สะพายกระเป๋าใบโต ภัยเงียบของสาวยุคใหม่
เทรนด์กระเป๋าขนาดโอเวอร์ไซส์ กำลังฮิตฮอตมาแรงทุกรันเวย์ เพราะเหมาะเจาะกับไลฟ์สไตล์ของสาวบ้าหอบฟางยุคใหม่ แต่คุณผู้อ่านทราบไหมคะว่า การสะพายกระเป๋าใบโตจนติดเป็นนิสัย   อาจก่อให้เกิดโรคตามมาสารพัด ตั้งแต่อาการปวดต้นคอ,บ่า,ไหล่ ไปจนถึงปวดหลังชนิดเรื้อรัง  หากปล่อยไว้นานวัน อาจยากแก่การเยียวยารักษา

นอกจากกระเป๋าสะพายใบโตแล้ว กระเป๋าสะพายที่มีสายยาว ก็ก่อให้เกิดความเสี่ยงมากกว่ากระเป๋าสะพายสายสั้น เพราะบ่าและไหล่ต้องรับน้ำหนักมาก โดย “นพ.พรเทพ ม้ามณี”  ศัลยแพทย์กระดูกและข้อบอกว่า ปัญหาที่พบบ่อยในหมู่สาวออฟฟิศคือ อาการปวดต้นคอ, บ่า  และ ไหล่ โดยมากจะคิดกันว่า มีสาเหตุมาจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ แต่จริง ๆ แล้วอาการเหล่านี้  ยังเกิดจากการสะพายกระเป๋าที่หนักเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อต้นคอ บ่าไหล่  ต้องทำงานตลอดเวลา เพื่อให้ศีรษะตรง และหันไปมาตามต้องการ   ถ้าเมื่อไหร่ที่กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่น และไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อฉีก  หรือถ้าเราเคลื่อนไหวมากเกิน ความยืดหยุ่น ก็อาจทำให้รู้สึกเมื่อยล้า และอ่อนเพลียได้
 

อย่างไรก็ดี คุณหมอย้ำว่า ภัยร้ายที่แฝงอยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดกระเป๋าเพียงอย่างเดียว แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่น้ำหนักของกระเป๋าซะมากกว่า ยิ่งถ้าสาวคนไหนมีพฤติกรรม ชอบสะพายกระเป๋าหนัก ๆ อย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดผลเสียระยะยาวต่อสุขภาพ  ตั้งแต่อาการกล้ามเนื้ออักเสบ ไปจนถึงอาการปวดไหล่  ปวดหลัง  เรื่อยไปจนถึงปวดคอ  แม้จะไม่เลวร้ายถึงขั้นทำให้เป็นอัมพาต แต่อาการเหล่านี้ก็รบกวนการทำงานในชีวิตประจำวัน  และทำให้เสียบุคลิก

สำหรับ สาวๆที่กำลังประสบปัญหานี้ คุณหมอพรเทพได้แนะนำว่า  ต้องเลือกใช้กระเป๋า ขนาดไม่ใหญ่เกินไป ควรใส่แต่ของที่จำเป็น โดยน้ำหนักของกระเป๋าไม่ควรเกิน 10% ของน้ำหนักตัว, ถ้าเป็นสาวจำพวกบ้าหอบฟาง และจำเป็นต้องใช้กระเป๋าใบใหญ่   ควรเลือกใช้สายคล้องที่ใหญ่,นุ่มและไม่ ยาวเกินไป เพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก,  ควรเปลี่ยนการสะพายกระเป๋าสลับข้าง ซ้ายและขวา แต่ถ้าไหล่เริ่มล้าให้เปลี่ยนมาคล้องแขนแทน,  ควรสะพาย กระเป๋าให้สายคล้องชิดกับคอ มากกว่าจะสะพายห่างออกจากหัวไหล่  และสุดท้าย คือ หมั่นบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ,บ่า และไหล่ เป็น ประจำ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น  และแข็งแรงของกล้ามเนื้อ.


ข้อมูลจาก ไทยรัฐ