คานส์เป็นเมืองติดชายทะเล ในสมัยก่อนคงเป็นเมืองท่าธรรมดา แต่หลังจากมีการประกวดภาพยนตร์นานาชาติขึ้น มีดาราจากฮอลลีวูดมาร่วมงาน ทำให้เมืองนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกขึ้นมาทันที มีโรงแรมราคาแพงๆ ที่ใครๆก็อยากไปนอนที่เดียวกับดาราคนโปรด มีแหล่งบันเทิง เช่นคาสิโน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

วันนี้ แม่ต้อยตื่นแต่เช้าตรู่อีกเช่นเคย เพราะตั้งใจไว้ว่าวันนี้เราจะนั่งรถไปเที่ยวที่เมืองคานส์กัน  ประเทศไทยเพิ่งได้รับรางวัล จากหนังเรื่อง “ ลุงบุญมีระลึกชาติได้” มาหยกๆ จึงทำให้ เราอยากตามรอยมาดูสักหน่อย

รถวิ่งลดเลี้ยวตามริมชายฝั่งทะเล แถบริเวียร่าดังเช่นเคย ค่าโดยสารรถประจำทางก็ยังเป็นคนละ๑ ยูโรเช่นเคยซึ่งแม่ต้อยชื่นชอบมากๆอิอิ  แต่ว่าเขาก็จอกทุกป้ายเลยเพื่อรอรับผู้โดยสารตลอดทาง ลูกๆเรียกว่า” รถหวานเย็น”  แต่แม่ต้อยกลับชอบเพราะว่าเราได้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในพื้นที่ ได้สัมผัสบรรยากาศของคนท้องถิ่นดีจัง

ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นก็มาถึงเมืองคานส์ แม่ต้อยว่าคนที่ประเทศฝรั่งเศส นี้เขามีอัธยาศัยดีนะคะ  พอเราถามอะไร แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ เพราะว่าเขาไม่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่เขาพยายามช่วยเหลืออย่างจริงใจ ทำไม้ทำมือประกอบน่ารักคะ  น่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นเรา

คานส์เป็นเมืองติดชายทะเล  ในสมัยก่อนคงเป็นเมืองท่าธรรมดา แต่หลังจากมีการประกวดภาพยนตร์นานาชาติขึ้น มีดาราจากฮอลลีวูดมาร่วมงาน ทำให้เมืองนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกขึ้นมาทันที มีโรงแรมราคาแพงๆ ที่ใครๆก็อยากไปนอนที่เดียวกับดาราคนโปรด มีแหล่งบันเทิง เช่นคาสิโน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

แม่ต้อยเลยบอกลูกๆว่า “ ประเทศนี้เขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นได้ ทำให้คนเขามีรายได้มากขึ้น  จากเมืองท่าเล็กๆ สามารถพัฒนากลายมาเป้นเมืองที่ใครๆก็อยากมาสักครั้ง”

เราเดินเล่นรอบๆเมือง เริ่มต้นจากตึกที่ใช้เป็นที่ประกวดภาพยนตร์ และที่ดาราดังๆ แต่งชุดสวยงามปรากฏกายบนพรมสีแดง  เขายังมีพรมแดงให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสโพสท่าทางได้  รวมทั้งแม่ต้อย  ฮ่าๆๆ

รอบๆอาคารจะมีรอยพิมพ์ มือของดาราภาพยนตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบัน ใครชอบดาราคนใดก็สามารถเก็บภาพเป็นที่ระลึกได้

 

 

ที่เมืองนี้ ราคาสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม ราคาแพงสมกับเป็นเมืองของเศรษฐีเลยทีเดียว  เราพากันเดินเล่นรอบๆเมือง อย่างเพลิดเพลิน  ตึกรามบ้านช่องสวยงามเรียงรายไล่ขึ้นไปตามเนินเขา แม่ต้อยเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาสามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองคานส์แบบพานาโรนา บ้านเล็กบ้านน้อยของพวกฝรั่งประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงามน่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋มดีเสียจัง

ก่อนที่จะนั่งรถกลับที่นิซ เราแวะเข้าไปที่ตลาดขายของเก่า ซึ่งมีของขายมากมาย ทั้งพวกกระเป๋าราคาแพง เช่น หลุย วิตตง เออร์เมส ชาแนล เครื่องแก้วหรูหรา เครื่องประดับบ้าน หนังสือเก่าๆ เครื่องดนตรี

แม่ต้อยลองเข้าไปถามราคา กระเป๋าเก่าที่เขาใช้แล้ว ดูสภาพแล้วไม่น่าใช้ต่อเลย ยี่ห้อ เออร์เมส ไม่น่าเชื่อเขาติดราคาไว้ที่๙๐๐ ยูโร หรือประมาณสามหมื่นกว่าบาท เลยนะนั่น  คิดในใจว่า หากเขาให้ฟรีๆ ยังไม่กล้าใช้เลย อิอิ( กลัว.. กลัว )

นั่งรถกลับที่พัก คราวนี้ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง พี่แกจอดทุกป้ายเช่นเคย  แต่ก็สนุกดีคะ

เที่ยวคานส์วันนี้ได้ความรู้ และได้ความปลาบปลื้มใจ ที่ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งกับเขาในเรื่องการทำภาพยนตร์ที่ดี มีคุณภาพ ไม่น้อยหน้าใคร

สวัสดีคะ