๒. จากพลังของการชื่นชมสู่การใคร่ครวญตนเองอย่างซื่อสัตย์

 

จากการชื่นชมที่ไร้รูปแบบและทำขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ  และไม่ได้เตรียมตัว  ในสัปดาห์ที่ ๒ จึงคิดจะลองทำให้เป็นแบบแผนดูบ้าง โดยเริ่มจากการออกแบบการตรวจงานนักเรียนใหม่  จากที่ตรวจความถูกต้องของเนื้อหาและการสะกด  มาเป็นการใช้พลังของการชื่นชมดูบ้าง

 

ตอนแรกก็เลือกตัวแสตมป์ที่น่ารักๆ ที่คาดว่าเด็กๆ จะชอบ  มา ๖ ตัวแล้วใช้ตัวการ์ตูนเหล่านั้นแทนบอกถึงสิ่งที่นักเรียนทำได้ดี เช่น  ทำงานได้สะอาด มีความคิดสร้างสรรค์ในกาตกแต่งสมุดและใบงาน  บันทึกเนื้อหาได้ครบถ้วน  ฯลฯ

 

เมื่อครูตรวจงานก็ตรวจความถูกต้องของเนื้อหาและการสะกดคำตามปกติ  พร้อมทั้งแสตมป์ตัวการ์ตูนที่แทนเรื่องที่นักเรียนทำได้ดีลงไปด้วย และถ้าทำดีในหลายเรื่องก็จะได้ตัวแสตมป์ไปหลายตัว   

 

เมื่อถึงชั่วโมงสอน  ครูก็นำงานไปคืนนักเรียน  นักเรียนเปิดดูพร้อมกับเกิดข้อสงสัยว่า ตัวการ์ตูนเหล่านี้หมายถึงอะไร  พร้อมกับขอดูของเพื่อนข้างๆ แล้วเด็กๆ ก็คุยกันเสียงดังในห้องเหมือนมีประเด็นร้อน

 

จากนั้นครูก็เคาะระฆังแห่งสติ เรียกนักเรียนให้กลับมาอยู่กับตัวเอง  แล้วครูก็บอกว่า  สงสัยใช่มั๊ยคะว่าตัวการ์ตูนเหล่านี้หมายถึงอะไรบ้าง?

 

แล้วครูก็ค่อยๆ บอกไปทีละตัว  นักเรียนต่างตั้งใจฟังเพราะอยากรู้ว่าของตัวเองหมายความว่าอย่างไร

 

ในตอนท้ายครูจึงบอกว่าครูอยากให้เด็กๆ สะสมตัวการ์ตูนในการทำงานแต่ละครั้ง ถ้าในงาน ๑ ชิ้นนักเรียนได้ตัวการ์ตูน ๓ ตัว  ครูจะมีตัวการ์ตูนยอดเยี่ยมให้ ๑ ตัว  และถ้านักเรียนได้ตัวยอดเยี่ยม ๗ ตัว ครูจะมีรางวัลให้

 

หลังจากทราบกติกา  นักเรียนก็ถามขึ้นมาว่า แล้ววันนี้ครูจะมีอะไรให้ทำบ้าง?  ในคาบนี้  นักเรียนห้อง ๓/๓ ตั้งใจทำกิจกรรมและทำงานมาก  บางคนถืองานมาถามว่างานแบบนี้จะได้ตัวอะไรบ้าง  ครูก็บอกว่าทำให้เต็มความสามารถของหนู  พร้อมกับเสนอแนะเล็กน้อย 

 

แล้วครูก็ปล่อยให้นักเรียนทำงาน  พร้อมบอกว่าใครเสร็จแล้วให้เอามาส่ง 

 

เมื่อนักเรียนเอางานมาส่งครูก็เตรียมตัวการ์ตูนน่ารักๆ วางไว้ที่แท่นแสตมป์  แล้วบอกว่า ขอให้หนูซื่อสัตย์กับตัวเองนะคะ  หนูคิดว่างานของหนูควรได้ตัวการ์ตูนอะไรบ้าง  แล้วหยิบตัวการ์ตูนแสตมป์ให้ตัวเองเลย  แล้วเด็กๆ ก็ค่อยๆ ใครครวญงานของตัวเอง แล้วก็แสตมป์ลงไปตามที่ตัวเองเห็นว่าตัวเองควรได้อย่างซื่อสัตย์

 

ในขณะนั้น ครูแอบได้ยินนักเรียนคนหนึ่งพูดกับตัวเองเบาๆ ตอนที่เอานิ้วแตะตัวแสตมป์ที่หมายถึงมีสมาธิในการเรียนว่า “วันนี้ไม่มีสมาธิ”  ครูก็แอบอมยิ้ม...

 

ผลของการแปลงพลังชื่นชมมาเป็นตัวแสตมป์แบบนี้  ได้ผลเกินคาด  นักเรียนห้อง ๓/๓ ตั้งใจเรียนมาก  ลบงานอย่างระมัดระวังขึ้น  การสะกดคำก็ผิดน้อยลง  แม้ว่านักเรียนจะเดินมาถามบ่อยขึ้นว่าคำนั้นๆ สะกดอย่างไร  แต่นั่นก็แปลว่าเด็กๆ เริ่มพิถีพิถันกับงานของตนเองมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะซื่อสัตย์ พร้อมไปกับการพัฒนาตัวเองให้มีในสิ่งที่ยังพร่องอยู่

 

ความสำเร็จเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ๓/๑ ตอนนี้เริ่มออกดอกผลให้ชื่นใจกันแล้ว