การอบรมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน รุ่นที่ ๒ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จบลงแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ การอบรมรุ่นนี้มีผู้ลงทะเบียนมาล่วงหน้า ๑๐๐ กว่าคน จาก ๑๒ จังหวัดในภาคใต้คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และมีพยาบาล ๑ คนที่เดินทางไกลมาจากจังหวัดนครนายก (คนนี้นั่งหน้าตลอดและอยู่จนจบการอบรม) วิชาชีพพยาบาลมีจำนวนมากที่สุด รองลงไปคือเภสัชกร โดยเฉพาะกลุ่มเภสัชกรของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ความคาดหวัง
ดิฉันคาดหวังให้ผู้เข้าอบรมทุกคนได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานได้ และได้รู้จักมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพิ่มมากขึ้น จากการร่วมฟังวิทยากรบรรยายเกือบทุกเรื่อง และร่วมจัดกิจกรรมกลุ่มย่อยทุกกิจกรรม พบว่าเนื้อหาสาระที่วิทยากรบรรยายตรงกับที่ต้องการคือไม่เน้นวิชาการมากเกินไป วิทยากรแต่ละท่านได้เอาประสบการณ์จากการทำงานจริงมาบอกกล่าว ทำให้ได้รู้เทคนิค/ วิธีการเล็กน้อยๆ ที่บางครั้งเราอาจนึกไม่ถึง
กิจกรรมในกลุ่มย่อยของวันพุธที่ ๙ มิถุนายน (อาหาร) และพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน (ออกกำลังกาย เท้า อินซูลิน และ SMBG) จุดประกายความคิดในการทำงานให้กับผู้เข้าอบรมได้เป็นอย่างดี เมื่อเปลี่ยนห้องย่อยแต่ละครั้ง ดิฉันได้เห็นผู้เข้าอบรมแต่ละคนมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะติดมาด้วย เมื่อเหลือบดูข้อมูลที่ผู้เข้าอบรมเขียนในใบประเมินผลก็เป็นไปในทำนองนี้
สิ่งที่ได้รับเกินความคาดหวัง
ในการอบรมครั้งนี้เราสามารถเริ่มกิจกรรมได้ตรงเวลา ๐๘.๓๐ น. ทุกวัน ผู้เข้าอบรมบางส่วนมานั่งรอตั้งแต่ ๐๘ น. มีส่วนน้อยมากที่มาสายและกลับก่อน ดิฉันประทับใจในความตั้งใจของทั้งผู้เข้าอบรมและวิทยากรทุกคน พยาบาลบางคนเมื่อเข้าอบรมแล้วบอกว่าสนใจอยากเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ มวล.
ทีมทำงานของศูนย์บริการวิชาการได้รับคำชื่นชมจากผู้เข้าอบรมว่ายิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดี แตกต่างจากที่ดิฉันเคยได้ยินคนใน มวล.พูดถึง บรรยากาศของการอบรมเรียบง่ายและเป็นกันเอง ซึ่งแตกต่างจากการอบรมที่สมาคมฯ จัดที่กรุงเทพฯ
สิ่งที่ยังไม่ได้หรือได้น้อย
ไม่มี
ถ้าจะจัดการอบรมครั้งต่อไป ควรปรับปรุงอะไรบ้าง
ห้องประชุมของเรามีลักษณะยาวมากกว่ากว้าง ในขณะที่จอภาพหน้าห้องเล็ก LCD ไม่คมชัด จอทีวีกลางห้องที่ติดอยู่ที่เพดาน แม้ภาพจะคมชัดดี แต่ก็อยู่สูงและมีขนาดเล็ก ผู้เข้าอบรมที่นั่งด้านหลังๆ มองไม่เห็นตัวหนังสือใน PowerPoint ความเย็นของแอร์ยังน้อยไป บางช่วงต้องใช้พัดลมช่วย ควรต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งดิฉันได้พูดคุยกับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว
เราใช้สถานที่ทำงานจัดการอบรม รื้อห้องประชุมต่างๆ มาจัดตามที่เราต้องการ จึงไม่หรูหราเหมือนตามโรงแรม และไม่มีคนสนับสนุนเพียงพอ ต้องทำทุกอย่างกันเอง น้องๆ ทีมของศูนย์บริการวิชาการจึงไม่ได้รับประทานอาหารตรงตามเวลาและต้องทำงานทั้งในวันหยุดและช่วงกลางคืน หากเราจะจัดกิจกรรมแบบนี้ในมหาวิทยาลัยต่อไป ควรมีระบบที่ช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม
การจัดอาหารกลางวัน รายการอาหารเป็นเมนูพื้นๆ ดีแล้ว ปริมาณอาหารมากเพียงพอ แต่การจัดแบบบุฟเฟ่ แม้จะเพิ่ม line อาหารตั้งแต่วันที่ ๒ ของการอบรม แต่จานอาหารที่จัดให้มีขนาดเล็กเกินไป ไม่เหมาะสำหรับการตักอาหารหลายๆ อย่าง จึงมีผู้เข้าอบรมเสนอแนะว่าน่าจะจัดเป็นอาหารกล่องหรือจัดอาหารลงโต๊ะ ข้าวกล้องยังหุงไม่ได้ที่ แข็งเกินไป
อาหารว่าง มีคาร์โบฮัยเดรตมากเกินไป เช่น ขนมกุ๋ยช่าย แป้งหนามาก และเครื่องดื่มหวานเกินไป ต้องปรับปรุง
จะทำอะไรต่อ
- หาทางปรับปรุงห้องประชุมและระบบสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น
- ผู้เข้าอบรมสนใจหลักสูตรการออกกำลังกาย จะต้องประสานงานกับทีมที่จัดหลักสูตรนี้ของสมาคมฯ (ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ วางแผนที่จะจัดในเดือนตุลาคม ๒๕๕๓)
- ชักชวนอาจารย์ในสาขาด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องให้เข้าอบรมให้มากขึ้น เพื่อนำความรู้ไปสอนนักศึกษาและพัฒนางานวิชาการของตนเอง
- นำกิจกรรมที่จัดในการอบรมครั้งนี้ไปใช้ในการสอนนักศึกษา เช่น ในเรื่องโภชนาการและโภชนบำบัด
- ชักชวนหน่วยพัฒนาองค์กรให้ประยุกต์กิจกรรมบางเรื่องไปใช้ในการจัดกิจกรรมพัฒนาด้านสุขภาพให้กับพนักงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งทีมงานของศูนย์บริการวิชาการบอกว่ายินดีให้ความร่วมมือด้วย
ในภาพรวม ถือว่าเราดำเนินการจัดการอบรมได้เรียบร้อยดี หยุดพักเสาร์-อาทิตย์ ๒ วัน เตรียมพร้อมสำหรับการอบรมหลักสูตรการดูแลสุขภาพเท้าและแผลในผู้เป็นเบาหวานต่อในวันจันทร์-อังคารที่ ๑๔-๑๕ มิถุนายน ที่จะถึงนี้
วัลลา ตันตโยทัย