของทุกปี  2. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี เป็น ลมที่พัดผ่านประเทศไทยในฤดูร้อนและฤดูฝนประมาณ)

     การจัดการเลี้ยง มีโคเนื้อลูกผสม จำกัดจำนวนไม่เกิน ๓๐ ตัว

    ให้ฟางลาดหมักน้ำชีวภาพให้วัวกินในโรงเรือนเกือบตลอดวันสลับ กับต้นข้าวโพดสดสับที่เก็บฟักแล้ว 

    ใช้หยวกกล้วยมาสับลาดน้ำชีวภาพโรยด้วยรำให้โค ด้วยหากฟาง ข้าดโฟดหายาก

     ปล่อยให้โคออกกินหญ้าในแปลงวันละประมาณ ๓ ชั่วโมงในตอนบ่ายสี่โมง ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆในฟาร์มได้อีก ส่วนโคก็จะกินหญ้าได้เร็วไม่เล่นกันมาก แปลงหญ้าก็ไม่เสียหายจากการเหยียบย่ำ

    จะเห็นได้ว่ามีการใช้ความรู้หลาก หลาย การคัดพันธุ์ จัดการทั้งวิธีการเลี้ยงการทำสูตรอาหารต่างๆอย่างดีและบริหารจัดการเวลา อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้นายบุญชวน ยังสร้างบ่อหมักแก๊สชีวภาพจากมูลโคที่เลี้ยง แล้วนำมาทำเตาหุงต้ม ทำตะเกียงส่องสว่างและที่กกลูกไก่ กกลูกสุกรได้ด้วย แม้ว่าฟาร์มจะอยู่ห่างชุมชนก็สามารถพึ่งพาปัจจัยผลิตต่างๆในฟาร์มผสมผสาน อย่างลงตัว ทำให้ในฟาร์มไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าในเวลากลางคืน ประหยัดค่าไฟค่าถ่าน ไม่ต้องเผาฟืนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย