การแบ่งผู้เข้ารับการอบรมเป็นกลุ่มๆเป็นการเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดLearning individual สู่ Learning teamwork สู่ Learning network และขยายไปเป็น Learning organization ได้

๕.รวมหมู่อยู่กลุ่ม

นปส. รุ่นที่ 55 มีทั้งหมด 106 คน แต่มาเข้าอบรมได้แค่ 105 คน มีองค์ประกอบมาจากหลายส่วนโดยมาจากกรมการปกครอง (นายอำเภอ) 40 คน จากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (หัวหน้าสำนักงานจังหวัด/กองสารนิเทศ) 5 คน กรมพัฒนาชุมชน 3 คน กรมที่ดิน 3 คน กรมโยธาธิการและผังเมือง 3 คน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 4 คน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 6 คน รัฐวิสาหกิจ 2 คน ศอ.บต. (นายอำเภอ) 2 คน

กระทรวงการคลัง 4 คน พ.ม. 1 คน แรงงาน 1 คน เกษตร 3 คน คมนาคม 2 คน กระทรวงทรัพย์ 5 คน พลังงาน 1 คน พาณิชย์ 1 คน ยุติธรรม 2 คน อุตสาหกรรม/ท่องเที่ยว/วิทย์/ศึกษา/อัยการ/กกต./สตช./กรุงเทพฯ/อบจ./สภากาชาดไทย แห่งละ 1 คนและสาธารณสุข 2 คนคือผมกับพี่นัด (คุณณัฏฐญา พัฒนะวาณิชนันท์) ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวง มีแพทย์ 2 คน อีกคนคือพี่จุ (พ.ญ. จุฑาทิพย์ นิรุตติรักษ์) ผช.ผอ. ร.พ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

ในส่วนของนายอำเภอที่เข้ารับการอบรม ทราบว่าเป็นไปตามโควต้าของรุ่นนักเรียนนายอำเภอ (นอ.) โดยรุ่น 55 มี นอ.48 จำนวน 15 คนและ นอ.49 จำนวน 25 คน และในรุ่นมีสมาชิกผู้หญิง 10 คน

ตามธรรมเนียมต้องมีการเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการรุ่น แต่เนื่องจากในช่วงเดือนแรก อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกัน จะมีการเลือกตั้งกันหลังผ่านการอบรมเดือนแรกไปแล้ว โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการรุ่นไม่เกิน 15 คน คัดเลือกกันเองแล้วออกคำสั่งแต่งตั้งโดยสถาบันดำรงฯ ให้คณะกรรมการรุ่นมีหน้าที่ ปฏิบัติงานและประสานงานทั่วไปในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอบรมในฐานะผู้แทนของผู้เข้าอบรม จัดตั้งคณะทำงานในด้านต่างๆได้แก่ด้านวิชาการ ด้านการศึกษาดูงาน ด้านนันทนาการ ด้านกีฬา ด้านประชาสัมพันธ์ เป็นต้น และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

การปล่อยให้รู้จักกันระยะหนึ่งค่อยคัดเลือกมีข้อดีคือทำให้รู้ว่าใครเป็นอย่างไรก่อนเลือก แต่ก็มีข้อเสียคือรุ่นขาดการนำ หลายอย่างเลยตัดสินใจได้ยาก ไม่มีใครกล้าแสดงบทบาทเพราะยังไม่มีการกำหนดบทบาทอะไรที่ชัดเจน การดำเนินกิจกรรมของรุ่นจึงเป็นไปตามบทบาทของกลุ่ม กป.ที่รับผิดชอบประจำวัน

ผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 10 กลุ่มปฏิบัติการประจำวันหรือเรียกย่อๆว่า กป. กลุ่มละ 10-11 คน ให้ไปบริหารจัดการกลุ่มกันเอง แต่ละ กป.ให้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละวันในการประสานงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอบรมกับเจ้าหน้าที่โครงการ กำกับดูแลให้ผู้เข้าอบรมปฏิบัติตามตารางฝึกอบรม ระเบียบและกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งตามคำแนะนำของวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่โครงการ ต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่วิทยากร มอบหมายผู้รับผิดชอบรวบรวมบัญชีลงเวลาในการเข้าอบรมประจำวันและดำเนินงานอื่นใดตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

 กลุ่ม กป.1-10 มีสีประจำ กป.คือม่วง นำเงิน เหลือง ส้ม แดง เขียว ฟ้า ชมพู น้ำตาลและเขียวอ่อน ผมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม กป. 4 มีสมาชิก 11 คน เมื่อถุงวันที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ละคนในกลุ่มจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน หัวหน้ากลุ่ม ปลุกตอนเช้า นำกายบริหาร นำเดิน นำวิ่ง เชิญธงชาติ นำสวดมนต์ ต้อนรับอาจารย์และทั่วไป รอบแรกที่ผ่านมาผมได้รับหน้าที่ปลุกตอนเช้าและเปิดเพลงจัดรายการยามเช้า ผมก็เลยถือโอกาสสรุปความรู้ที่ได้ฝึกอบรมและความรูด้านสุขภาพไปด้วย

สมาชิกกลุ่ม กป.4 ที่ผมสังกัดอยู่ ผมเรียกเองว่า กลุ่มอัศวินสีส้ม ประกอบด้วย

  1. นายสมภพ รุ่งโรจน์              นายอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
  2. นายเชวงศักดิ์ ใจคำ                นายอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
  3. นายโชติพัฒน์ สิชฌรังษี          นายอำเภอซับใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ
  4. นายชาธิป รุจนเสรี                  นายอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
  5. นายประสงค์ คงเคารพธรรม       หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสกลนคร
  6. นายพิชัย อุทัยเชฏฐ์               โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา
  7. นายอนุชิต สังฆสุวรรณ            ท้องถิ่นจังหวัดปราจีณบุรี
  8. นางปราณี จุณณะปิยะ             ธนารักษ์พื้นที่ระยอง
  9. นายสมฤทธิ์ วิไลพรรัตนา         ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 4
  10. น.พ.พิเชฐ บัญญัติ                 รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก
  11. นายพิรุณ เสลานนท์               ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี

ผมอยู่กลุ่มเดียวกับพี่เวง หรือนายอำเภอเชวงศักดิ์ นายอำเภออุ้มผาง ซึ่งของจังหวัดตากมีเข้าหลักสูตร 3 คนคือผม พี่เวงและอีกท่านคือคุณโภคากร สินสกลวัฒน์ นายอำเภอท่าสองยาง ในกลุ่ม กป.4 ของผมก็ได้พี่สมภพ นายอำเภอบ่อทองเป็นพี่ใหญ่ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มแจกจ่ายภารกิจให้สมาชิกกลุ่ม เท่าที่ได้สัมผัสร่วมงานกันมาระยะหนึ่ง ผมรู้สึกว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มน่ารักมาก ให้ความร่วมมือกันดี ตอนเช้าที่ตื่นมาออกกำลังกายก็มากันครบหรือเกือบครบทุกวัน

ในการฝึกอบรมแต่ละคนจะต้องสรุปบทเรียนหรือlearning log โดยหน้าแรกสรุปเนื้อหาสาระประเด็นสำคัญ ส่วนหน้าหลังเป็นการต่อยอดความคิดหรือนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดLearning individualหรือบุคคลเรียนรู้ เมื่อเข้ากลุ่ม กป. ได้วิเคราะห์วิพากษ์และอภิปรายถกเถียงกันเกิดการเรียนรู้ในกลุ่มในทีมเป็นกลุ่มเรียนรู้หรือLearning teamwork แล้วเมื่อแต่ละกลุ่มมาเรียนรู้ร่วมกันอีกก็จะเกิดเป็นเครือข่ายเรียนรู้หรือLearning network จนอาจก่อให้เกิดองค์กรเรียนรู้ (Learning organization) ได้ แนวคิดตรงนี้จะไปสอดคล้องกับหลักการพัฒนาตามโมเดลINNของอาจารย์หมอประเวศ วะสีคือ Individual, Nodes, Networks

หลักสูตร นบส.สาสุขที่คิดว่าน่าจะเข้าได้ กลับไม่ได้ ส่วนหลักสูตร นปส. มหาดไทยนี้คิดว่าคงเข้ามาได้ยากเพราะโควต้าน้อย แต่ก็เข้ามาได้ ก็เรียกว่าได้อย่างเสียอย่าง สะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีใครได้ทุกอย่าง และไม่มีใครเสียทุกอย่าง ธรรมชาติเป็นธรรมเสมอ

แรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ผมอยากเข้าอบรม นปส.คือในช่วง 17 ปีที่ได้รับราชการมา ผมได้มีโอกาสทำงานกับนายอำเภอหลายท่าน ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นตัวอย่างในการทำงานได้ดี สนใจงานสาธารณสุขและสนับสนุนการทำงานในโรงพยาบาลของผมเป็นอย่างดี ตอนเป็นแพทย์ประจำอยู่งาว ผมได้จัดกิจกรรมวันมหิดล ท่านนายอำเภองาวช่วยมาเป็นประธานเปิดงานให้ น่าเสียดายที่ผมจำชื่อท่านไม่ได้ พอมาอยู่แม่พริกก็ได้เรียนรู้กับนายอำเภอสองท่านคือนายอำเภออนุวัตร เดชนันทรัตน์และนายอำเภอทรงชัย เศรษฐพัฒน์

พอมาอยู่ที่บ้านตากก็ได้เรียนรู้กับนายอำเภอ 4 ท่านคือท่านถาวร เชยพันธุ์ ท่านพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ท่านพัลลภ ศรีภาและท่านธานินทร์ วิชิตกูล ส่วนอยู่ที่สามเงาในเวลาแค่ 1 ปีก็ได้มีโอกาสเรียนรู้กับนายอำเภอสามท่านคือท่านธีรชัย ทศรฐ ท่านพงษ์พันธุ์ แสงสุวรรณและท่านศุภชัย ขันธทิมโดยในการทำงานของผมจะเน้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเสมอว่า เราเป็นส่วนหนึ่งหรือทีมงานของนายอำเภอที่ต้องสนับสนุนภารกิจของอำเภอด้วย

การเข้าอบรม นปส. จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมรุ่นที่มีประสบการณ์ พื้นที่การทำงาน วัย การศึกษาที่หลากหลายมาก ถ้าพูดภาษาเคเอ็มก็ถือว่า เป็นพื้นที่ที่สามารถขับเคลื่อนความรู้ข้ามแดนได้ดี แม้แต่การจัดห้องพัก ทางวิทยาลัยก็ไม่ให้เลือกเองแต่บังคับจัดให้เลยเพื่อกระจายๆกันไป

ผมได้พักกับท่านนายอำเภอธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์หรือพี่เล็ก นายอำเภอห้วยแถลง นครราชสีมา ท่านเป็นคนน่ารัก ใจดี สบายๆ ไม่ชอบอากาศเย็นเหมือนผม เราจึงเปิดแอร์เบาๆนอนได้ คนที่พักคู่กันก็ให้ถือเป็นบัดดี้กันด้วย ต้องคอยดูแลเอาใจใส่กัน กุญแจห้องมีเพียงดอกเดียว ใครจะไปไหนต้องเอากุญแจไปฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ เวลาอาบน้ำ เข้าห้องน้ำก็ต้องสลับจัดเวลากันให้ลงตัว ทำให้มีการปรับตัวเข้าหากันได้ดีขึ้น