ผมไม่ได้เข้ามาที่บ้านนี้นานพอสมควร คิดถึงพี่น้องเพื่อนๆลูกๆหลานๆมากจริงๆ ผมมีพันธะผูกพันกับกัลยาณมิตรสมณเพศท่านหนึ่งคือท่านพระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และผมได้เคยกล่าวถึงท่านในบล็อกเก่าๆที่ผ่านมา

          ในยุคที่ผมทำงานทวายชีวิตให้กับสังคมแบบลืมตาย ผมจะต้องไม่พลาดโอกาสที่จะต้องแว๊บไปสนทนาธรรมกับท่านพระกิตติศักดิ์เสมอๆ จนผมสนิทสนมกับท่านมาก แม้แต่รูปที่บล็อก G2K ผมก็เลือกภาพที่กำลังร่วมกิจกรรมกับท่าน มีหลายคนถามถึงภาพนี้ ผมขอใช้โอกาสนี้อธิบายเลยนะครับ ภาพนี้เป็นภาพที่เราจัดกิจกรรมในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต จัดโดยกลุ่มเสขิยธรรม(ซึ่งก็สังกัดมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์นี่แหละ) จำได้ว่าวันนั้นเราจัดเสวนาเกี่ยวกับเรื่องการอ่านหนังสือ แต่เป็นทัศนะของคนสามศาสนา ผมรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการเสวนา กิจกรรมนี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว

                ในวันที่ 15-17 มิถุนายนนี้ ทางมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม “กึ่งทศวรรษแห่งการจากไปของ พระสุพจน์ สุวโจ” ณ.สวนป่าเมตตาธรรม หมู่ 5 บ้านห้วยงูใน ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ร่วมปลูกป่ารักษาธรรมชาติ รำลึก 5 ปีกับการจากไปของพระสุพจน์ สุวโจ ผมจะนำเสนอเรื่องนี้อีกครั้ง

                ผมเคยเล่าให้ทุกท่านได้ทราบว่า ผมได้รับเกียรติจากมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์และท่านกิตติศักดิ์ให้เป็นคอลัมนิสต์และเป็นที่ปรึกษาในวารสาร “ปฏิปทา” ซึ่งเป็นวารสารเล่มใหม่ที่ทางมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ จะจัดทำขึ้น ท่านที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ โทรศัพท์ 0-2840-1504,0-2840-1949,08-6757-5156, Fax. 0-2800-1214  E-mail: [email protected]

 

    

 

หลังจากบันทึกแล้วผมได้รับรายละเอียดจากท่านพระกิตติศักดิ์ดังนี้ครับ

ขอเชิญ ร่วมปลูกป่า - รักษาธรรมชาติ

ในโอกาส "กึ่งทศวรรษแห่งการจากไปของ พระสุพจน์ สุวโจ"

๑๕ - ๑๗  มิถุนายน ๒๕๕๓

ณ สวนป่าเมตตาธรรม บ้านห้วยงูใน ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

 

ร่วมทอดผ้าป่าพันธุ์ไม้

ร่วมปลูกป่า - รักษาธรรมชาติ

ณ สวนป่าเมตตาธรรม

หมู่ ๕ บ้านห้วยงูใน ตำบลสันทราย

อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

 

 

 

กำหนดการ :-

๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ 

ผู้เข้าร่วมเดินทางถึงสวนเมตตาธรรม  พักค้างคืนในกระท่อม หรือเต็นท์

 

๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓

๐๖.๐๐-๐๖.๓๐ น. ร่วมภาวนาเพื่อระลึกถึงผู้จากไป

๐๗.๐๐น. อาหารเช้า

๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ร่วมกิจกรรม เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

ภัตตาหารเพล อาหารกลางวัน ระหว่างทาง

๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์/พบปะเครือข่ายกัลยาณมิตรพระสุพจน์ สุวโจ

๑๘.๐๐ น. อาหารเย็น/น้ำปานะ

๑๙.๐๐น. กลุ่มสนใจตั้งวงสนทนา หรือพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓

๐๖.๐๐-๐๖.๓๐ น. ร่วมภาวนาเพื่อระลึกถึงผู้จากไป

๐๗.๐๐ น. ภัตตาหารเช้า/อาหารเช้า

๐๘.๐๐ น. เที่ยวชมสวนเมตตาธรรม

๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. เสวนา "จะสืบทอดเจตนารมณ์ พระสุพจน์ สุวโจ ได้อย่างไร?"

๑๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. การแสดงวัฒนธรรมล้านนา ชาวไทยใหญ่ และชนเผ่าดาระอั้ง

 

๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

๐๗.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. ร่วมปลูกป่า - รักษาธรรมชาติ

๑๑.๐๐ - ๑๑.๓๐ น. ถวายผ้าป่า, พิธีสงฆ์อุทิศส่วนกุศลแด่ผู้ล่วงลับ - ทอดผ้าบังสุกุล

๑๑.๓๐ น. ถวายภัตตาหารเพล

๑๒.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน  เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

ร่วมจัดโดย  มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ และเครือข่ายกัลยาณมิตร พระสุพจน์ สุวโจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

๐๘ ๖๗๕๗ ๕๑๕๖ และ [email protected]

 

หมายเหตุ ๑.สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ควรจะจัดเตรียมเต็นท์มาเอง

๒.สำหรับผู้ที่ประสงค์จะอาบน้ำในลำธาร ให้จัดเตรียมโสร่ง หรือผ้าขาวม้ามาเอง

๓.ท่านสามารถร่วมบริจาคกล้าไม้ หรือเมล้ดพันธุ์ไม้ป่า เพื่อร่วมปลุกในกิจกรรมนี้

๔.มูลนิธิฯยินดีรับบริจาคเงินสมทบเพื่อจัดกิจกรรม, ค่าอาหาร และค่าที่พักตามกำลังศรัทธา

 

................

 

ย้อนอดีต - บันทึกช่วยจำ “๕ ปี คดีสังหาร พระสุพจน์ สุวโจ”

 

๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๑        กลุ่มพุทธทาสศึกษาย้ายจากสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มาร่วมกันศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ สถานปฏิบัติธรรม “สวนเมตตาธรรม”

๒๕๔๓                ก่อตั้งมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ รับมอบอำนาจการดูแลที่ดินจาก พระสิงห์ทน นราสโภ

๒๕๔๔ - ๒๕๔๘                             เครือข่ายพระสงฆ์กลุ่มเสขิยธรรมตั้งข้อสังเกต และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายสนับสนุนอบายมุข และนโยบายการใช้ความรุนแรง เช่น การปราบปรามการชุมนุม การฆ่าตัดตอน ตลอดจนการละเมิดสิทธิมนุษยชน ของรัฐบาลในขณะนั้น

๒๕๔๕                ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและเครือข่ายนักการเมืองระดับชาติบุกรุกที่ดินในความรับผิดชอบของมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ตลอดจนข่มขุ่คุกคามโดยวิธีต่างๆ กลุ่มพุทธทาสศึกษาพยายามแจ้งความแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง

พฤษภาคม ๒๕๔๗                           สภ.ฝาง รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ(หลังจากปฏิเสธไม่รับแจ้งความมาอย่างต่อเนื่องเกือบ ๒ ปี)