ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าจะให้การเรียนรู้ได้ผล คนที่เรียนจะต้องมีความสุข
          การฝึกอบรมในองค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในโหมด (Mode) ของการ “รู้จำ” มากเกินไป ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับการ “ทำเป็น” และ “เห็นจริง” เท่าใดนัก . . หลังจากที่จับงานด้านส่งเสริม KM มาหลายปี สิ่งที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ KM ในแบบของ สคส. นั้นเน้นกันที่ความรู้อันมาจากประสบการณ์ตรง คือเน้นไปที่การ “ทำเป็น” และ “เห็นจริง” เป็นส่วนใหญ่ ดังจะเห็นได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ใช้ ที่มุ่งเน้นไปที่ Tacit Knowledge เช่น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) หรือการทำ AAR (After Action Review) เพื่อเรียนรู้จากสิ่งที่เพิ่งทำมาสดๆ ร้อนๆ เป็นต้น
           แม้แต่การเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจในเรื่อง KM เองก็ตาม จะเห็นได้ว่า สคส. ไม่ได้เน้นที่การบรรยาย (Lecture) เท่าใดนัก อาจจะมีบ้างก็เพื่ออธิบายสิ่งที่เป็นแก่นสำคัญหรือเป็นการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ “มีไฟ” มากพอที่จะนำกลับไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร กระบวนการเรียนรู้ที่ สคส. ใช้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของ Workshop ที่จัดให้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าจะให้การเรียนรู้ได้ผล คนที่เรียนจะต้องมีความสุข . .  Workshop ที่ สคส. จัดขึ้นจึงเป็นเสมือนเวทีที่ให้ผู้เรียนได้มีโอกาส “ทดลองทำ” จนสามารถ “เห็นชัด” กับตนเอง ไม่ใช่ให้แค่ “รู้จำ” เหมือนกับที่ภาคการศึกษาหรือการฝึกอบรมทั่วไปนิยมใช้กัน