เตรียมรับมือ แผ่นดินไหว 9 และ 21 กันยายน 2553 (2010)

จับตาการเรียงตัวของดาวเคราะห์ช่วงวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010

ระดับความรุนแรง:    มาก

คำเตือน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการ ศึกษาปฏิกริยาของพระอาทิตย์ และผลกระทบของปฏิกริยาพระอาทิตย์ทึ่อาจจะมีต่อโลก จุดประสงค์หลักคือเพื่อ ให้ผู้อ่านได้ตระหนักถีงปรากฏการณ์ธรรมชาตินอกโลกที่มีผลต่อโลก และมีความเชื่อมโยงกับตำแหน่งของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล

การทำนายปฏิกริยาพระอาทิตย์ยังอยู่ในช่วงของการศีกษาวิจัย แต่ละกรณีศึกษาจะมึความแตกต่างกันและจะมีผลกระทบต่อโลกที่แตกต่างกัน การศีกษาผลกระทบของปฏิกริยาพระอาทิตย์ทึ่อาจจะมีต่อโลกนั้นยังต้องมีการเก็บ ข้อมูลทางสถิติอีกมากเพื่อใช้ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคตให้แม่นยำมาก ขึ้น

ในกรณีวันที่ 12 มิถุนายน เป็นกรณีศีกษาใหม่ซึ่งปฏิกริยาพระอาทิตย์จะเกิดในแนวตั้งฉากกับโลกเป็นครั้ง แรกของปีนี้ ดังนั้นขอให้ผู้อ่านที่สนใจได้ทำการศึกษาไปพร้อมๆ กัน

ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะเริ่มต้นประมาณวันที่ 8 มิถุนายน คศ 2010 ซี่งเป็นวันที่มีดาวเคราะห์เรียงตัวกันระหว่าง ดาว ศุกร์ พระอาทิตย์ และ ดาวพฤหัส ซี่งคาดว่าจะเป็นตัวจุดฉนวนปฏิกริยาพระอาทิตย์เป็นหลัก และ คาดว่าเราจะได้เห็นเปลวพลังงานขนาดใหญ่ปรากฏขี้นที่พระอาทิตย์ และอาจจะเหนี่ยวนำให้เกิดแผ่นดินไหวขี้นประมาณ 6.5 ริตเตอร์ (ซี่งเกิดตามที่คาดการณ์ไว้แต่อยู่ในระดับ 6 ริตเตอร์) 

แนวเรียงตัวในวันที่ 8 มิถุนายน คศ 2010 เวลาประมาณ 18 UTC

ในวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010 จะมีปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวกันครั้งใหญ่อีกครั้งหนี่ง เป็นการเรียงตัวกันระหว่าง โลก ดาวพฤหัส และ ดาวยูเรนัส นอกจากนั้น แล้ว ยังมีการเรียงตัวกันระหว่าง โลก พระจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ ในเวลาประมาณ 11:30 UTC.

 

การเรียงตัวระหว่าง โลก ดวงจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ ในเวลาประมาณ 11:30 UTC ของวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010

ซี่งเรารายงานปรากฏการณ์ครั้งนี้มากกว่า 4 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุเพราะเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะมีความสำคัญมากอันหนี่ง เพราะปฏิกริยาพระอาทิตย์มีแนวโน้มจะสูงขี้นอย่างมากตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม โดยดูจากจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์และคาดว่าจะสูงสุดในวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนที่จะลดลงอีกครั้ง ซี่งเป็นการอ้างอิงจากการคำนวณแรงกระทำจากดาวเคราะห์ที่พี้นผิวของดวงอาทิตย์ซี่งเคยได้นำเสนอก่อนหน้านี้ โดยปฏิกริยาครั้งนี้จะสูงสุดในเวลาประมาณ 23:00 UTC ซี่งคาดว่าจะทำให้พระอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานขนาดใหญ่ออกมาและส่งผลกระทบต่อโลก เพิ่มเติม แต่เนื่องจากโลกอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับการเรียงตัวหลักและยังไม่มีกรณี ศีกษาแบบนี้มากนักจากสถิติในอดีตของปีนี้ อาจจะทำให้การคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดกับโลกผิดพลาดได้ แม้ว่าพระอาทิตย์จะมีปฏิกริยาสูงในช่วงนั้นก็ตาม ซี่งขอให้ผู้อ่านติดตามสถานการณ์และเรียนรู้กรณีศีกษาไปด้วยกันกับผู้จัดทำ  

ตำแหน่งของดาวเคราะห์ในวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010

ประมาณการณ์แรงกระทำจากดาวเคราะห์ที่พี้นผิวของดวงอาทิตย์ ในเดือน มิถุนายน คศ 2010 ซึ่งสูงสุดในวันที่ 12 มิถุนายน เวลาประมาณ 23:00 UTC

ผลกระทบต่อพระอาทิตย์

ทางผู้จัดทำคาดว่าเราจะเริ่มเห็นเปลวพลังงานขนาดใหญ่ที่ดวงอาทิตย์ในวัน ที่ 8-11 มิถุนายน รวมถีงจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์จะเพิ่มตัวสูงขี้น เปลวพลังงานนี้จะหลุดออกมาในวันที่ 12 มิถุนายน และจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวบนโลกตามมาในวันนั้น และส่งผลกระทบต่อเนื่องอีกสองวันหลังจากนั้น

ในวันที่ 17 พฤษภาคม มีรายงานจาก spaceweather.com ว่าเกิดเปลวพลังงานขนาดใหญ่ขี้นในซีกเหนือของพระอาทิตย์ขนาดยาวกว่า หนี่งแสนกิโลเมตร ซี่งยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์นี้จะเชื่อมโยงถึงสิ่งที่จะเกิดขี้นในอีกยี่สิบกว่าวันข้างหน้าหรือไม่  แต่ทางเวปคาดว่าเปลวนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อโลกเร็วกว่านั้นคือในวันที่ 22-23 พฤษภาคม ซี่งคงต้องติดตามกันต่อไป - update 28 พฤษภาคม 2010 เปลวนี้ได้ออกมาแล้วและส่งผลกระทบในวันที่ 27 พฤษภาคม ตามการวิเคราะห์ใน http://www.truth4thai.org/planetaryalignment/May2310 

ในวันที่ 31 พฤษภาคม ได้เกิด filament (แถบสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ทางซีกเหนือของดวงอาทิตย์) คล้ายกับที่เกิดในวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถ้าศีกษากรณีที่เกิดในวันที่ 17 นั้นจะพบว่ามันใช้เวลาประมาณ 8 วันในการเคลื่อนตัวไปยังอีกฝั่งหนี่งก่อนจะปล่อยพลังงานออกไป ถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนกับวันที่ 17 filament จะเป็นจุดฉนวนแผ่นดินไหวที่จะเกิดขี้นประมาณวันที่ 11 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ขอให้ผู้ที่สนใจจับตาดูสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

30 พฤษภาคม 2010

31 พฤษภาคม 2010

1 มิถุนายน 2010

ในวันที่ 4 มิถุนายน 2010 เราได้เห็นแถบสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ทางซีกเหนือของพระอาทิตย์อย่างชัดเจน และมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในปีนี้ แถบสนามแม่เหล็กนี้จะมีอิทธิพลต่อปรากฏการณ์บนโลกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งเมื่อแถบสนามแม่เหล็กนี้หลุดออกมาเมื่อไหร่ เราก็จะเห็นผลกระทบตรงต่อโลกครั้งใหญ่อีกครั้งในอีกประมาณ 1-2 วันหลังจากที่หลุดออกมาเท่าที่สำรวจทางสถิติมาในปีนี้

ในวันที่ 5 มิถุนายน 2010 เกิดการเรียงตัวระหว่าง coronal hole กับโลกซี่งจะส่งผลต่อโลกในรูปแบบของความแปรปรวนของลมสุริยะในวันที่ 7-8 มิถุนายน ซี่งใกล้เคียงกับการเรียงตัวของดาวเคราะห์ระหว่าง ดาววีนัส ดาวพฤหัส และ ดวงอาทิตย์

นอกจากนั้น NOAA ได้พยากรณ์ปฏิกิริยาพระอาทิตย์ว่าจะเพิ่มสูงขี้นในวันที่ 10-12 มิถุนายน ซี่งใกล้เคียงกับทางเวปของเราได้ทำนายไว้ถึงสี่สัปดาห์ล่วงหน้า www.sflorg.com/spaceweather/#12

ในเวลา 15:07 UTC พระอาทิตย์ได้ปลดปล่อย เปลวพลังงาน Coronal Mass Ejection (CME) ขนาดใหญ่ออกมาทางซีกใต้ของดวงอาทิตย์ซี่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวในครั้งนี้ ซี่งคาดว่าพลังงานนี้จะส่งผลกระทบต่อโลกในวันที่ 7-8 มิถุนายน 2010 แต่เนื่องจากทิศทางของ CME ไม่ตรงกับโลกจึงไม่ส่งผลกระทบมากนัก ซี่งผลกระทบอาจจะอยู่ในรูปแบบของแผ่นดินไหวประมาณ 6 ริตเตอร์ และสภาพอากาศแปรปรวน แต่เหตุการณ์ยังไม่จบเพียงแค่นี้แต่มีครั้งใหญ่อีกที่ประมาณวันที่ 12 มิถุนายน ซี่งคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับแถบสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ทางทิศเหนือของดวงอาทิตย์

ในวันที่ 7 มิถุนายน 2010 เปลวพลังงานพระอาทิตย์ทางซีกเหนือเริ่มลอยสูงจากพี้นผิว และ เสี่ยงต่อการเกิด Hyder flares ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าขอให้ทุกท่านที่สนใจ จับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในวันที่ 8 มิถุนายน ดาวเทียม SOHO ได้หยุดให้สัญญาณภาพ EIT 304 ในเวลา 19:19 UTC หลังจากที่มีเปลวพลังงานบางส่วนหลุดออกมาทางซีกตะวันออกเฉียงเหนือของดวงอาทิตย์ นอกจากนั้นสัญญาณภาพ EIT 195 ในเวลา 10:48 UTC ได้เกิดแสงสว่างผิดปกติ ซี่งเหตุการณ์เหล่านี้มักจะเกิดขี้นเมื่อมีคนจำนวนมากพยายามสังเกตุปรากฏการณ์ และพยายามจะคาดการณ์สถานการณ์ของพระอาทิตย์

ในวันที่ 9 มิถุนายน ดาวเทียม SOHO กลับมาส่งสัญญาณภาพเช่นเดิมและทำให้เราเห็นปฏิกริยาที่พระอาทิตย์ทางฝั่งตะวันออกมากขี้น ซี่งจะเห็นได้ว่า filament เตรียมจะหลุดจากพระอาทิตย์ นอกจากนั้นจุุดดับบนดวงอาทิตย์เบอร์ 1078 มีขนาดใหญ่ขี้น ตามรายงานของ Spaceweather.com 

ในช่วงวันเดียวกันยังมีอุกกาบาตขนาดใหญ่แทรกซีมเข้ามาใน ระบบสุริยะจักรวาล

ในวันที่ 11 มิถุนายน พบจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์เบอร์ 1078 มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทางซีกตะวันออกเฉียงใต้ของดวงอาทิตย์ ซี่งทาง Spaceweather.com คาดการณ์ว่าจะส่งพลังงาน CME ระดับ M-Class ซี่งเป็นพลังงานระดับเกือบสูงสุดในเร็วๆนี้ ซึ่งต้องคอยดูว่าจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่

นอกจากนั้นยังมีรายงานจาก spaceweather.com เกี่ยวกับ filament ที่ก่อตัวขึ้นทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซี่งทางเวปของเราได้คาดการณ์ไว้เช่นเดียวกันก่อนหน้านี้ 

ผลกระทบต่อโลก

ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อโลกโดยตรงในรูปแบบของสภาพอากาศแปรปรวน แผ่นดินไหว หรือ ภูเขาไฟระเบิด ซึ่งตำแหน่งที่จะเกิดนั้นขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานออกมา ซี่งเป็นการยากในตอนนี้ที่จะบอกตำแหน่งอย่างเที่ยงตรงเพราะโลกหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่พระอาทิตย์ขี้นจะส่งผลกระทบต่อทุกโซนบนโลกในแนวเดียวกันหรือตั้งฉากกับพระอาทิตย์ ถ้าคาดการณ์พื้นที่ผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ในวันที่ 8 มิถุนายนนั้นจะมีพี้นที่เสี่ยงบริเวณ อเมริกาฝั่งตะวันตก ทวีปแอฟริกา และ ประเทศญี่ปุ่น ซี่งไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัด

ส่วนในวันที่ 12 มิถุนายน เวลาประมาณ 11:30 UTC พี่นที่ๆ ได้รับผลกระทบโซนแรกได้แก่ บริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงเหนือ ซี่งอาจะเป็นหมู่เกาะสุมาตรา ขนาดของแผ่นดินไหวจะอยู่ระหว่าง 7-8.5 ริตเตอร์ ซี่งอาจจะทำให้เกิดสึนามิตามมาก็เป็นได้ โซนที่สองได้แก่ประเทศในยุโรปแถวอิตาลี สเปน หรือ กรีก ส่วนโซนที่สามได้แก่ประเทศในอ่าวเม็คซิโก หรือทางฝั่งตะวันตกของประเทศอเมริกา

พี้นที่ๆได้รับผลกระทบในเวลาประมาณ 11:30 UTC

ในอีก 11-12 ชั่วโมงต่อมาจะเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง ซี่งเป็นช่วงที่แรงกระทำสูงสุดซี่งพี้นที่ๆได้รับผลกระทบก็จะเป็นโซนเดิมที่ กล่าวข้างต้น ซี่งเหตุการณ์ทั้งสองครั้งนี้อาจจะมีขนาดใหญ่พอๆกันก็เป็นได้

เพิ่มเติมการคาดการณ์ภัยพิบัติในช่วงบนโลกวันที่ 12 - 17 มิถุนายน 2010 

เนื่องจาก filament และ จุดดับ ที่เกิดขี้นที่พระอาทิตย์ในช่วงวันที่ 10 มิถุนายน 2010 อยู่ในทิศทางเข้าหาดาวพฤหัส ทางเวปของเราคาดว่าปฏิกริยาพลังงานจะสูงสุดในทิศทางนั้นเช่นกัน ซี่งเป็นทิศในแนวตั้งฉากกับโลก จีงมีความเป็นไปได้ว่าพลังงานนี้จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเท่ากับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือเท่ากับที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ดังนั้นเรื่องของผลกระทบต่อโลกนั้นก็จะปรับระดับความรุนแรงลง ซึ่งถ้าเกิดเป็นแผ่นดินไหวบนโลกจะมีขนาดระหว่าง 6.5-8 ริตเตอร์แทน ส่วนช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้น คาดว่าจะเกิดหนี่งครั้งในวันที่ 12-13 มิถุนายน และหลังจากนั้น จะส่งผลกระทบต่อโลกอีกทีประมาณวันที่ 15 มิถุนายน ซี่งพี้นที่ๆได้รับผลกระทบคาดว่าจะใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

ลำดับเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขี้นในช่วงดาวเคราะห์เรียงตัว

ในวันที่ 5 มิถุนายน เกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มทางภาคตะวันตกด้านกลางของสหัรัฐอเมริกา http://news.bbc.co.uk/2/hi/world/us_and_canada/10250215.stm ซี่งคาดว่าเกิดจากปฏิกริยาพระอาทิตย์ในวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา

วันที่ 7 มิถุนายน เกิดภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศรัสเซีย http://en.rian.ru/natural/20100607/159327856.html

และมีรายงานข่าวภูเขาไฟระเบิดอย่างต่อเนื่อง สามครั้งต่อชั่วโมงที่ประเทศเอควาดอร์ http://momento24.com/en/2010/06/06/ecuador-tungurahua-volcano-continues-with-three-explosions-per-hour/

 

และยังเกิดอุบัติเหตุทางการบินจำนวนมากในช่วงวันที่ 5-7 มิถุนายน ที่ผ่านมา http://hisz.rsoe.hu/alertmap/index2.php

วันที่ 8 มิถุนายน มีรายงานข่าวว่าปฏิกริยาภูเขาไฟที่ฟิลิปปินส์มีปฏิกริยาสูงขี้น www.philstar.com/Article.aspx 

วันที่ 9 มิถุนายน ทางรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้เตือนชาวบ้านในหมู่บ้านประมาณ 6 พันคน เตรียมการอพยพออกจากพี้นที่เสี่ยงต่อภูเขาไฟระเบิด newsinfo.inquirer.net/inquirerheadlines/regions/view/20100609-274790/6000-Taal-villagers-told-to-move-out และ

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริตเตอร์ เวลา 8:57 UTC บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ http://www.emsc-csem.org/index.php?page=current&sub=detail&id=172653

นอกจากนั้นยังเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะวาเนาตู (Vanautu) ขนาด 6.0 ริตเตอร์เวลา 23:23 UTC http://www.emsc-csem.org/index.php?page=current&sub=detail&id=172761 ซี่ งเกิดช้ากว่าที่คาดการณ์เอาไว้หนี่งวัน

ในวันที่ 10 มิถุนายน เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่รัฐเท็กซัส http://www.statesman.com/news/local/heavy-rains-unleash-floods-along-comal-guadalupe-738354.html?srcTrk=RTR_661354

ในวันที่ 11 มิถุนายน ได้มีข่าวทางเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกาเตรียมแผนซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินขนาดใหญ่ในช่วงวันที่ 13 - 17 มิถุนายน ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีทีเดียว http://www.nbcchicago.com/news/local-beat/National-Guard-Drill--95947264.html

 

แอมมี่เพิ่มเติม - วันที่ 12 มิถุนายน 2553 แผ่นดินไหวเกิดขึ้นจริงค่ะ ขนาด 7.5 ริคเตอร์ ที่นอกชายฝั่งประเทศอินเดีย ตามข่าวบอกว่า ไหวอยู่ประมาณ 4 วินาที ในเวลาประมาณตี 1 ของประเทศอินเดีย ห่างจากซีกตะวันตกของหมู่เกาะนิโคบาร์ไปประมาณ 150 กิโลเมตร (95 ไมล์) ที่ความลึก 35 กิโลเมตร (22 ไมล์)  และไม่มีรายงานความเสียหายค่ะ

(New Delhi, India (CNN) -- A 7.5-magnitude earthquake struck off the coast of India early Sunday, according to the U.S. Geological Survey. There were no immediate reports of damage or casualties.

about 150 km (95 miles) west of the Nicobar Islands at a depth of 35 km (22 miles))

(รายงานจาก CNN http://edition.cnn.com/2010/WORLD/asiapcf/06/12/india.earthquake/index.html)

 

ขอขอบคุณข้อมูลข้างต้นทั้งหมดจาก http://www.truth4thai.org/planetaryalignment/June12_10