จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการคัดสรรสุดยอดเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ( Best Practice ) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวานนี้ ได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอสายใต้ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเกษตร ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งครั้งนี้สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองฯ เป็นเจ้าภาพ จัดการประชุม ณ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลอ่าวน้อย สำหรับประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง ได้เชิญ ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ ผู้ซึ่งได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะเลิศการคัดสรรสุดยอดเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรด ( Best Practice ) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวการผลิตสับปะรดคุณภาพของท่าน ซึ่งเป็นประโยชน์กับพวกเราชาวส่งเสริมการเกษตรอย่างมาก จึงขอนำองค์ความรู้ที่ได้จากเวทีแห่งนี้มาแบ่งปันค่ะ

ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์

การผลิตสับปะรดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ซึ่งผลผลิตกว่า 80 % เป็นการผลิตสับปะรดเพื่อเข้าโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนที่เหลือเป็นการผลิตสับปะรดผลสด ซึ่งกระบวนการผลิตของสับปะรดโรงงานกับสับปะรดผลสดนั้น เหมือนกันทุกขั้นตอน ยกเว้นขั้นตอนสุดท้ายคือการให้ปุ๋ยก่อนเก็บเกี่ยวเท่านั้นที่แตกต่างกัน สำหรับกระบวนการผลิตของ ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ นั้น มีหลายขั้นตอนที่คล้ายคลึงกับเกษตรกรรายอื่น แต่มีรายละเอียดที่เป็นเทคนิคการผลิตที่โดดเด่นมาฝาก ดังนี้

1. การผสมปุ๋ยใช้เอง  ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ เป็นนักคิด และนักทดลอง จากประสบการณ์การปลูกสับปะรดมามากกว่า 20 ปี ทำให้คิดค้นสูตรปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของสับปะรดและลดต้นทุนการผลิต มาใช้เอง เช่น

  • สับปะรดต้องการซัลเฟอร์มากเพื่อช่วยในการสร้างเนื้อให้เนื้อแน่นสีสวย จึงจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยสูตร 21-0-0 ในช่วงเร่งผล 
  • สับปะรดต้องการแมกนีเซียมเพื่อช่วยในการสังเคราะห์แสง ทำให้ต้นสับปะรดไม่เหี่ยว ทนแล้งได้ดี จึงจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยสูตร 15-5-20+ แมกนีเซียม 10% ซึ่งในท้องตลาดไม่มีจำหน่ายสำเร็จรูป แต่ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ สามารถผสมใช้เอง

    นอกจากนี้ การผสมปุ๋ยใช้เองยังเลือกวัสดุฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับสับปะรดได้ โดย ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ เลือกใช้โดโลไมต์ (แคลเวียม 20%) เป็นวัสดุผสมซึ่งช่วยปรับสภาพดินที่สับปะรดต้องการได้อย่างดี

แปลงสาธิตสับปะรดของผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์

2. การให้น้ำสับปะรด ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ มีวิธีการให้น้ำที่แตกต่างจากเกษตรกรทั่วไป คือ การเลียนแบบธรรมชาติ โดยวิธีการฉีดน้ำขึ้นฟ้าให้เป็นละอองฝอยคล้ายกับสายฝนให้ตกลงสู่แปลงสับปะรด เนื่องจากวิธีนี้น้ำจะจับไนโตรเจนที่มีมากในอากาศลงสู่แปลงสับปะรดช่วยให้ต้นสับปะรดเจริญงอกงามดี และที่สำคัญทำให้ดินไม่เสีย ไม่ทำให้ดินชุ่มน้ำเกินไปซึ่งไม่ทำให้เป็นแหล่งเกิดเชื้อรา

                     

ระบบการให้น้ำเลียนแบบธรรมชาติ

3. การทยอยบังคับผลผลิตให้กระจายผลผลิตออกทุกเดือน ลดความเสี่ยงในปัญหาผลผลิตกระจุกตัวและราคาผลผลิตตกต่ำ

4. การปลูกแถวคู่ จากการทดลองปลูกมาทุกแบบ ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ บอกว่าการปลูกแถวคู่ดีที่สุด เพราะง่ายต่อการใส่ปุ๋ย บังคับผล เก็บเกี่ยว และลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็น เช่น ปุ๋ยหรือสารเคมีต่างๆ

      และเหล่านี้ก็คือเทคนิคดีๆ ที่หลายคนยังไม่รู้ โดย ผู้ใหญ่วิสูตร  วิทยานันท์ บอกว่าตนไม่เก็บความรู้ไว้คนเดียว มีการแบ่งปันและช่วยเหลือเกษตรกรในชุมชน โดยมีการรวมกลุมเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด จนทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน มีการบริหารงานในรูปของกองทุน และมีการผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกในราคาถูกกว่าท้องตลาด และเป็นสูตรผสมเองที่เหมาะสมกับสับปะรด รวมทั้งสนับสนุนให้สมาชิกในกลุ่มมีการผลิตตามระบบ GAP โดยขณะนี้สมาชิกในกลุ่มจำนวน 90 ราย จาก 101 รายได้รับใบ GAP จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว