การได้เจอเพื่อนใหม่ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับตัวเราได้มากทีเดียว
ตัวเราตัวหนึ่ง รับสิ่งต่างๆ จากตัวคนอื่นมาอีกนับไม่ถ้วน ขึ้นอยู่กับเจอใคร พฤติกรรม อุปนิสัยใจคอเป็นอย่างไร อะไรที่เราเห็นว่าดีก็เก็บเอามาใช้กับตัวของเราเอง อะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ดี ก็ให้รู้ว่าไม่ดี อย่าทำ... เราห้ามคนอื่นไม่ได้ แต่เรารู้ว่าไม่ดี ทำแล้วเรารู้สึกทุกข์ เราก็ไม่ทำต่อกับคนอื่น หรือกับใคร
ทีนี้พอพูดถึงอะไรดี ไม่ดี อันนี้เราก็วัดจากความรู้สึกข้างในใจของเรา เอ๊ะ พอเป็นแบบนี้แล้ว เรารู้สึกอย่างไร อืม...แย่แฮะ ไม่ชอบแบบนี้เลย ทำไมต้องทำอย่างนี้ สมน้ำหน้าหละ... เมื่อใดก็ตามที่เราตามทันความรู้สึกพวกนี้ทัน เรารู้สึกทันทีเลยว่า เอ ทำไมเราถึงมีความรู้สึกแบบนี้นะ พอได้ยินคำพูดหรือมีการกระทำมากระทบเรา ถ้าเรารู้สึกไม่ดีแล้วเราก็รู้สึกต่อไปว่า ไม่อยากมีความรู้สึกแบบนี้เลย ... นี่หลังจากรู้สึกไม่ดีไปแล้ว
ยังมีตอนที่เริ่มรู้ตัวว่า เอ๊ะ เอ๊ะ ถ้าเริ่มรู้สึกแบบนี้หละก็ เดี๋ยวมันจะต้องรู้สึกไม่ดีตามมาแน่เลย อย่าไปคิดมัน มันไม่มีอะไรจะต้องไปคิด เหมือนปล่อยความรู้สึกให้ไกลออกไปไม่ไปคิดถึงต้นเหตุแห่งการกระทบให้เรารู้สึกไม่ดี แบบนี้ก็รู้ทันก่อนที่ปล่อยให้ความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อรู้ทันแล้วก็ผลักมันออกไป
ตอนเริ่มรู้ตัวยังมีอีกอาการหนึ่งก็คือว่า มันจะมาแว้ว... อยู่ไหนเอ่ย... เหมือนมันมีตัวอะไร 2 ตัว ตัวแรกเป็นตัวกรุ่นๆ เริ่มมีควันมาแล้ว คือความรู้สึกที่มันจะเกิดตอนที่มีอะไรที่เราไม่ชอบใจมากระทบ อีกตัวหนึ่งนี่วิ้งๆ ยิ้มๆ หัวเราะหึหึ คอยมองตัวที่ควันเริ่มกรุ่นๆ เหมือนผู้ใหญ่มองดูเด็ก ทีนี้พอตัวกรุ่นๆ มันเริ่มรู้ว่ามีอีกตัวหนึ่งมองอยู่แล้วก็มองด้วยแววตาขำๆ หน่อยๆ มันก็เลยอายม้วนต้วน ควันที่เริ่มกรุ่นๆ อยู่มันก็เริ่มหายไปแล้วตัวมันเองก็ก้มหัวงุดๆ ก็ยังอยู่นั่นแหละ แต่ไม่มีควันที่พร้อมจะเกิดเป็นเปลวไฟแล้วทีนี้
ทั้งหลายทั้งมวลที่กล่าวมานี้ขอขอบคุณอย่างสูงสุด แด่กัลยาณมิตร ผู้สอน ผู้ให้ความรู้ แก่เรานะ สอนให้เราได้กลับมาดูข้างในของตัวเราแล้วรู้วิธีในการหาตัวที่อยู่ข้างในให้เจอ ทำให้เรารู้เท่าทันอะไรๆ ข้างในตัวเรานั่นเอง
แบบฝึกหัดนี้ต้องทำการฝึกฝนทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เราก็หวังว่าเมื่อเราตามเท่าทันทุกๆ ตัวข้างในได้มากขึ้นๆ เราก็จะมีชีวิตแบบทุกข์น้อยลงๆ นะ