อันความกรุณาปราณี

๒๒.๒๐ น. วันเสาร์ ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓


           วันนี้โรงเรียนนัดผู้ปกครองมารับเงิน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าหนังสือ และค่าเครื่องแบบ ตามโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี อย่างมีคุณภาพ (เท่าเดิม) หรืออย่างไรไม่แน่ใจ แต่ก็เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่งของรัฐที่จัดให้กับเยาวชนของชาติ ก็มีผู้ปกครองมารับตามที่ได้ส่งหนังสือเชิญไปแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ติดภารกิจจะมารับในวันจันทร์


           วันนี้อากาศร้อนอบอ้าว มีแดดแรง ฟ้าครึ้ม สลับกับฝนตก วนเวียนเป็นวัฏจักรเหมือนกำลังสาธิตเรื่องวัฏจักรของน้ำให้พวกเราได้ดูชม เลยทำให้บรรยากาศร้อนอบอ้าวอยู่ทั้งวัน จนไม่อาจจะร้องเพลงของพี่เบิร์ดได้เลยว่า "ฝนที่ตกอยู่ทางนี้หนาวถึงคนทางโน้น" เพราะทางโน้นก็ยิ่งร้อนเหมือน ๆ กัน สาเหตุของฝนตกวันนี้กับเมื่อวาน คงมีสาเหตุมาจากการจุดบั้งไฟขอฝนที่อำเภอพนมไพร เพราะเป็นงานประเพณีบุญบั้งไฟที่จัดกันอย่างยิ่งใหญ่น่าดู (เค้าว่างั้นนะ) แต่ผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวสักที แต่ก็ได้ยินข่าว ( ทั้งที่ดีและไม่ดีอยู่บ่อย) งานนี้นอกจากนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากันเยอะแยะเลย มาดู ESAN ROCKET กัน และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้พญาแถนได้รับรู้สัญญาณของความช่วยเหลือ (SOS) และตื่นขึ้นมาไปเปิดวาล์วน้ำจับสายยางมาฉีดพ่นกันอีกที  ตัวเมืองร้อยเอ็ดอยู่ห่างจากอำเภอพนมไพร (บ้านหนองฮีใหญ่) ก็ประมาณ ๗๐ กิโลเมตรเห็นจะได้ ดังนั้นฝนที่ตกบ้างหยุดบ้างแดดออกบ้าง ก็คงเป็นเพราะว่าพวกเราอยู่ในระยะสุดปลายสายยางพอดีนั่นเองครับท่าน


            วันนี้แม้อากาศจะเป็นแบบนี้ แต่ก็ยังดีกว่าที่จะแห้งแล้งไปตลอด เพราะเม็ดฝนแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังประโยชน์กับพื้นดินและต้นหญ้าเพื่อการดำรงอยู่ต่อไป เปรียบดังเช่นน้ำใจของผู้คนที่มอบให้กันและกันแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็ล้วนก่อเกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้อื่นและตนเองทั้งสิ้นดั่งพระราชนิพนธ์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานไว้เป็นเพลงประจำของนักเรียนพยาบาลอันความว่า


"อันความกรุณาปราณี              จะมีใครบังคับก็หาไม่
 หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ    จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
 ข้อความนี้องค์พระธีรราชเจ้า      พระโปรดเกล้าประทานให้ใจถวิล
 ใช้คุณค่ากรุณาไว้อาจิณ           ดั่งวารินจากฟ้าสู่สากล
 อันพวกเราเหล่านักเรียนพยาบาล ปณิธานอนุกูลเพิ่มพูนผล
 เรียนวิชากรุณาช่วยปวงชน       ผู้เจ็บไข้ได้พ้นทรมาน
 แม้โรคร้ายจะแพร่พิษถึงปลิดชีพ  จะยึดหลักดวงประทีปคือสงสาร
 ยอมเหนื่อยยากตรากตรำใจสำราญ อุทิศงานเพื่อคนไข้ทั้งใจกาย"


            พระราชนิพนธ์นี้แม้ใครประกอบอาชีพการงานใดก็นำไปใช้ได้เฉกเช่นเดียวกัน เพราะความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้นเป็นความดีงามอย่างยิ่ง...ของผู้กระทำ