กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยสถาบันพระพุทธศาสนาพ.ศ. 2548
นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสถาบันพระพุทธศาสนาไว้ ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ดังต่อไปนี้
1. ความหมายของสถานศึกษา ในกฎกระทรวงนี้
1.1 “โรงเรียน” หมายความว่า สถานศึกษาที่วัดจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
1.2 “สํานักศาสนศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่วัดจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม หรือพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ตามที่มหาเถรสมาคมประกาศกําหนด
1.3 “สํานักเรียน” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม หรือพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ซึ่งเป็นสํานักเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและสํานักเรียนคณะจังหวัดตามที่มหาเถรสมาคมประกาศกําหนด
2. สถาบันพระพุทธศาสนามีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่พระภิกษุและสามเณรในโรงเรียน สํานักศาสนศึกษา และสํานักเรียน
การจัดตั้ง ยุบ รวม เลิกและการดําเนินการของโรงเรียน สํานักศาสนศึกษา หรือสํานักเรียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาเถรสมาคมประกาศกําหนด
3. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสถาบันพระพุทธศาสนา แบ่งเป็นระดับ ดังต่อไปนี้
3.1 การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
3.2 การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม และการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ที่ได้จัดให้แก่พระภิกษุ และสามเณร ซึ่งมีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษาปีที่หกหรือเทียบเท่า และได้ศึกษาวิชาสามัญเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดโดยคําแนะนําของมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่แบ่งเป็นระดับ ดังต่อไปนี้
(ก) การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เป็นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
(ข) การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ชั้นเปรียญธรรม ๓ ประโยค เป็นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
4. การรับการสนับสนุน ให้โรงเรียน สํานักศาสนศึกษา และสํานักเรียน ได้รับการสนับสนุนในด้านวิชาการและเงินอุดหนุนจากรัฐสําหรับการจัดการศึกษา
5. การส่งเสริมสนับสนุนและเสนอแนะ ให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียน สํานักศาสนศึกษา หรือสํานักเรียนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ส่งเสริมสนับสนุนข้อเสนอแนะการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พระปริยัติธรรมแผนกธรรม และพระปริยัติธรรม แผนกบาลี
6. การดำเนินงาน ให้มีคณะกรรมการโรงเรียน คณะกรรมการสํานักศาสนศึกษา และคณะกรรมการสํานักเรียน ทําหน้าที่กํากับดูแลการจัดการศึกษาของโรงเรียน สํานักศาสนศึกษา และสํานักเรียน แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมหาเถรสมาคม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนระบบการประกันคุณภาพภายใน เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
องค์ประกอบ จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมและการดําเนินงานของคณะกรรมการโรงเรียน คณะกรรมการสํานักศาสนศึกษา และคณะกรรมการสํานักเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบที่มหาเถรสมาคมกําหนด
ข้อคิดเห็น
กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ.2548 ฉบับนี้มีความชัดเจน ทำให้ทราบและแยกแยะได้ว่าเป็นสถานศึกษาแบบไหน มีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร ให้ทราบถึงความสำคัญหรืออำนาจของสถาบันพระพุทธศาสนา เป็นกฎกระทรวงที่เอื้อให้บุคคลได้มีสิทธิ เสรีภาพในการได้รับการศึกษา เป็นการให้โอกาสกับทุกคน ทุกสถานภาพอย่างเท่าเทียมกัน
ข้าพเจ้าคิดว่ากฎกระทรวงฉบับนี้มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดให้ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาได้รับทราบและทำความเข้าใจโดยเฉพาะครูที่ทำหน้าที่เป็นครูแนะแนวของโรงเรียน 13 ปีกับชีวิตความเป็นครูกับการเป็นครูแนะแนวมาหลายปี ส่งต่อเด็กที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนวัดปราค์ ปีละหลายคน ไม่เคยทราบรายละเอียดของลักษณะสถานศึกษาและการบริหารจัดการของสถานศึกษาแห่งนี้ ทราบแต่เพียงว่าเด็กต้องไปบรรพชาเป็นสามเณรก่อนเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ความคิดกระจ่างก็ต่อเมื่อมาศึกษาและได้ทำความเข้าใจกฎกระทรวงฉบับนี้ ในโอกาสต่อไปก็คงจะสามารถแนะแนวและชี้แนะเด็กได้ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะของสถาบันและสถานภาพของเด็กที่อยู่ในสถานศึกษาที่ขึ้นต่อสถาบันพระพุทธศาสนา
นางสาวจำปา สุฤทธิ์ รหัส 535310151
นักศึกษาการบริหารการศึกษามหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีศูนย์ท่าวังผา จ.น่าน
มาเยี่ยมชมผลงานครับ
อย่าลืมคิดความเห็นเกี่ยวกับกฏหมายนี้ด้วยนะครับ
ดีใจด้วยนะงานเสร็จแล้ว กำลังอ่านผลงานอยู่
ขอบพระคุณค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมชมและกรุณาชี้แนะ ความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎกระทรวงฉบับนี้ ปรากฎในบันทึกที่ 3 ค่ะ