ผมจะสร้าง บ้านในฝันของผู้สูงอายุ


ผู้สูงอายุ บ้านในฝัน

 

 

ผมจะสร้าง บ้านในฝันของผู้สูงอายุ

               ผมจัดทำโครงการบ้านสำหรับเด็กด้อยโอกาสขึ้นมาสองหลังคือบ้านอุปถัมภ์เด็กที่หลักสี่ กรุงเทพฯ และบ้านสร้างสรรค์เด็กที่รังสิต ปทุมธานี (รายละเอียด เปิดค้นหาได้ที่ "มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก")
               บัดนี้ ผมอายุย่าง 56 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีผมจะอายุครบ 60 ปีซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นของวัย "ผู้สูงอายุ" ช่วงนั้นคงจะเริ่มต้นได้สำหรับ "โครงการบ้านในฝัน ผู้สูงอายุสร้างสรรค์ไทย" ที่ผมวาดฝันมานานและทะยอยเก็บเกี่ยวรายละเอียดต่างๆ ไว้มาก กล่าวคือตระเวณดูงานเกี่ยวกับการทำงานบ้านสำหรับสูงอายุมามากกว่า 15 ประเทศ รวมทั้งในประเทศไทยของเราด้วย ตั้งแต่ในด้านกายภาพของอาคาร ห้องนอน ห้องพักผ่อน ห้องอาหาร  ห้องน้ำ สนาม ทางเดิน  จนถึงการดูแลในด้านอาหารการกิน สุขภาพ ศาสนาการออกกำลังกาย วิชาชีพ  การถ่ายทอดองค์ความรู้
               ต่อไปนี้คือความฝันบนเนื้อที่ 5 ไร่ย่านรังสิต ปทุมธานี ที่ผมมุ่งมั่นว่าจะทำได้จริงในเวลาอีกไม่นานต่อจากนี้ไป คือ
               1.เริ่มต้นด้วยการดูแลผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง
               2.ผู้สูงอายุทุกคน จะได้รับการดูแลอย่างดีในบ้านที่อยู่ใกล้วัด ใกล้ชุมชน จากการร่วมดูแลกันเองและจากบุคคลที่พร้อมจะเข้ามาทำงานดูแล
               3.ผู้สูงอายุจะอยู่ในบรรยากาศที่เลือกได้ มีห้องพักผ่อน ห้องสมุด ห้องคาราโอเกะ  ห้องพระ  สถานที่ออกกำลังกาย  ได้ไปวัด ไปทัศนศึกษา ไปสมาคมกับชุมชน
               4.ผู้สูงอายุจะได้ใช้ประสบการณ์ชีวิตของตน ถ่ายทอดองค์ความรู้และความถนัดที่มีอยู่ เช่นทอผ้า ดนตรี ภาษา ศิลปะ  แก่เด็กๆ นักเรียนทั้งที่เดินทางมาเรียนที่บ้านหลังนี้ และได้เดินทางออกไปเป็นวิทยากรตามที่ต่างๆ
               ผมสรุปสั้นๆ เพียง 4 ข้อ เพื่อให้ท่านทั้งหลายช่วยต่อเติมฝันของผมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
               ฝันไว้นาน อธิบายไม่ยาว ทั้งที่รายละเอียดมีมาก แต่ที่แน่ๆ คือผู้สูงอายุจะต้องไม่อยู่อย่างอานาถา ไร้คุณค่าและเงียบเหงา
 

 
หมายเลขบันทึก: 362003เขียนเมื่อ 28 พฤษภาคม 2010 11:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2012 14:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (11)

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจค่ะ

ครูต้อยก็อายุใกล้ 60 แล้ว

ครูต้อยเพิ่งร่วมกับทางโรงพยาบาลก่อตั้งชมรมเบาหวานมิตรภาพบำบัด

เพื่อนช่วยเพื่อนด้วยหัวใจความเป้นมนุษย์เสร็จ

และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้ค่ะ

ถือโอกาสเชิญครูหยุยได้มาร่วมเสวนาให้คำแนะนำพวกเราด้วยนะคะ

หากมีเวลาจะอีเมล์เรียนเชิญในโอกาสที่จะถึงนี้ค่ะ

ผู้ป่วยเบาหวานของจ.สมุทรสาครเวลานี้ มีมากกว่า 4000 คนแล้วค่ะ

ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุค่ะ

แล้วยังมีเด็กๆที่มีแนวโน้มว่าเป็นทายาทตามมาอีกมาก

ครูต้อยคาดว่าหากเด็กน้อยในปัจจุบันยังมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารขบเคียว

ดูทีวี เล่นเกม มาก อีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรที่ป่วยเป็นโรคความดัน

 โรคเบาหวาน เป็นของแถมค่ะ

คิดว่าวันนี้โชคดีที่จะได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมผู้สูงอายุด้วยคนนะคะ

ขอบคุณค่ะ

 

  • สวัสดีครับคุณครู
  • ผมได้มีโอกาสร่วมรับฟังคำแนะนำจากกลุ่มสามพราน ของท่านอาจารย์ประเวศ เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ ได้ข้อคิดดีๆว่า

ควรเน้นความงามของปัจฉิมวัย การสร้างเสริมสุขภาพในปัจฉิมวัย เช่น spiritual eldership วัยแห่งคุณค่า ความละเอียดอ่อน วัยแจกของส่องตะเกียง มากกว่ามุมมองในแง่ลบที่เคยชิน เช่น วัยแห่งความเสื่อมถอย โดยอาจใช้ศิลปะ ศิลปินมาช่วย

สวัสดีค่ะคุณครู

แนวโน้มผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นค่ะ ท่านเหล่านี้ต้องการการดูแลหลายๆด้าน

การได้ฝึกการนวดก็ดีนะค่ะ สัมผัสบำบัด

การเปิดโอกาสให้เล่าความหลังในรูปแบบกลุ่มก็เป็นความสุขของผู้สูงอายุค่ะ

มีทีมดูแลทางจิตด้วยก็คงดีนะค่ะคุณครู

ขอบคุณครูต้อยครับ ถ้ามัเวลาจะไปร่วมกิจกรรมด้วยนะครับ

คุณราชิตครับ ประโยคผนวกภาพ มีความหมายมากครับ

อาจารย์เต็มศักดิ์ เปิดอ่านสาระของอาจารย์หมอประเวศแล้วครับ ผมนำมาประยุกต์ได้มากทีเดียว

ประเด็นของคุณถาวร ทำให้ผมเห็นภาพที่เคยไปพบมา สัมผัสบำบัดจำเป็นมาก ทำให้ผมนึกไกลไปถึง "วารีบำบัด"ด้วย

แล้วจะเก็บเกี่ยวทั้งหมดไว้ในบันทึกช่วยจำครับ

อืม...จะไปอยู่บ้านผู้สูงอายุกับครูหยุยด้วยคนดีไหม...เอาไว้ทำข้อ4

  4.ผู้สูงอายุจะได้ใช้ประสบการณ์ชีวิตของตน ถ่ายทอดองค์ความรู้และความถนัดที่มีอยู่ เช่นทอผ้า ดนตรี ภาษา ศิลปะ  แก่เด็กๆ นักเรียนทั้งที่เดินทางมาเรียนที่บ้านหลังนี้ และได้เดินทางออกไปเป็นวิทยากรตามที่ต่างๆ

... 1.เริ่มต้นด้วยการดูแลผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ........ อ่านข้อ 1. แล้ว ต้องก้มมองตัวเอง ในอนาคตเราจะอยู่ในคุณสมบัติข้อนี้หรือเปล่า .... ถ้าไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ ครูหยุยจะรับเข้าร่วมโครงการหรือเปล่า ... อะไรจะเกิดก็เกิด ... แต่ ณ เวลานี้มีข้อเสนอ 1 ข้อ คือโครงการอาจจะเปิดกว้าง ให้โอกาสสำหรับพวกที่พอจะมีทุนทรัพย์ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง โดยจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งทำเป็นบ้านจัดสรร ให้สามารถเช่า หรือเช่าซื้อได้ (เหมือนบ้านทั่ว ๆ ไป) แต่ราคาถูกนะ โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว ต้องยกบ้านให้มูลนิธิใช้ประโยชน์ต่อไป .... แต่โครงการต้องเกิดก่อนอายุ 60 นะ เพราะเดี๋ยวไม่มีแรงผ่อนบ้าน ...

คุณ "ครูอ้อยเล็ก"ครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมพูดคุยนะครับ ไว้บ้านหลังนี้เกิดเมื่อไหร่ จะเชิญมาช่วยเป็นวิทยากรทางด้านศิลปะสำหรับผู้สูงอายุนะครับ

คุณ "ไยไหม"เสนอให้เปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์เพียงพอเข้ามาอยู่อาศัยด้วย เป็นความคิดที่ดีครับ แต่รูปแบบเช่นว่านี้ เข้าใจว่ามีการจัดสร้างขึ้นแล้ว อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ บ้างๆ ลองหาข้อมูลและแวะไปสอบถามดู อาจจะพอมีห้องว่างให้อยู่ได้ ยามเมื่ออายุย่างก้าวเข้าวัย 60 ปีครับ สำหรับผมนี้ความสามารถคงมีเพียงแค่สร้างเพื่อ "ผู้สูงอายุ"ที่ยากจนด้อยโอกาส"เท่านั้นครับ

ถ้ามีเด็กๆ มาให้ดูแลอาทิตย์ละครั้ง ก็ทำให้คนแก่ชื่นใจได้นะค่ะ

สนใจกิจกรรมของครูมานานแล้ว และยังให้ลูกชายไปช่วยพัฒนามูลนิธิสร้างสรรค์เด็กที่ รังสิตด้วยค่ะ หากมี

บ้านในฝันของผู้สูงอายุ กรุณาแจ้งให้ทราบด้วยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี