การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
จากการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยครั้งที่ 1/2553 ใน 69 เขตพื้นที่การศึกษา กรณีผู้สอบได้ไม่มีใบรับรองสิทธิ และไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยที่ประชุมองค์กรหลักยืนยันแนวปฏิบัติจากการหารือร่วม 3 ฝ่าย ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยให้ยึดหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่อนผันให้ผู้สมัครสอบแข่ง ขันที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสามารถสมัครสอบแข่งขั้นได้ ที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้แจ้งเวียน เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2553 ดังนี้ กรณีที่ประกาศผลการสอบแข่งขันและได้มีการเรียกบุคคลผู้สอบแข่งขันมารายงาน ตัวเพื่อเข้า รับการบรรจุ บุคคลที่สอบแข่งขันได้ในลำดับที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาแสดงในวันรายงานตัว จึงจะมีสิทธิบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า หาก บุคคลที่สอบแข่งขันได้และอยู่ในลำดับที่ต้องมารายงานตัวต่อสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในวันมารายงานตัว ให้ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปและขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง มาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 จึงต้องถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในคราวนั้น และให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และอ.ก.ค.ศ.สำนักบริการงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลที่สอบแข่งขันได้ในลำดับถัดไป โดยไม่ถือว่าขัดต่อมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ เพราะเหตุจากการขาดคุณสมบัติดังกล่าวไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้อง และให้ถือว่าสิทธิอันเกิดจากผลการสอบแข่งขันได้สิ้นสุดไป เมื่อมีการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลที่สอบได้ในลำดับถัดไปแล้ว
ต่อข้อถามถึงการให้ผู้ไม่มีใบรับรองสิทธิ และไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู คงสิทธิตาม ว.13 เนื่องจาก ว.13 กำหนดว่า “ก่อนวันครบกำหนดขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้” ซึ่งหากผู้สอบได้สามารถมีใบอนุญาตก่อนครบกำหนดบัญชีหมดอายุ 2 ปี และมีการเรียกบรรจุก็สามารถบรรจุได้นั้น นายชินวรณ์กล่าวว่า เนื่องจาก พิจารณาแล้วเห็นว่า ว.13 ยังไม่ชัดเจน และเกรงว่าผู้ที่สอบขึ้นบัญชีในลำดับถัดไปจะฟ้องร้อง.