สวัสดีค่ะครู

                เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาเปลี่ยนรองเท้าไปวิ่งออกกำลังกาย อากาศสดชื่น รู้สึกสมองปลอดโปร่งเหลือค่อย ๆ ซึมจนไหลย้อย ทบทวนกับตนเองเกี่ยวกับการเกิดมาที่ได้ยินใครหลายคนบอกว่า

“เกิดมาใช้กรรม กรรมเก่าก็คงทำให้ได้มาซึ่งทุกสิ่งที่เผชิญ ณ ปัจจุบัน กรรมเก่าก็เหมือนหนี้ ที่ต้องชดใช้ เมื่อก่อน ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ยอมรับ หนี้จึงมีแต่พอกพูน มากขึ้น ๆ และก็มากขึ้น แต่ ณ วันนี้รู้แล้ว ว่ามีหนี้มากน้อยเพียงใด ก็ใช้สติใช้ปัญญาชดใช้ ปรับปรุงแก้ไข และไม่สร้างเพิ่ม”

วิ่งเสร็จเดินกลับมาบ้าน ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของน้องชินจังเรียก “ติ๋ว ๆ” รู้สึกเอ็นดู จึงเดินเข้าไปหอมแก้มอย่างหมั่นเคี้ยว แล้วเราก็ช่วยกันรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน หนูได้เรียนรู้ความบริสุทธิ์และความอยากรู้อยากเห็น หลายครั้งชินจัง ช่วยสะท้อนพฤติกรรมเลียนแบบให้เห็น ก็ได้หัวเราะขำ ๆ กับท่าทาง แต่ก็รู้สึกสะเทือนในใจตนเองว่า

“เลียนแบบอะไรใครอยู่ แล้ว อะไรคือ นิสัยที่แท้จริง”

 

บางคราหนูก็ห้าวมาก ๆ ก๋ากั่น โหดร้าย ดุเดือด เถื่อน

บาคราก็หวาน จนนั่งลงทำพานบายศรีขึ้นหิ้งพระ  ถักเน็ตติ้ง ตัดกระโปรงใส่เอง

บางคราก็สนุกสนานเบิกบาน พาเด็ก ๆ เล่นได้อย่างแจ่มใส

 

หนูยอมรับว่ารู้สึกสับสน ใจหนูไม่คงที่ เห็นแรก ๆ ก็ รู้สึกกลัว รับไม่ได้ งง เดี๋ยวนี้เห็นบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ นั่งพิจารณา พี่อ้อเดินมาถามว่า

“ทำกรวยใบตองเป็นไหม”

ตอบตามตรงว่า "เป็น"

ท่านจึงวานให้ทำกรวยใบตองให้ลูก ๆ ของท่านไปไหว้ครู ระหว่างนั่งทำกรวยให้พี่อ้อ ระลึกถึงการไหว้ครู ที่มีองค์ประกอบของ

 

ข้าวตอก แทนความมีวินัย สะเทือนเข้าไปในใจว่า “วินัยในตนเองยังขาดมาก ๆ แพ้พ่ายต่อความเกียจคร้านบ่อยครั้ง”

ดอกมะเขือ แทนความอ่อนน้อม ณ วันนี้ใจหนูน้อมลงกว่าแต่ก่อน แต่ก็ยังมีความแข็งกระด้าง เพราะบางคราก็ยังติดอยู่กับความสงสัย

หญ้าแพรก แทนความอดทน ก่อนหน้านี้เคยคิดว่า มีความอดทน แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแน่ใจค่ะครู เพราะก็เกิดคำถามในตนเองว่า “ถ้าอดทนจริงก็ต้องมีวินัย แต่นี่อดทนไม่ วินัยก็เลยบกพร่องไปด้วย”

ดอกเข็ม แทนความเฉลียวฉลาด หนูมักฉลาดแต่เรื่องโง่ ๆ

 

หากเทียบจากตัวแทนของสิ่งบูชาครู ทำให้รู้สึกสะเทือนตัวชั่ว เพราะห้าประการที่เป็นสิ่งคารวะครู หนูยังบกพร่อง มีเพียงใจที่ระลึกถึงเท่านั้น ครูค่ะศิษย์ยังเป็นผู้เขลา

เช้านี้ที่ทำงานดูท่าทางจะงานเข้า ช่วงระหว่างพอว่างนั่งเขียนจดหมายถึงครู แต่ก็รู้ในตนเองว่าล่าช้าไปหลายวัน ซึ่งก็สมควรที่ต้องปรับปรุง  เที่ยง ๆ พี่ ๆ โทรสั่งพิชช่า มาเลี้ยงส่งน้องที่ลาออก อืม หนูทานไปเยอะเหมือนกันค่ะ ทั้ง ๆที่รู้ในตนเองว่า ทานพิชช่าแล้วจะรู้สึกเวียนหัว แล้วก็เกิดขึ้นจริง ๆ บ่าย ๆ ผู้อำนวยการเรียกประชุมทีมงาน ที่ต้องไปประชุมอาทิตย์หน้า ความรู้สึกผิดปกติในร่างกายยังมีอยู่ แต่งานก็ต้องเป็นงาน ต้องใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ฟังมาก ๆ แต่ก็ดีนะคะครูเป็นข้อพิสูจน์กับตนเองว่า “อยู่ที่ความตั้งใจ”

กลับมาที่ห้องช่วยพี่ ๆ จัดเตรียมเอกสารเพราะพรุ่งนี้มีบรรยายที่ มหาสารคาม ออกเดินทางแต่เช้า หนูก็ไปช่วยพี่ ๆ ดูแลเรื่องเทคนิค เป็นการเตรียมเอกสารที่ ฮามาก ๆ ค่ะ เราหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ไม่เครียดดี เบิกบานกับหน้างานที่ทำ แต่ก็ได้แซวกันว่า “ไม่ใช่ชำนาญการนี่ ไม่มีได้เย็บเอกสารนะเนี่ย ฮ่า ๆ”

เลิกงานแวะไปหาซื้อหนังสือของคุณดังตฤณ ที่วางแผงวันนี้วันแรก ปรากฏว่า ยังไม่ถึงขอนแก่น รู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ยอมรับว่า ยังไม่ถึงเวลา จึงตรงกลับบ้าน น้องแดงแวะมาดูอินเตอร์เน็ตให้เพราะเริ่มใช้งานได้แล้ว ทำให้นึกย้อนกับตนเองว่า ที่หนูเกเรไม่ค่อยเขียนจดหมายถึงครู ก็เพราะนิสัยเดิมที่ขาดวินัย ไม่ใช่เพราะเน็ตอย่าที่มันถูกใช้เป็นจำเลย