สัมผัสบรรยากาศเวียงจันทร์

         เปลี่ยนบรรยากาศเดินทางไปเที่ยวลาวกันบ้างค่ะ  เราไปลาวกันวันที่ 8-10 มกราคม 2553 ที่ผ่านมานี่เองค่ะ  เข้าฝั่งลาวจากจังหวัดหนองคาย  ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง อ้อ ครั้งนี้ไปกับบริษัททัวร์ค่ะ ไม่ใช่ลำพังทัวร์เหมือนเคย...

วัดสีเมือง

ข้ามฝั่งไปยังประเทศลาวก็จะเห็นป้ายต่างๆ เป็นภาษาลาวที่เราอ่านไม่ค่อยออก (พอจะเดาได้บางคำ) ร้านรวงต่างๆ ร้านขายโทรศัพท์มือถือ  ร้านขายยา ร้านหมอฟัน  และที่ขาดไม่ได้คือ ร้านส้มตำ  ที่แรกที่เราแวะกันก็คือ วัดสีเมืองค่ะ เป็นวัดเก่าแก่ของประเทศลาว สวยงามตามแบบของลาวค่ะ หน้าวัดมีขายกระเทียมด้วย มัดขายกันแบบนี้เลยค่ะ  ในวัดก็จะบรรยากาศคล้ายบ้านเรา มีดอกไม้ธูปเทียนให้บูชา ที่นี่เค้าบูชาดอกไม้กันเป็นพุ่มเหมือนพาน  และก็ยกถาดใส่ธูปเทียนกันเข้าไปแบบนี้เลย และเราสามารถใช้เงินไทยในการบูชาดอกไม้ธูปเทียนและทำบุญในวัดได้ด้วยค่ะ  ชาวลาวบางคนก็จะมาให้พระสงฆ์ทำพิธีต่างๆ ให้ แบบที่มีสายสิญจน์คล้องด้วยน่าจะเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์

วัดพระแก้ว

จากวัดสีเมืองก็ไปยังวัดสำคัญต่อไปได้แก่ วัดพระแก้วของลาว ซึ่งเป็นสถานที่ที่บูรณะขึ้นมาใหม่เนื่องจากของเก่าถูกไทยเราเผาทำลายหมดแล้ว วัดพระแก้วแห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตที่อยู่ที่วัดพระแก้วของไทยปัจจุบัน  สวยงามและดูเก่าแก่มาก  น่าเสียดายถ้าหากเป็นของดั้งเดิมจริงๆ จะสวยงามขนาดไหน   ด้านในห้ามถ่ายรูปเพราะเป็นของโบราณตั้งโชว์มากมาย  อ้อ ให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าด้วยนะคะ  วันนั้นมีนักท่องเที่ยวมามากเหมือนกัน  ได้เห็นแม่ญิงลาว แต่งผ้าถุง ใส่เข็มขัด และรองเท้าแตะ ดูสวยงามและลาวแต้ แต้ ค่ะ

วัดสีสะเกด และตลาดเซ้า

ชมวัดพอหอมปากหอมคอทางคณะก็พาไปช้อปปิ้งกันที่ตลาดเซ้า ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันกับวัดพระแก้ว  เนื่องจากดูเวลาแล้วให้เวลานานมากเราก็เลยเดินกลับมาทางเดิมเพื่อจะไปวัดอีกวัดหนึ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกันกับวัดพระแก้ว เป็นวัดเก่าที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า วัดสีสะเกด  วัดนี้เป็นวัดเก่ามีวัตถุโบราณมากมาย  จะสังเกตว่าหลังคาอุโบสถของวัดลาวจะมีช่อฟ้า (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า) อยู่บนหลังคา ไม่เหมือนกับวัดทางไทยเราค่ะ  บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ มีนักท่องเที่ยงประปราย  วัดนี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2361 โดย เจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัย และเป็นวัดเดียว ที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆในเวียงจันทน์

จากวัดสีสะเกดเราก็เดินกลับมาสมทบกับคณะที่กำลังช้อปกันอยู่  เดินเข้าไปก็จะมีบรรยากาศเหมือนบ้านเรา มีของลดราคา เพิงขายของ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไม่รู้จะช้อปอะไร ได้หนังสือเรียน ก ไก่ ของประเทศลาวมา 1 เล่ม

วัดพระธาตุหลวง 

หลังจากช้อปปิ้งกันพอหอมปากหอมคอก็ไปต่อกันที่วัดพระธาตุหลวง  ลานหน้าวัดกว้างมากมาก มีเยาวชนมาเล่นฟุตบอล และมีประชาชนมาเดิน วิ่งออกกำลังกายกันด้วยค่ะ  ที่ขาดไม่ได้คือ แม่ค้าขายของที่ระลึกต่างๆ  ด้วยความหิว เราก็ไปซื้อมันปิ้งมากิน ห้วใหญ่มากมาก แพงกว่าบ้านเราอีกค่ะ หัวละ 20 บาท (เคยซื้อที่ถนนคนเดินเชียงราย หัวละ 5 บาทค่ะ)   รสชาติอร่อย กลิ่นหอมค่ะ

เราพักกันที่โรงแรมสีสวาท เป็นโรงแรมขนาด 3 ดาวค่ะ คืนนั้นก็นอนหลับด้วยความเหนื่อยอ่อนเพราะตะลอนมาทั้งวัน  อีกอย่างต้องตื่นแต่เช้าเพื่อจะแวะเดินเที่ยวแถวๆ โรงแรม และตลาดของประเทศลาวซะหน่อย

เที่ยวตลาดสดลาว

ตื่นกันแต่เช้าค่ะ เดินออกมาจากโรงแรมแล้วเลี้ยวขวา จะผ่านวัด ชื่อว่า วัดสิถุฆวา อ่านยากมากค่ะ น่าจะทำนองนี้ จากวัดเดินข้ามถนนจะมีตลาดสดที่ใหญ่มากมาก มีของสดทุกอย่างวางขาย แบ่งหมวดหมู่กันชัดเจน เช่น ขายหมู ขายผัก เป็นต้น ที่ขาดไม่ได้คือ ขายปลาร้า มีเป็นกาละมังเลยค่ะ เลือกตามใจชอบว่าจะเอารสชาติแบบไหน

อนุเสาวรีย์ประตูชัย

อนุเสาวรีย์ประตูชัย เมืองเวียงจันทร์ เป็นสิ่งก่อสร้างที่อลังการที่ทำให้ระลึกถึงประเทศฝรั่งเศส ประตูชัยนี่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ สวยงามมากเลยค่ะ  และมีของที่ระลึกขายอยู่ข้างบนนั้นด้วย ราคาก็สูงตามสถานที่ขายค่ะ  จากทีนี่เราก็กลับเข้าไทยทางหนองคายเหมือนเดิมค่ะ  เค้าว่ากันว่าประเทศลาวจะเหมือนกับประเทศไทยเราในชนบทเมื่อก่อน  พอมาลาวจริงๆ แล้ว เค้ามีความงามอีกอย่างหนึ่งในแบบของเค้าค่ะ อย่าลืมลองไปสัมผัสลาวนะคะ...