หลวงปู่ฝากไว้
หลวงปู่กล่าวว่าสมบัติพัสถานทั้งหลายมันมีประจำอยู่ในโลกนี้มาแล้วอย่างสมบูรณ์ ผู้ที่ขาดปัญญาและไร้ความสามารถ ก็ไม่อาจแสวงหาเพื่อยึดครองสมบัติเหล่านั้นได้ ย่อมครองตนอยู่ด้วยความฝืดเคืองและลำบากขันธ์ ส่วนผู้ที่มีปัญญามีความสามารถ ย่อมแสวงหาทรัพย์สมบัติของโลกไว้ได้อย่างมากมายอำนวยความสะดวกสบายแก่ตนได้ทุกกรณีฯ ส่วนพระอริยเจ้าทั้งหลายท่านพยายามดำเนินตนเพื่อออกจากสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ไปสูภาวะไม่มีอะไรเลย เพราะว่า “ ในทางโลก มี สิ่งที่ มี ส่วนในทางธรรม มี สิ่งที่ ไม่มี”
เมื่อแยกพันธะแห่งความเกี่ยวเนื่องจิตกับสรรพสิ่งทั้งปวง จิตก็หมดพันธะกับเรื่องโลก รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส จะดีหรือเลว มันขึ้นอยู่กับจิตที่ออกไปปรุงแต่งทั้งหมด และจิตที่ขาดปัญญาย่อมเข้าใจผิด ก็หลงอยู่ภายใต้อำนาจของเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย ทั้งทางกายและทางใจ อันโทษทัณฑ์ทางกายอาจมีคนอื่นช่วยปลดปล่อยได้บ้าง ส่วนโทษทางใจ มีกิเลสตัณหาเป็นเครื่องรึงรัดไว้นั้น ต้องรู้จักปลดปล่อยตนด้วยตนเอง ฯ
“ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านพ้นแล้วจากทุกข์ทั้งสองทาง ความทุกข์จึงครอบงำไม่ได้ ”
สวัสดีครับคุณครู
แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนครับ ทุกสิ่งในโลกเหมือนสมบัติ ผลัดกันชม ไม่ควรยึดติดมากนัก มีใช้แต่พอดี เพียงพอ ไม่ยึดติด ช่วยเหลือเจือจุนผู้อื่นบ้าง ทำให้จิตใจสบายสงบ ไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้าจนเกินไปครับ
ข้อคิดของหลวงปู่
ใช้ได้ดี ในสังคมเรา..ค่ะ
คุณอภัยวรรณครับ กำลังพยายาม ละ ลด เลิก อยู่ครับ ทำได้บ้างในบางเรื่อง บางเรื่องต้องใช้ความพยายามอยู่