อาจจะล่าช้าไปหน่อยสำหรับการกล่าวถึงภาพยนตร์เรื่อง อวตาร แต่ก็อยากจะพูดถึงเนื้อหาที่ สอดคล้องกับแนวคิด แนวPostcolonial เมื่ออ้างถึง "อาณานิคม" ไม่มีใครไม่รู้จักการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก และการยึดครองแผ่นดินใหม่ America ซึ่งทำให้เรื่องราวของ โพคาฮอนทัส(Pocahontus) ลูกสาวหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวอร์ชั่นนิทาน-การ์ตูน ธีมของความรักถูกนำมาอ้างเพื่อทำลายกำแพงกั้นระหว่างเชื้อชาติ ความแตกต่าง ของคู่รักโพคาฮอนทัสและกัปตนจอห์น สมิธ สร้างมุมมองแห่งเสรีชน เหยียดหยามขนบพื้นเมืองให้กลายเป็นความป่าเถื่อน ทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นการสร้างภาพชาวตะวันตกผู้มีอารยะทั้งที่ในความจริงไม่ต่างอะไรกับ โจรที่เข้าปล้นสะดม ยึดผืนดินบ้านเกิดผู้อื่น ทรัพยากรธรรมชาติ ยัดเยียดแนวคิดตนเอง ยกย่องตนเองเป็นอารยะชนผู้ใกล้ชิดพระเจ้า ดังนั้นภาพเริ่มต้นของเรื่องราว โพคาฮอนทัส จึงไม่ต่างกับ อวตาร เมื่อมนุษย์ที่นึกเอาเองว่าตนเป็นผู้มีอารยธรรม มีสิทธิในทุกสิ่ง(แท้ที่จริงสิทธินั้นคือการใช้กำลังเข้าแย่งชิง-ป่าเถื่อน)บุกรุกเข้าไปในดินแดนอื่นเพื่อยึดครองทรัพยากรจากชนเผ่านาวีที่มีวัฒนธรรมที่อิงกับธรรมชาติและความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ ไม่ต่างกับชาวอินเดียนแดง แต่การพ่ายแพ้ของมนุษย์ผู้มาเยือนแพนดอร่าในอวตาร สร้างความสมใจแก่ผู้ชม ทั้งที่จริงแล้ว เราอาจกล่าวได้ว่าชัยชนะครั้งนี้เสมือนเป็นการแก้ตัวของชาวตะวันตกต่อความรู้สึก ตราบาปในใจที่ปัจจุบัน เมื่อความจริงถูกเปิดเผย หน้าประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกปิดเบือน สำคัญที่สุดคือ ธรรมชาติ-พระเจ้าที่แท้จริงของมนุษยชาติกำลังลงโทษ อวตารจึงเป็นการนำระบบอาณานิคมมาเล่าใหม่ Postcolonial เข้าสู่การกลมกลืนสู่โลกอื่นด้วยตัวตนใหม่ ที่เรียนรู้ความเป็นเขา ไม่ใช่ให้เขาเป็นเราอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม เจมส์ คาเมรอน ผู้สร้างยังคงเป็นมนุษย์ปุถุชน เขาไม่ลืมที่จะสอดแทรกความคิดฝันของคนที่มีมาแต่โบราณ ความต้องการที่จะมีชีวิตยาวนาน สมบูรณ์ ในจิตวิญญานเดิม ครั้งหนึ่งจิ๋นซีฮ่องเต้เคยใช้ผู้คนท่องเที่ยวค้นหายาอายุวัฒนะ แทบจะพลิกแผ่นดินจนกลายเป็นตำนานเล่าขาน ปัจจุบันการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะและการสร้างโคลนนิ่งเป็นประเด็นร้อน สุดท้ายเมื่อมนุษย์จึงเฝ้าฝันว่าเราจะสามารถสร้างร่างที่ไร้จิตวิญญาน และวิธีการเคลื่อนย้ายวิญญานที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถทำได้ แต่เคยมีการกล่าวอ้างในศาสตร์ของชาวพื้นเมือง(บูดู) คาถาถอดจิตต่างๆ ซึ่งความปรารถนานี้ยังคงเป็นความคิดฝันอยู่ เมื่อไรที่สิ่งนี้กลายเป็นจริงสิ่งใดที่จะมาแทนที่ความปรารถนานี้ก็ยังไม่อาจจะหยั่งรู้(แต่คงต้องมีแน่นอน)
สุดท้าย ดินแดนแพนดอร่า ไม่ต่างอะไรกับ แพนดอร่าสวยสาวที่เทพเจ้าส่งมาเพื่อหลอกล่อให้คนหลงไหลพร้อมกล่องของขวัญซึ่งแท้จริงเป็นความชั่วร้ายต่างๆนานา เช่นความหวาดกลัว การหลอกลวง ความเจ้าเล่ห์ โรคภัยที่ทำให้คนขาดความสามัคคี เชื่อถือกัน ความเป็นอารยะอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม พระเจ้ายังสงสารในกล่องแพนดอร่ายังมี ความหวังใส่ลงมาเพื่อนำทางและเป็นกำลังใจแก่มนุษย์ ดังนั้น สำหรับแพนดอร่า แม้จะมีคนจำนวนมากที่ได้รับผลร้ายจากมัน แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์แม้จะเป็นส่วนน้อยก็ยังมี (อย่างน้อยก็พระเอก เจคของเรานั่นเอง)
จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านนะคะ
ดีครับๆๆๆๆๆ
ได้แง่คิดดีดี
เจี๊ยบยังดูหนังเรื่องนี้ไม่จบเลย อยากดูอ่ะ แต่ไม่มีเวลา ชอบหนังแนวนี้อยู่แล้ว