มัลติมีเดีย...สู่ห้องเรียน
วงการศึกษาในปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน และการสื่อสาร ซึ่งอยู่ในรูปแบบมัลติมีเดีย หรืออาจใช้ในลักษณะเป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียโดยเฉพาะก็ได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามัลติมีเดียจะกลายมาเป็นเครื่องมือที่สำคัญทางการศึกษา ทั้งนี้เพราะว่ามัลติมีเดียสามารถที่จะนำ เสียง ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว ดนตรี กราฟิก วัสดุตีพิมพ์ ภาพยนตร์ และวีดีทัศน์
มัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว ตามต้องการที่จะเรียกว่า มัลติมีเดียสัมพันธ์ การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด เมาส์ หรือตัวชี้ เป็นต้น การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเองได้สื่อต่าง ๆ ที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดีทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลายในการใช้คอมพิวเตอร์อันเป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ในแนวทางใหม่ที่ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์น่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
การใช้มัลติมีเดียทางการเรียนการสอน ก็เพื่อทางเลือกในการเรียน และตอบสนองรูปแบบของการเรียนของนักเรียนที่แตกต่างกัน การจำลองสถานการณ์ของวิชาต่าง ๆ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง โดยสามารถที่จะทบทวนขั้นตอนและกระบวนการได้เป็นอย่างดี นักเรียนอาจจะเรียนออกเสียงและฝึกพูด
การใช้มัลติมีเดียเพื่อเป็นวัสดุหรือสื่อทางการสอน หรือเรียกอีกอย่างได้ว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ซึ่งทำให้การสอนมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้วัสดุการสอน ธรรมดา และสามารถเสนอเนื้อหาได้ลึกซึ่งกว่าการสอนที่สอนตามปกติ การเตรียมนำเสนอไว้อย่างเป็นขั้นตอน และใช้สื่อประเภทภาพประกอบการบรรยายและใช้ข้อความนำเสนอในส่วนรายละเอียดพร้อมภาพเคลื่อนไหว หรือใช้วีดีทัศน์ เช่นนี้ แล้วก็จะทำให้การสอนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนรายละเอียดพร้อมภาพเคลื่อนไหวหรือใช้วีดีทัศน์เช่นนี้ แล้วก็จะทำให้การสอนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เป็นรูปแบบหนึ่งของบทเรียนคอมพิวเตอร์ ซึ่งสุคนธ์ สินธพานนท์ (2552 : 74-75) ได้กล่าวถึงรูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย สรุปได้ดังนี้
1.การฝึกและปฏิบัติ รูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียการฝึกและปฏิบัติ เป็นวิธีการสอนโดยสร้างโปรแกรมที่เน้นการฝึกทักษะ และการปฏิบัติให้ผู้เรียนได้ฝึกอย่างเป็นขั้นตอน
2.การสอนเสริม รูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียการสอนเสริม วิธีนี้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่คล้ายผู้สอน โปรแกรมถูกออกแบบมาให้สมารถโต้ตอบกกกับผู้เรียนได้
3.เกม รูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียแบบเกม ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่วิธีการสอนกล่าวคือ อาจจะไม่มีการโดยตรงจากครูแต่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการฝึ
4.สถานการณ์จำลอง รูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียแบบสถานการณ์จำลอง เป็นการจำลองสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นให้ปรากฏเป็นรูปร่าง ซึ่งจะลดระดับความยากของเนื้อหา เวลา สถานที่ ทำให้ผู้เรียนสามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้น
5.การค้นพบ รูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียแบบการค้นพบ จะมีการออกแบบโปรแกรมให้ผู้เรียนคันหาคำตอบเอง ผู้เรียนจะเรียนจากส่วนย่อยแล้วไปสรุปเป็นกฎเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นการค้นพบ
6.การแก้ปัญหา รูปแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียแบบการแก้ปัญหา คือทำโปรแกรมให้ผู้เรียนสร้างโปรแกรมและปัญหาเองแล้วให้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยค้นหาคำตอบ โดยเครื่องจะช่วยค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาของผู้เรียนที่สร้างขึ้นได้
องค์ประกอบของมัลติมีเดีย มัลติมีเดียที่สมบูรณ์ควรจะต้องประกอบสื่อมากกว่า 2 สื่อตามองค์ประกอบ ดังนี้ ตัวอักษร ภาพนิ่ง เสียง ภาพเคลื่อนไหว การเชื่อมโยงแบบปฏิสัมพันธ์และวีดีทัศน์ เป็นต้น โดยที่องค์ประกอบเหล่านี้มีความสำคัญต่อการออกแบบดังนี้
ตัวอักษร (Text) ตัวอักษร คือ ว่าเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ในการเขียนโปรแกรมมัลติมีเดีย โปรแกรมประยุกต์โดยมากมีตัวอักษรให้ผู้เขียนเลือกได้หลายแบบ และสามารถที่จะเลือกสีของตัวอักษรได้ตามต้องการ บอกจากนั้นยังสามารถกำหนดขนาดของตัวอักษรได้ตามต้องการ การโต้ตอบกับผู้ใช้ก็ยังนิยมใช้ตัวอักษร รวมถึงการใช้ตัวอักษรในการเชื่อมโยงแบบปฏิสัมพันธ์ได้ เช่น การคลิกไปที่ตัวอักษร เพื่อเชื่อมโยงไปนำเสนอ เสียง ภาพกราฟิก หือ เล่นวีดีทัศน์ เป็นต้น นอกจากนี้ตัวอักษรยังสามารถนำมาจัดเป็นลักษณะเมนู เพื่อให้ผู้ใช้เลือกข้อมูลที่จะศึกษาได้
ภาพนิ่ง (Still Images) ภาพนิ่งเป็นภาพกราฟิกที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น ภาพถ่าย หรือภาพวาด เป็นต้น ภาพนิ่งมีบทบาทสำคัญต่อมัลติมีเดียมาก เนื่องจากจะให้ผลในเชิงของการเรียนรู้ด้วยการมองเห็นไม่ว่าจะดูโทรทัศน์ หนังสื่อพิมพ์ วารสาร ฯลฯ จะมีภาพเป็นองค์ประกอบเสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า “ภาพนิ่งภาพมีคุณค่า เท่ากับคำถึงพันคำ” ดังนั้นภาพนิ่งมีบทบาทมากในการออกแบบมัลติมีเดีย
ภาพเคลื่อนไหว หมายถึง ภาพแอนนิเมชั่นที่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น
การเชื่อมโยงแบบปฏิสัมพันธ์ หมายถึงการที่ผู้ใช้มัลติมีเดียสามารถเลือกข้อมูลได้ตามต้องการ โดยใช้ตัวอักษรหรือปุ่มสำหรับตัวอักษรที่สามารถเชื่อมโยงไก้จะเป็นตัวอักษรที่มีสีแตกต่างจากตัวอักษร ตัวอื่น ๆ ส่วนปุ่มที่จะมีลักษณะคล้ายกับปุ่มเพื่อชุมภาพยนตร์ หรือคลิกบนปุ่มเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ หรือเปลี่ยนหน้าต่างของข้อมูลต่อไป
วีดีทัศน์ (Video) การใช้มัลติมีเดียในอนาคตจะเกี่ยวข้องกับการนำเสนอด้วยเวลาจริงที่จำนวน 30 ภาพต่อวินาที ในลักษณะนี้จะเรียกว่าวีดีทัศน์ดิจิตอลคุณภาพของวีดีทัศน์ดิจิตอลจะทัดเทียมกับคุณภาพที่เห็นจอโทรทัศน์ ดังนั้นวีดีทัศน์ดิจิตอลและเสียงจึงเป็นส่วนที่ผนวกเข้าไปสู่การนำเสนอและการเขียนโปรแกรม มัลติมีเดียวีดีทัศน์สามารถนำเสนอได้ทันทีด้วยจอภาพคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เสียงสามารถเล่นออกไปยังลำโพงภายนอกได้โดยผ่านการ์ดเสียง
พื้นฐานของมัลติมีเดียจะต้องมีองค์ประกอบมากกว่า 2 องค์ปรกอบเป็นอย่างน้อย เช่น ใช้ตัวอักษรร่วมกับการใช้สีที่แตกต่างกัน 2-3 สี ภาพศิลป์ ภาพนิ่ง จากการวาดหรือการสแกน นอกนั้นก็อาจมีเสียงและวีดีทัศน์ร่วมอยู่ด้วยก็ได้ การใช้มัลติมีเดียที่นิยมกันมี 2 แบบ แบบแรกคือ การใช้มัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอและแบบที่สอง คือ การใช้มัลติมีเดียเพื่อการฝึกอบรม หรือ การเรียนรู้ในด้านของการใช้จะนิยมใช้โปรแกรม ชุดนำเสนอและชุดประพันธ์
1. ชุดนำเสนอ เป็นโปรแกรมที่พัฒนาจากแนวคิดของการใช้เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะมาเป็นการนำเสนอโดย คอมพิวเตอร์ และโปรเจกเตอร์แทนชุดนำเสนอจะสามารถสร้างความมีสีสัน กราฟิก แผนภูมิ แผนภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีทัศน์ เหล่านี้สามารถสร้างจากโปรแกรมไมโครซอฟต์เพาว์เวอร์พอยท์
2. ชุดประพันธ์ เป็นชุดที่ใช้โปรแกรมเพื่อการพัฒนาโปรแกรมมัลติมีเดีย มีฟังก์ชัน ต่าง ๆ ให้ใช้ชุดประพันธ์จึงเป็นชุดที่ทำให้ผู้ใช้สามารถออกแบบโปรแกรมการสอบในห้องเรียนได้ตามต้องการไม่ว่าจะเป็นการใช้ ข้อความ ภาพ กราฟิก เสียง และวีดีทัศน์ ในการฝึกอบรมหรือการฝึกทบทวน เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเขียนเป็นโปรแกรมฝึกอบรมหรือการสอนแล้วยังสามารถนำชุดประพันธ์มาใช้เขียนการนำเสนอแบบแรกได้อีกด้วย
ในอนาคตข้างหน้า มัลติมีเดียจะเป็นนวัตกรรมตัวหนึ่ง ที่มีการเติบโตขึ้นทั้งด้านของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ราคาของมัลติมีเดียจะถูกลงอย่างมากในขณะที่ประสิทธิภาพในด้านของภาพ เสียง และวีดีทัศน์พัฒนาขึ้นจะมีคุณภาพสูง การ เพิ่มศักยภาพของคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียกระทำได้ง่ายส่วนในด้านของซอฟต์แวร์ จะสามารถใช้ได้ง่ายขึ้นและประยุกต์ไปพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ทางการศึกษาได้ อย่างง่าย ๆ รวมถึงการนำเสนอมัลติมีเดียเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ในหลักสูตรและการสอน
สรุปว่าการนำมัลติมีเดียไปใช้ในการเรียนการสอนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดการณ์อนาคตได้ว่า นักเรียนจะเรียนรู้จากห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์หรือเรียนจากบทเรียนมัลติมีเดีย มากกว่าการนั่งฟังการบรรยายของครูเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเรียน และตอบสนองรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของนักเรียน และด้วยการออกแบบโปรแกรมแบบปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้สามารถนำเสนอสื่อได้หลายชนิดตามความต้องการของผู้เรียน ส่วนการใช้มัลติมีเดียเป็นสื่อการสอนจะเป็นการส่งเสริมการสอนที่มีลักษณะการสอนโดยใช้สื่อประสม ซึ่งทำให้สามารถนำเสนอเนื้อหาได้ลึกซึ่งกว่าการบรรยายปกติ จึงอาจกล่าวได้ว่ามัลติมีเดียจะกลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเรียนการสอนในอนาคต
บรรณานุกรม
ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์.
บูรณะ สมชัย. (2542). การสร้าง CAI – Multimedia ด้วย Authorwarre. กรุงเทพฯ :
บริษัทซีเอ็ด ยูเคขั่น.
ศักดิ์ศรี ปาณะกุล และคณะ. (2546 ). การเขียนเอกสารวิชาการ. กรุงเทพมหานคร:
ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2552). นวัตกรรมการเรียนการสอน...เพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน
(พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง
สุทิน ทองไสว. (2552). เทคโนโลยีการสอน. วารสาร วิชาการ, 12(1), 49 - 53.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2550). 3 ปี หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรมของคุรุสภา. กรุงเทพฯ:
บริษัท พี. เอ. ลีฟวิ่ง.
Mr. มิสเตอร์. (2552). Click The World. วารสาร อพวช, 8(90), 50 – 53.