๖. กิจวัตรประจำวัน
การเข้าอบรมหลักสูตร นปส. มหาดไทย แตกต่างจาก นบส.ของ กพ. ตรงที่ของ ก.พ. เรียนที่กรุงเทพฯ เป็นแบบไปเช้าเย็นกลับ และให้ว่างวันศุกร์ เผื่อบางคนอาจจะกลับไปทำงานได้ แต่ของ นปส. ต้องไปเข้าพักอยู่ในวิทยาลัยมหาดไทยที่บางละมุง เป็นลักษณะโรงเรียนกินนอน เรียนเต็มเวลาทั้ง 5 วันต่อสัปดาห์ ให้พักเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ทำให้ผู้เข้าอบรมมีเวลาอยู่ด้วยกัน เรียนรู้กันได้มาก สนิทสนมกันได้เร็ว ทานอาหารเช้า-กลางวัน-เย็นด้วยกันที่วิทยาลัยเลย หลายคนเดินทางมาจากอำเภอจังหวัดไกลๆ ก็ไม่ได้กลับบ้านทุกวันหยุดก็จะพักอยู่ที่วิทยาลัยได้ตลอด มีอาหารเลี้ยงทุกวันทุกมื้อ ซึ่งจะคล้ายกับหลักสูตร นบส.ของสาสุข ที่จัดที่วิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข นครปฐม
กิจวัตรประจำวันในวันธรรมดาของพวกเรา ก็เริ่มตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง จะถูกปลุกโดยเสียงเพลงและดีเจที่ผ่านมาทางเสียงตามสายไปทุกห้องนอน เพื่อปลุกและเตือนให้เราตื่นและเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดนอนเป็นชุดกีฬากางเกงสีขาว เสื้อยืดสีขาวมีปก ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบสีขาว คนปลุกก็แล้วแต่ว่าวันนั้นเป็นเวรของกลุ่ม กป.ใด ก็จะมีคนรับหน้าที่ปลุกและจัดรายการโดยมีเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเตรียมเพลง เตรียมไมโครโฟน ดีเจสมัครเล่นแต่ละคนก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันไป บางคนเปิดเพลงลูกกรุง บางคนเพลงลูกทุ่ง บางคนเปิดเพลงเพื่อชีวิต โดยรวมแล้วก็มีทั้ง "เปิดเพลงมาก พูดน้อย" บางคนก็ "เปิดเพลงน้อย พูดมาก" แต่ส่วนใหญ่จะพูดน้อย
ตอนที่ผมไปจัดก็จะพูดมากหน่อย โดยถือโอกาสให้ความรู้เรื่องสุขภาพแก่เพื่อนๆไปด้วย เพื่อนๆหลายคนก็มาพูดชมให้กำลังใจ ว่าได้ประโยชน์ เปิดเพลงเพราะ แต่ส่วนใหญ่เราก็ชมกันเองทุกคน และเพลงที่เปิดส่วนใหญ่ก็ถูกใจกันทั้งนั้น
พอ 6 โมงเช้า ทุกคนจะลงมาพร้อมกันที่ลานออกกำลังกายหน้าอาคารหอพัก เข้าแถวจัดแถวตอนตามกลุ่ม กป. มีการเช็คจำนวนเช็คชื่อว่ามาครบ ขาดหรือลา เซ็นตืชื่อแล้วมาจริงไหม โดยคุณณัฐพงศ์จะเป็นผู้คอยเช็คชื่อ หลังจากนั้นก็ให้กลุ่ม กป.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น มาแนะนำตัว เลขาฯกลุ่มสรุปผลการปฏิบัติงานวันก่อน และให้ตัวแทนพวกเราออกไปวิพากษ์การทำงานของกลุ่ม กป.ว่าปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างไร
ต่อจากนั้นคนนำทำกายบริหารก็จะมานำทำกายบริหาร "สิบท่าพญายม" เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกายต่อไป สิบท่าพญายม มีชื่อท่าที่คล้องจองกัน ตอนแรกๆผมก็จำไม่ค่อยได้ แต่พอผ่านมา 1 เดือนแล้ว ก็พอจะจำได้ ประกอบด้วย "เศียรสะบัด หมัดคู่ ชูเข่า เกาตาตุ่ม จุ่มให้ลึก ศึกข้ามเศียร เวียนรอบตัว ทัวร์ข้างหลัง ตั้งยุบข้อ ต่อปรบมือ" ในการปฏิบัติก็ปฏิบัติ 4 ชุดต่อ 1 ท่า ยกเว้นต่อปรบมือที่ทำ 30 ครั้ง และตั้งยุบข้อทำแค่ 2 ชุด
หลังจากกายบริหารหรือวอร์มอัพเสร็จแล้ว ก็แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือเดินกับวิ่ง ตามความสมัครใจ กลุ่มที่เดินก็จะเดินรอบวิทยาลัยรับอากาศบริสุทธิ์ริมคลองและทะเล ส่วนกลุ่มที่วิ่งก็วิ่งออกนอกวิทยาลัยไปที่วิทยาลัยการพัฒนาชุมชนที่อยู่ใกล้ๆกัน บางครั้งก็วิ่งไปอีกทางหนึ่งไปที่บ้านพักคนชรา ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีเพิ่มการเต้นแอโรบิกเข้ามาด้วย จึงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม มีครูจุ๋ม มาช่วยสอนและนำเต้น ตอนแรกๆผมก็ไปวิ่ง แต่รู้สึกไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ น่าจะเกิดจากความขี้เกียจของผมเองที่หยุดออกกำลังกายไปเสียนาน แต่พอมาเต้นแอโรบิก ที่ผมเองเคยรู้สึกแอนตี้ กลับรู้สึกสนุก ได้ฟังเพลง แล้วพยายามเต้นไปตามจังหวะ ได้พักผ่อนสมองและออกกำลังกายด้วย
ประมาณ 7 โมงเช้าก็แยกย้ายกันไป บางส่วนไปทานอาหารเช้า บางส่วนไปอาบน้ำ สลับกันไป อาหารเช้ามีหลากหลายให้เลือกทั้งข้าวต้มหรือโจ๊ก บางวันเป็นหมี่ซั่วหรือผัดซีอิ๊ว อีกมุมหนึ่งเป็นอาหารเช้าแบบฝรั่งไส้กรอก ไข่ดาว หมูแฮม มีมุมผลไม้ มีมุมน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ขนมปังปิ้ง กาแฟ ชา น้ำเปล่า และอีกมุมหนึ่งเป็นสลัดผัก น้ำต่างๆ 3-4 อย่าง เมนูอาหารจะปรับเปลี่ยนไปทุกวัน แต่ที่มีทุกวันและทานกันหมดทุกวันคือมีข้าวต้มปิ้งไส้กล้วย เผือกและมัน วงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็มีช่วงทานอาหารเช้าอีกช่วงที่สำคัญที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน บางคนก็ไปปั่นจักรยานรับลมให้เหงื่อแห้งก่อนแล้วค่อยมาทาน บางคนไปอาบน้ำก่อน บางคนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ให้คลายเหนื่อยก่อน
เวลา 8.30 น. ทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสีดำ รองเท้าหนังสีดำ ผูกเนคไท ห้อยป้ายชื่อ ลงมาที่ลานด้านหน้าพระรูปของกรมพระยาดำรงฯ เข้าแถวร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติและสวดมนต์ บางช่วงก็จะร่วมกับรุ่น 54 ด้วย หลังจากนั้นก็เข้าห้องเรียนที่ห้องเธียเตอร์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รับทราบข้อมูลข่าวสารหรือทำกิจกรรมกลุ่มและเตรียมความพร้อมก่อนเรียน เวลา 9 โมงเช้าก็จะมีวิทยากรมาให้ความรู้จนถึงพักเที่ยง ช่วงเบรคก็มีกาแฟ น้ำสมุนไพร ขนม ผลไม้ให้ทานแก้ง่วง และพักกลางวันตอนเที่ยงวัน
อาหารกลางวันมีหลากหลายเช่นกัน มีทั้งข้าวสวย ข้าวกล้อง กับข้าวสามสี่อย่าง กับกล้วยเตี๋ยวบ้าง ขนมจีนบ้าง (มีทั้งน้ำยา น้ำพริก น้ำเงี้ยวและแกงไตปลา) มีผลไม้พวกแตงโม มังคุด แคนตาลูป แตงโมก็สลับกันไปทั้งสีแดงและสีเหลือง ขนมหวานก็เปลี่ยนทุกวัน บางวันมีไอศครีมให้ทานด้วย ผมตั้งใจว่าจะลดน้ำหนักลงให้ได้สัก 5 กิโลกรัม พอเจออาหารแบบนี้แล้ว ไม่รู้จะลดได้หรือเปล่า กลางวันไม่มีสลัดให้
พอบ่ายโมงก็เริ่มเข้าห้องเรียนกันอีกครั้งจนถึงสี่โมงเย็น ห้องเธียร์เตอร์เป็นห้องที่มีเก้าอี้นั่งสบายมากเหมือนนั่งในโรงหนัง ทำให้ผู้เข้าอบรมเคลิบเคลิ้ม เผลอหลับกันได้ง่าย ผมเองก็เผลอหลับ (แสดงว่าไม่ได้ตั้งใจนะครับ) เกือบทุกวัน หลังเลิกเรียนก็ต้องสรุปlearning log ส่งด้วย ช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปก็เป็นเวลาอิสระของแต่ละคน บางคนก็นอนพักในห้อง บ้างก็เข้าห้องสมุด เล่นอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือ ออกไปช็อปปิ้ง ฝึกไดรฟ์กอล์ฟ หรือออกกำลังกายตามสมัครใจ
อาหารเย็นเริ่มตอน 18.00-20.00 น. อาหารก็หลากหลายเหมือนตอนเช้า มีสลัดผักให้ทานด้วย มีข้าวขาว ข้าวกล้อง แกงเลียง แกงส้ม ปลาทะเล ปลาหมึก หอย แล้วแต่วันไป หลังอาหารเย็นก็แล้วแต่บุคคลไป บางคนก็ชวนกันไปร้องเพลงห้องคาราโอเกะ บางคนออกไปพักผ่อนข้างนอกยามค่ำคืน บางคนสมัครใจที่จะนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่นอนดึกเพราะต้องตื่นแต่เช้าตี 5 ครึ่ง
การตื่นเช้าตรู่เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมและทำให้ผมต้องนอนหัวค่ำมากขึ้น ทำให้รู้สึกอึดอัดพอสมควร การออกกำลังกายตอนเช้าผมก็ไม่คุ้น แต่ก็นึกถึงคำสอนของอาจารย์หมอผจญ วงษ์ตระหง่านที่ว่า "แท้จริงความลำบากไม่มี มีแต่ความไม่เคยชิน" ทำให้พยายามปรับตัว จนตอนนี้รู้สึกว่าดีมากที่ได้ออกกำลังกาย ฝึกกินสลัดผัก ตื่นเช้า นอนเร็ว เต้นแอโรบิก อ่านหนังสือที่ชอบ ตอนทำงานไม่ได้ทำอย่างนี้มานานแล้ว
ช่วงทานอาหารแต่ละมื้อ เป็นช่วงแห่งการสนทนากัน เล่าประสบการณ์สู่กันฟัง เพื่อนๆหลายคนก้สนใจเรื่องสุขภาพกันมาก ทั้งสนใจออกกำลังกาย สนใจเรื่องอาหารสุขภาพ และพูดคุยซักถามปัญหาสุขภาพต่างๆ พี่นัดถามว่า ร้ไหมทำไมถึงปลูกต้นลั่นทมไว้รอบอาคารหอพัก แล้วก็เฉลยว่า เพราะกลิ่นของดอกลั่นทม ช่วยลดกำหนัดได้ จะทำให้หนุ่มๆลดความคิดถึงบ้านคิดถึงภรรยาลงได้ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า แต่ดูแล้วมันก็สวยดี
เรียนคุณหมอ Phichet
แวะมาทักทายค่ะ น่าสนุกนะคะ ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นด้วย แบบนี้ไม่น่าเบื่อค่ะ
ตีห้าครึ่งจึงปลุกให้ งัวเงีย
สลัดคราบอ่อนเพลีย ชุ่มชื่น
รีบรุดลงมาเคลียร์ เซ็นชื่อ
ออกกำลังกายท่าพื้น สิบท่าพยายาม
หกโมงรีบอาบน้ำ ล้างตัว
แต่งตัวดูหูหัว หล่อล้ำ
รีบรุดไปห้องครัว ข้าวเช้า รอนา
เสร็จแล้วต้องรีบจ้ำ ไปหน้าเสาธง
เราร่วมเคารพธง ชาติไทย
ร้องเพลงเปล่งจากใจ เสียงลั่น
สวดมนต์พร้อมเพรียงกัน ทุกผู้
แดดร้อนเราไม่พรั่น ใช่ร้อนรุ่มใจ
เก้าโมงเซ็นชื่อเข้า ห้องเรียน
จบวิชาต้องรีบเขียน (เลิน)นิ่งล็อก
ทุกคนต่างพากเพียร เขียนจบ ได้นา
แม้เรียนสับปะหงก ยังเขียนได้ความ
ขอบคุณพี่ก๊อดมากครับ ที่เข้ามาแจมด้วยโคลงสี่สุภาพ ที่ทำให้เห้นภาพดีมากเลย วันที่ 6 กันยายน เจอกันที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ
ขอบคุณคุณยายที่เข้ามาเยี่ยมชมทักทายกันครับ เข้าไปดูในประวัติแล้วไม่เหมือนคุณยายเลยครับ
ครับ คุณหมอ
ว่างๆจะทยอยอ่าน ทยอยแซว
แล้วพบกันวันที่ 6 ครับ