การพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้ ICTตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ

หัวข้อการวิจัย   :  การพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
                                 ตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ

ผู้วิจัย                 :  นายเด่นชัย  สมปอง


ความเป็นมาของปัญหา
               
ปัจจุบันกระแสการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปมาก นานาประเทศต่างมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า  มีศักยภาพในการแข่งขันยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง  สามารถดำรงชีวิตร่วมกับนานาประเทศได้อย่างมีความสุขนั้น จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาเป็นเสมือนเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปการศึกษาจึงจำเป็นเพื่อทำให้การศึกษาสามารถพัฒนาคนได้อย่างแท้จริง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 นับเป็นกฎหมายการศึกษาฉบับแรกซึ่งนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในด้านต่าง ๆ โดยมาตราที่ 4 กล่าวถึงความหมายการศึกษาไว้ว่าเป็น “กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้  การฝึกอบรม  การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้ตลอดชีวิต”
                การศึกษาเพื่อพัฒนาได้อย่างยั่งยืนตลอดชีวิตนั้นจำเป็นต้องอาศัยศักยภาพของบุคคลให้ก้าวสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ในทุกเวลา และทุกสถานที่ แหล่งการเรียนรู้เป็นทรัพยากรสำคัญที่สามารถช่วยให้บุคคลได้เรียนรู้ตลอดเวลา รัฐบาลจึงให้ความสำคัญของแหล่งการเรียนรู้โดยกำหนดไว้ในมาตราที่ 25 ว่า “รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบให้พอเพียงและมีประสิทธิภาพ” ซึ่งแหล่งการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้แก่  (1) ห้องสมุด  (2) หอศิลป์ (3) พิพิธภัณฑ์ (4) สวนสาธารณะ(5) สวนสัตว์   (6) สวนพฤกษศาสตร์   (7) อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (8) ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ   แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ           

                แหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ถือเป็นแหล่งข้อมูลการเรียนรู้ที่มีประโยชน์และพัฒนาทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์ในแหล่งการเรียนรู้ไปใช้บูรณาการในการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานตลอดจนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่การจัดแหล่งการเรียนรู้นั้นมีปัญหาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการสร้างและการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ ปัญหาด้านการบริหารและการดูแลรักษา และปัญหาประโยชน์จากการใช้แหล่งการเรียนรู้ในชุมชน(สุมาลี สังข์สี, 545) เช่น ปัญหาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่และประชาชนมีส่วนร่วมน้อย ไม่มีนโยบายหรือแผนงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสร้างหรือการพัฒนาและเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเป็นแหล่งการเรียนรู้  ไม่มีการวางแผนการใช้และการติดตามประเมินผลการใช้มีน้อย มีการใช้ประโยชน์ของแหล่งการเรียนรู้น้อย ไม่เห็นความสำคัญของแหล่งการเรียนรู้ ไม่มีนโยบายชัดเจนว่าควรใช้ประโยชน์จากแหล่งการเรียนรู้ในชุมชนหรือไม่  เป็นต้น
                จากปัญหาที่ได้กล่าวมาข้างต้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะหาทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยอาศัยหลักการของรูปแบบมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้ เพื่อช่วยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและจัดการเรียนรู้ในแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แก่ทุกกลุ่มเป้ามายให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ รู้เท่าทันและนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนตามมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้ดังกล่าว

คำถามการวิจัย
               
การพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ ควรประกอบด้วยองค์ประกอบใดและกระบวนการจัดการอย่างไรเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
                1.  เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                2.  เพื่อหาประสิทธิภาพของรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏที่พัฒนาขึ้น
                3.  เพื่อหาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏที่พัฒนาขึ้น

สมมติฐานการวิจัย
                1.  ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏที่พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับมาก
                2.  ความพึงพอใจของผู้ใช้แหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏที่พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับมาก

ขอบเขตการวิจัย
               
1.  ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
                                1.1  ตัวแปรอิสระคือ รูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                                1.2  ตัวแปรตามคือ ประสิทธิภาพรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                2.  การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาเฉพาะแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏเท่านั้น
                3.  ประชากรในการวิจัยครั้งประกอบด้วย
                                ประชากรที่ใช้ในการทดลองรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ คือคณาจารย์  พนักงานและนักศึกษา สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ

ระยะเวลาในการวิจัย
              ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553

เครื่องมือการวิจัย
                ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยรวมดังนี้
                1.  เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง  คือ  แหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                2.  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่  แบบสอบถามความเหมาะสมของมาตรฐานการจัดแหล่งการเรียนรู้  แบ่งออกเป็น  3  ตอน  ตอนแรกเป็นข้อมูลส่วนบุคคล  ตอนที่ 2  เป็นการประเมินตนเองตามมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้และตัวบ่งชี้  เป็นมาตรประมาณค่า  5  ระดับ  จำนวน  45  ข้อและตอนที่  3   เป็นการสอบถามความคิดเห็นด้านการยอมรับ  การนำไปใช้และประโยชน์ของมาตรฐานแหล่งการเรียนรู้

ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย
                ในการดำเนินการวิจัยครั้งนี้  เป็นการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยมีวิธีดำเนินการวิจัยดังต่อไปนี้
                ขั้นตอนที่ 1 ศึกษารูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                ขั้นตอนที่ 2 พัฒนาและทดลองรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                ขั้นตอนที่ 3 ประเมินรับรองรูปแบบแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
                ด้วยการวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์เชิงสำรวจและวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
               
1.  มาตรฐานแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะเป็นกลไกช่วยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้ที่ศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย รวมทั้งเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพของคนให้มีความสนใจ ใฝ่เรียนรู้ หมั่นศึกษาหาความรู้และเกิดการเรียนรู้มากขึ้น
                2.  มาตรฐานแหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและจัดการเรียนรู้ในแหล่งการเรียนรู้แก่ทุกกลุ่มเป้ามายให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ รู้เท่าทัน และนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียน

คำนิยามศัพท์
                แหล่งการเรียนรู้
หมายถึง  แหล่งข้อมูลสารสนเทศที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนเกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติ  แนวคิดและพฤติกรรม  เพื่อจุดประสงค์ให้บุคคลเกิดการเรียนรู้  มีความสนใจใฝ่รู้และเป็นบุคคลที่มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต
                มาตรฐานแหล่งการเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน 30 ตัวบ่งชี้  คือ มาตรฐานด้านความเป็นแหล่งการเรียนรู้  มาตรฐานด้านการจัดการแหล่งการเรียนรู้  มาตรฐานด้านผลการจัดการเรียนรู้และผลกระทบ

                เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information & Communication Technology : ICT) หมายถึง การนำความสามารถในการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีต่าง ๆมาผสมผสานกันคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ (Computer Technology) สื่อหลายมิติ (Multimedia) และเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล (Communication Technology)

เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
               
จารุนันท์  ฉวีรัตน์ (2546) ได้ทำการศึกษา  เรื่อง  บรรณนิทัศน์เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญพบว่า
                1.  การจัดการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  หมายถึง  ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าในสิ่งที่ตนสนใจและเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจนเกิดประสบการณ์จากสิ่งที่ได้เรียนรู้
                2.  การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการวิเคราะห์  สังเคราะห์และนำความรู้ที่ได้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  อันนำไปสู่การเป็นคนดี  คนเก่งและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
                3.  การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  มีหลักการสำคัญ  คือ  ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้   ครบองค์ประกอบ  4 ด้าน  คือ  ร่างกาย  สติปัญญา  อารมณ์และสังคม  ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง  เกิดประสบการณ์จากการลงมือกระทำกิจกรรม
                4.  การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  มีวิธีการสอนหลากหลาย  ครูผู้สอนสามารถเลือกวิธีการสอนและเทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อใช้กับผู้เรียนให้สอดคล้องกับเนื้อหา  จุดประสงค์ของการเรียนรู้
                5.  การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ใช้การประเมินตามสภาพจริงซึ่งเป็นการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอน   เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบด้วยวิธีการอันหลากหลายส่วนด้านความร่วมมือของบุคลากรทั้งในโรงเรียนและในชุมชนมาร่วมกิจกรรมโครงการต่าง  ๆ  ทั้งรูปแบบของที่ปรึกษาและวิทยากรท้องถิ่นประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน
                สุวิมล  ว่องวานิช (2552) ได้ทำการศึกษา เรื่อง การพัฒนามาตรฐานแหล่งการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานทั่วไปในการจัดแหล่งการเรียนรู้รวมทุกประเภทและมาตรฐานเฉพาะการจัดแหล่งการเรียนรู้ รวม  8  ประเภท  มาตรฐานแหล่งการเรียนรู้ประกอบด้วย  3  มาตรฐาน  30  ตัวบ่งชี้  ดังนี้
                1.  มาตรฐานด้านความเป็นแหล่งการเรียนรู้  ประกอบด้วย 3 มาตรฐานรอง  8 ตัวบ่งชี้  ได้แก่ 
(1) หลักการสร้างและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ 4  ตัวบ่งชี้  (2)  องค์ความรู้ 2 ตัวบ่งชี้และ (3)  ความเป็นพลวัตของแหล่งการเรียนรู้  2  ตัวบ่งชี้
                2.  มาตรฐานด้านการจัดการแหล่งการเรียนรู้  ประกอบด้วย 4  มาตรฐานรอง  18 ตัวบ่งชี้ ได้แก่  (1)  ความพร้อมด้านปัจจัย  8 ตัวบ่งชี้  (2)  การวางระบบบริหารจัดการ  4  ตัวบ่งชี้  (3)  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  4  ตัวบ่งชี้และ  (4)  การปรับปรุงพัฒนาการบริการ  2  ตัวบ่งชี้
                3.  มาตรฐานด้านผลการจัดการเรียนรู้และผลกระทบ  ประกอบด้วย 1 มาตรฐานรอง  4 ตัวบ่งชี้
                โดยแหล่งการเรียนรู้ในการวิจัยประกอบด้วย  แหล่งการเรียนรู้ประเภทห้องสมุดประชาชน  พิพิธภัณฑ์  หอศิลป์  สวนสาธารณะ  สวนสัตว์  สวนพฤกษศาสตร์  อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2551). แนวการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา  แห่งชาติ.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก http://www.onec.go.th/publication/4210010/ed-mng.pdf  (17                กันยายน 2551).
สุวิมล  ว่องวานิช. (2552).  การพัฒนามาตรฐานแหล่งการเรียนรู้.       กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการ       สภาการศึกษา.