การวิจัยที่ทำแบบไม่ระมัดระวัง แทนที่จะก่อผลดี อาจจะกลับก่อผลร้าย ผมปิ๊งแว้บเรื่องนี้ในระหว่างนั่งร่วมประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญกำกับการจัดทำนโยบายและแผน วทน. แห่งชาติ (๒๕๕๓ – ๒๕๖๒) เมื่อเช้าวันที่ ๑๒ พ.ค. ๕๓ และเห็นว่าการวิจัยมีอันตรายหลายด้าน เช่น ๑. มีการใช้เงิน ใช้คน ใช้เวลา ไม่น้อย ทำงานวิจัยที่ไม่ควรทำ คือเป็นโจทย์วิจัยที่ไร้ความหมาย ได้ผลวิจัยออกมาก็ไม่มีความรู้ใดๆ เพิ่ม เป็นการวิจัยที่ทำเพียงให้ได้ชื่อว่าทำ หรือเพื่อให้มีผลงาน ๒ ป็นงานวิจัยที่ไม่ทำเสียจะดีกว่า เพราะวิธีวิทยาผิดพลาด ได้ผลวิจัยที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือได้ข้อสรุปที่ผิด ๓. เป็นงานวิจัยที่อันตรายต่อสังคม เพราะทำเพื่อจะใช้ผลยืนยันข้อเท็จจริงบางอย่างเพื่อผลประโยชน์ของบางองค์กร บางหน่วยงาน หรือคนบางกลุ่ม ถ้าผลออกมาไม่ตรงตามต้องการก็หาทางปิดบัง หรือหาทางแก้ข้อมูล ๔ ป็นงานวิจัยที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหารายได้เข้ากระเป๋าคนบางกลุ่ม ไม่ได้ต้องการใช้ผลงานวิจัยอย่างจริงจัง ๕. โปรดช่วยกันเติม ข้อ ๕, ๖, .... วิจารณ์ พานิช ๒ มิ.ย. ๕๓
ผมเห็นด้วยกับข้อ 4 ของท่านอย่างยิ่งครับ หากเลือกคนไม่ถูกกับงาน ยัดงานให้คนตัวเอง จะสุ่มเสี่ยงเกิดความเสียหายกับประเทศชาติได้ครับ ในความเห็นนี้ ผมฝากประชาสัมพันธ์ โครงการ การประชุม “วิทยาศาสตร์สร้างคน เทคโนโลยีสร้างชาติ นวัตกรรมสร้างความเจริญ” (STI2U) เพื่อระดมความคิดเห็น ปัญหาและความต้องการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภาคกลางและตะวันตกด้วยนะครับ ผู้สนใจติดต่อทราบรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมที่ http://www.rpttc.flas.kps.ku.ac.th/NSTI/
กิจกรรมนี้ฟรี และยินดีเปิดกว้างสำหรับ ทุกภาคส่วนในเขตภาคกลางและตะวันตก เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นครับ