ในวันพุธที่ผ่านมา (28 มิถุนายน 2549) ผมได้เดินทางเข้าไปสัมภาษณ์เป็นวิทยากรกระบวนการฝึกหัดที่ สคส. สิ่งที่ผมเจอในวันนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมาก ๆ และจะจำไม่มีวันลืม

1. นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับโทรศัพท์ติดต่อนัดวันและเวลาสัมภาษณ์ ผมก็ประทับเป็นอย่างยิ่งกับเจ้าของเสียงที่โทรฯมาในครั้งนั้น ประกอบกับความเป็นห่วงเป็นใยที่บ่งบอกออกมาทางน้ำเสียง ที่เป็นห่วงผมในการเดินทางมาที่ตึก เอสเอ็มทาวเวอร์ ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ๆ จริง ๆ ครับ เพราะผมเป็นคนบ้านนอกนาน ๆ ถึงจะได้เข้ากรุงฯสักทีนึง กว่าจะมาก็ต้องคิดแล้วคิดอีกถามทางแล้วถามทางอีก กลัวหลงน่ะครับ แต่เจ้าของเสียงโทรศัพท์ในวันนั้นได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยและบอกวิธีในการเดินอย่างดีมากเลยครับ ผมเลยตั้งใจและภาวนาให้ถึงวันที่ 28 ไว ๆ จะได้เดินทางมาเจอตัวจริงและจะได้ขอบคุณสำหรับความห่วงใย ตอนนั้นไม่รู้ว่าเธอเป็นใครหรอกครับรู้แต่ว่าชื่อคุณฉันทลักษณ์ ซึ่งตอนเดินทางมาพบตัวจริงก็เป็นสิ่งที่เกินคาดฝันครับ เพราะตั้งแต่เจอแรกหน้าoffice ก็ได้รับรอยยิ้มที่ประทับใจมากน่ะครับ ปกติมากรุงเทพฯทีไร ไม่ค่อยมีใครยิ้มให้เท่าไหร่ครับ ผมเลยต้องเปลี่ยนทัศนคติเมื่อเจอคุณจ๋าครับ ว่าผู้หญิงในกรุงเทพฯ ก็ยิ้มเป็นนะ มีอัธยาศัยดีนะ อยากให้ผู้หญิงทุก ๆ คนในกรุงเทพฯ เหมือนคุณจ๋าและพี่ ๆ ใน สคส. ครับ

2. เมื่อเดินทางมาถึงตึก เอสเอ็มทาวเวอร์ ความประทับใจครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อผมเดินออกมายืนโทรศัพท์บริเวณด้านหน้าของสำนักงาน สคส. พอดีตรงนั้นสัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดีนักครับ แต่ก็มีแม่บ้านที่กำลังกวาดพื้นได้บอกผมให้เปิดหน้าต่างออกสัญญาณจะดีขึ้นแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ  ครับ เมื่อโทรศัพท์เสร็จแล้ว ก็มายืนคุณกับพี่เขาพักหนึ่ง พี่เขาก็ถามว่าผมมาจากที่ไหน ผมก็บอกว่า มาจากอุตรดิตถ์ครับ เขาก็ถามใหญ่เลยว่า น้ำท่วมเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็บอกว่า ผมรอดตายอย่างหวุดหวิดครับ พอดีซื้อบ้านอยู่บนเนินครับ ไม่งั้นน้ำคงพัดไปแล้ว จากนั้นเธอก็แนะนำถึงที่พัก ห้องพักบริเวณใกล้เคียงเผื่อผมจะได้มาอยู่กรุงเทพฯ นั่นคือความประทับใจครั้งที่สองครับ

3. ถัดมาผมก็ได้พบกับคุณหมอวิจารณ์ครับ บอกตรง ๆ เลยว่า ไม่เหมือนกับที่ผมจินตนาการไว้เลย คือสิ่งที่ผมจินตนาการไว้นั้นโดยปกติแล้วจะพบผู้บริหารระดับสูงแบบนี้ได้ค่อนข้างยาก และเวลาพบก็จะรู้สึกเกร็ง ๆ แบบเป็นทางการ แต่คุณหมอมีอัธยาศัยดีมากครับ ให้ความเป็นกันเองกับครับซึ่งเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เพิ่งเดินทางมากรุงเทพฯ ก็เลยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและหายเครียดหลังจากที่กังวลใจมานานเลยครับ (กลัวโดนดุน่ะครับ) หลังจากนั้นก็ได้โอกาสจากคุณหมอให้ร่วม weekly meeting ซึ่งเป็นโอกาสดีมากเลยครับที่ทำให้ผมได้เห็นการทำงานแบบเป็นกันเองมาก ๆ เลยครับ ซึ่งน้อยครั้งนักที่จะได้เห็นการประชุมที่มีบรรยากาศเป็นกันเองแบบนี้ ท่านเป็นทั้งคุณเอื้อและคุณอำนวยสร้างสรรค์บรรยากาศการประชุมให้มีประสิทธิภาพมาก ๆ เลยครับ

4. ต่อมาผมก็ได้รับโอกาสจาก ดร.ประพนธ์ ให้เดินทางไปรับฟังการบรรยายที่โรงพยาบาลราชวิถีครับ ซึ่งในวันนั้นผมก็ไม่คาดคิดว่าจะได้รับฟังการบรรยายจากวิทยากรมืออาชีพในระดับประเทศครับ เพราะท่านบอกว่านาน ๆ ถึงจะมีการบรรยายสักครั้งหนึ่ง ท่านเลยให้โอกาสผมกับพี่โหน่งไปเป็นผู้ติดตามร่วมรับฟังด้วยครับ ซึ่งได้ความรู้อย่างใหญ่หลวงเลยครับ ซึ่งจะกล่าวไว้ในบันทึกถัดไปครับ

5. พี่ ๆ ทุกท่านใน สคส. พี่ ๆ ทุกคนให้ความช่วยเหลือผมเป็นอย่างมากเลยครับวันนั้น ด้วยความที่ในวันนั้นนอกจากเรื่องการสัมภาษณ์แล้ว ยังมีเรื่องของการติดต่อประสานงานเรื่องเรียนต่อด้วยน่ะครับ ผมก็เลยจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ก็ยังดีที่มีพี่ ๆ ที่สคส.ทุกคนคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำ ทั้งเรื่องของการเดินทาง การจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ โดยเฉพาะคุณอ้อมที่จัดการเรื่องเรียนของผมอย่างดีมาก ๆ เลยครับ

เป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลยครับ ตั้งแต่ผมกลับมาถึงบ้านที่กำแพงเพชร อยากเขียนความประทับใจนี้มาก ๆ เลยครับ แต่พอดีที่บ้านอุปกรณ์เกี่ยวกับการสื่อสารไม่ดีเท่าใดนัก ก็เลยต้องรอจนถึงวันที่ได้กลับมาอุตรดิตถ์จึงได้เขียนบันทึกนี้ครับ ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านมาก ๆ อีกครั้งหนึ่งครับ