ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ชาวประโปรงบานขาสั้น นั่นคือ อดีตนักเรียนม.ปลาย(หมาดๆ)จะต้องไปใช้ชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ได้พบเห็นคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองเดินทางไปส่ง ดูแลหาที่พักที่กินให้ด้วยหลายครอบครัวลูกรักเพิ่งจะจากอกไปเป็นครั้งแรกในชีวิต เห็นแบบนี้ชวนให้นึกถึงตัวเองเมื่อครั้งอดีตแล้วแอบยิ้มนิดๆ เออหนอ.. พ่อแม่ไม่ว่ายุคใดสมัยใดความรักความห่วงใยลูก ไม่ได้แตกต่างกันไปเลย... นี่แหละ รักแท้จากพ่อและแม่ของเรา..
ที่น่าเป็นห่วงยิ่งไปกว่านั้น ก็คือการคบเพื่อนของลูก นี่ถ้ามีเพื่อนเก่าไปด้วยก็ค่อยยังชั่ว แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเรียนกันคนละคณะ อยู่คนละหอ เพื่อนของลูกจะเป็นยังไง จะเข้ากันได้ไหม แม้แต่ตัวลูกๆเองก็เถอะ คงยังจะสับสนปนตื่นเต้นว่าจะทำตัวยังไงนะเมื่อได้เจอกับเพื่อนใหม่ เขาจะดีกับเราไหม เราจะมีเพื่อนดีดีที่เป็นเพื่อนแท้กับเขาไหมหนอ.. ฯลฯ สารพัดที่จะคิด เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอนำแนวทางการปฏิบัติกับเพื่อนใหม่ที่เคยใช้สมัยที่เริ่มเป็นน้องใหม่ในรั้วอุดมศึกษามาฝาก แม้จะผ่านห้วงเวลาเช่นนี้มานานพอควร แต่วิธีการก็ยังทันสมัยและสามารถใช้ได้ตลอด ลองอ่านดูค่ะ..

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
๑. มีอัธยาศัยไมตรี : เมื่อได้พบเพื่อนใหม่ควรทักทายก่อน เป็นการเริ่มสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
๒. การให้เกียรติ : การให้เกียรติกับเพื่อนใหม่ จะทำให้เขารู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าเขา นี่แหละจะได้ใจเพื่อนไปเต็มๆค่ะ
๓. ความจริงใจ : การให้ความจริงใจ ไม่เสแสร้งโกหก ไม่ไปหวังผลประโยชน์จากเขา จะทำให้เกิดความไว้ใจ แล้วเราจะได้ความจริงใจตอบ
๔. ห่วงใยอาทร : การใส่ใจทุกข์สุขของเพื่อนใหม่อย่างจริงใจ เป็นการสร้างความประทับใจแบบง่ายๆ แต่ต้องพอประมาณ อย่าให้เป็นการก้าวก่ายเกินไป
๕. ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน : ใบหน้าที่เปี่ยมรอยยิ้มจะทำให้บรรยากาศรอบข้างดูสบายๆ มิตรภาพย่อมงอกงาม คงไม่มีใครอยากจะพูดกับคนที่มีใบหน้าบึ้งตึงหรอกนะ
๖. เป็นผู้ฟังที่ดี : การที่เพื่อนใหม่เล่าเรื่องต่างๆให้เราฟัง จงเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะนั่นหมายถึงเพื่อนได้มอบความวางใจให้แล้วล่ะค่ะ
๗. ช่วยเหลือยามที่เพื่อนลำบาก : ยามที่เพื่อนใหม่กำลังตกที่นั่งลำบาก จงอย่าเพิกเฉย ลองเลียบๆเคียงๆถาม อย่างน้อยการฟังเพื่อนเล่าระบายก็ยังดี
๘. มีน้ำใจ รู้จักที่จะเป็นผู้ให้ : หากเริ่มมีน้ำใจและเป็นผู้ให้ก่อน สิ่งที่จะได้รับตอบแทนกลับมาย่อมมากกว่าสิ่งที่ให้เพื่อนไปด้วยซ้ำ แต่การให้ของเราต้องไม่หวังผลตอบแทนนะคะ
๙. สะอาด หมดจด : จิตใจสะอาด ร่างกายต้องสะอาดด้วย คงไม่มีใครมาประทับใจคนที่ดูสกปรกตั้งแต่แรกเห็น ส่งผลให้การเรียนรู้กันก็จะไม่เกิดด้วย
๑๐. ชื่นชมยินดีกับเพื่อน : แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น เมื่อเพื่อนได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าชั้น ก็ควรจะแสดงความยินดี อย่าไปหมั่นไส้หรือริษยา จะทำให้ทั้งตนและเพื่อนใหม่ไม่มีความสุข
เป็นอย่างไรคะ กับเทคนิคการผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ ที่ผู้เขียนเคยใช้มาแล้ว และได้ผลดีมากๆ เพื่อนใหม่ ณ วันนั้น กลายมาเป็นเพื่อนแท้ ณ วันนี้ และแน่นอนว่าจะเป็นเพื่อนแท้กันตลอดไป ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ ไม่ยากเลย แล้วคุณจะพบว่า "เพื่อนแท้" อยู่ใกล้ๆคุณนี่เองค่ะ.

แวะมาอ่านข้อคิดดีๆ
ขอบคุณค่ะ
Take care
สวัสดีค่ะ คุณครูสายธาร
คุณครูแป๋มคะ คิดว่า ข้อปฏิบัติที่ดีเหล่านี้ น่าจะใช้ได้ดีเสมอนะคะ
เพื่อนในห้องลูก มีผู้ชาย 11 คน
เพื่อนสนิทของลูกยังไม่มีเลย
นี่ก็ปัญหา...ทำไมหนอ??
มาทักทายครับ บันทึกนี้เข้ากับสถานการณ์นะครับ ที่มหาวิทยาลัยของผม นิสิตเริ่มมารายงานตัวเข้าที่พักกันบ้างแล้ว เพื่อนใหม่ต้องปรับตัวเข้าหากันน่าดูชม หลายคนโทรกลับบ้านตลอดเวลา บันทึกนี้จะเป็นประโยชน์กับพวกเขา ขอบคุณนะครับผม
สวัสดีค่ะน้องแป๋ม
นี่แหละ...คนเป็นครูอย่างแท้จริง
ถึงแม้ศิษย์จะพ้นอกไปแล้วแต่...ก็ยังอดห่วงไม่ได้เหมือนคนเป็นพ่อเป็นแม่...
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อคิดในการผูกมิตรเพื่อจะได้เพื่อน ยังคงใช้ได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เช่นเรา.....
เพื่อนแท้ คือ เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในทุกโอกาส
สวัสดีค่ะคุณครูแป๋ม
มข.ก็กำลังคึกคัก รับน้องใหม่ค่ะ
สบายดีนะค่ะคุณครู
เอามาฝากค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=h5bpgQAeBwg
สวัสดีค่ะ คุณพี่ใบบุญ
สวัสดีค่ะ คุณพี่ครูป.๑
สวัสดีค่ะ คุณtim
สวัสดีค่ะ คุณพี่อิงจันทร์
สวัสดีค่ะ คุณพี่krugui Chutima
สวัสดีค่ะ ท่านผอ.พรชัย
สวัสดีค่ะ คุณพี่อุ้ม ถาวร
สวัสดีค่ะ คุณพี่ครู krutoiting
สวัสดีค่ะ คุณพี่มหาเหรียญชัย