ความสำคัญของวิธีการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ในตัวของนักเรียน

               ความสำคัญของวิธีการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ในตัวของนักเรียน

                                                                          สุริยันต์ บุญเลิศวรกุล***

         ในโลก สังคมปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีการลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง วิทยาการใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนเป็นผลมาจากการมีความคิดสร้างสรรค์ของคนเราทั้งสิ้น ดังนั้น การพัฒนาสังคม ประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า มีความพร้อมในทุกด้าน สามารถพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายได้นั้น  จำเป็นต้องอาศัยบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์  ดังที่ อารี รังสินันท์ (2539, หน้า1) ได้กล่าวถึงความคิดสร้างสรรค์ไว้ว่า
        “...ความคิดสร้างสรรค์นับเป็นความสามารถที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งมีคุณภาพมากกว่าความสามารถด้านอื่นๆ และเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ  ประเทศใดก็ตามที่สามารถแสวงหา พัฒนา และดึงเอาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของคนในชาติออกมาใช้ประโยชน์มากเท่าใด ย่อมมีโอกาสพัฒนาได้มากเท่านั้น...”
         จากบทความข้างต้นจะเห็นได้ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคน สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะสังคมยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง พัฒนา ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน   โจทย์สำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือสิ่งที่ครูผู้สอน ต้องคิดตระแล้วว่า  จะมีกระบวนการสอนอย่างไรให้นักเรียน ของเราเป็นผู้ที่มีความสามารถในเรื่องของการคิดเชิงสร้างสรรค์  ดังที่ อารี  พันธ์มณี (2537, หน้า 11 ) กล่าวว่า “...การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เป็นความต้องการสูงสุด และมีคุณค่ามาก การเรียนการสอนแบบความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นรากฐานของกระบวนการคิดทั้งหมด...”  นอกจากนี้ ดุษฎี  บริพัตร ณ อยุธยา (2532 หน้า 5) ได้ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันสรุปได้ว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่อยู่ในตัวของบุคคล และสามารถที่จะพัฒนาให้สูงขึ้นโดยอาศัยการเรียนรู้และจัดบรรยกาศ ที่อำนวย แต่ถ้าไม่มีโอกาสได้ฝึกฝน ขาดโอกาสในการแสดงออกก็จะหดหายไปทีละน้อย  ถ้าได้ฝึกบ่อยๆ ความคิดก็จะดีขึ้น...”   เพราะฉนั้น จะเห็นแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของ นักเรียนทุกคนแล้ว และจะพัฒนากขึ้นถ้าได้รับการส่งเสริม ฝึกฝนพัฒนา ซึ่ง หากส่งเสริม ตั่งแต่เด็ก อายุยังน้อยก็ยิ่งได้ผลดี เพราะความคิดสร้างสรรค์ในตัวบุคคลจำเป็นต่อการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ  ผู้สร้างหลักสูตร โรงเรียน และครูผู้สอน จึงจำเป็นต้องพัฒนานักเรียนให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะระดับปฐมวัย และ ประถมศึกษา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานการพัฒาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไป ต้องมุ่งให้นักเรียนมีความรู้ ความสามารถ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น เพื่อจะได้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ  และ ประสิทธิภาพสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเอง สังคม ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์
         ทั้งนี้จากการที่ได้ศึกษารวบรวมเอกสาร จากงานวิจัย หรือวารสารทางวิชาการต่างๆ  ชี้ให้เห็นแล้วว่าการคิดค้นพัฒนาวิธีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ต่างๆ เช่นการจัดการเรียนการสอนแบบใช้ เกมส์   หรือ กิจกรรมการเรียนแบบวิธีสืบเสาะ และเทคนิควิธีการต่างๆ  ซึ่งจะเป็นไปในลักษณะของการนำไปประยุกต์ เพื่อพัฒนากระบวนหรือทักษะการคิดในรูปแบบที่ต่างกัน  ซึ่งจะเป็นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่เน้นกระบวนการมากกว่าเนื้อหาสาระวิชา   ทั้งนี้เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิดประกอบด้วยองค์ความรู้ที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่  ผู้เรียนทั้ง  3  ด้านคือ  ด้านความรู้ (Knowledge : K)  ด้านกระบวนการ(Process : P)   และ ด้านของเจตคติ  (Attitude : A)   ไปพร้อมๆกัน ทั้งนี้   ได้มีผู้เสนอแนวคิด กิจกรรมที่จะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักเรียนด้วยกิจกรรมง่ายๆ  เช่น  ประทุม อัตชู (2535 , หน้า 12) ได้เสนอกิจกรรมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการจัดการเรียนการสอน ได้ ดังนี้
      1. กิจกรรมการฝึกใช้คำถาม ซึ่งลักษณะคำถามควรจะเป็นคำถามปลายเปิดที่ยั่วยุให้นักเรียนได้ใช้ความคิด หรือจินตนาการให้มากๆ และไม่ซ้ำใคร เช่นการสมมุติเหตุการณ์ การแก้ปัญหา การคิดค้นทดลอง
      2. การจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ที่ประกวดนั้นควรเป็นสิ่งประดิษฐ์แบบง่ายๆ เน้นความแปลกใหม่ หรือประสิทธิภาพของชิ้นงาน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนสนใจและอยากเข้าร่วมการแข่งขัน
      3. กรใช้ภาพปริศนา ซึ่งครูอาจใช้ภาพไปกระตุ้นให้นักเรียนคิดหาคำตอบ เช่นการตั้งชื่อภาพ หรืออาจจะถามว่าภาพที่เห็นนั้นทำให้นักเรียนนึกถึงอะไรได้บ้าง จากภาพที่เกิดขึ้น
     4. การระดมพลังสมอง ครูอาจให้สถานการที่เป็นปัญหาแล้วให้กลุ่มนักเรียนช่วยกันระดมควมคิด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว วิธีนี้ทำให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสคิดและอภิปรายร่วมกัน
     5. การใช้ปริศนาคำทาย กิจกรรมนี้เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกตอบโดยใช้ควมคิดไหวพริบ พิจารณาคำถามเพื่อหาคำตอบ
     6. การศึกษานอกสถานที่ เป็ฯกิจกรรมที่นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากของจริงเป็ฯการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่แปลกใหม่ นักเรียนจะสนุกสนานตื่นเต้นที่ได้พบยเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นได้รับในห้องเรียน ทให้มีอิศระในการคิดจะได้มีควมคิดที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์

       นอกจากนี้   ภพ  เลาหไพบูลย์ (2537 , หน้า 188-190)  ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้
      1. เกมคุณลักษณะ โดยครูจะให้นักเรียนเขียนคุณลักษณะของสิ่งที่กำหนดให้เขียนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ พร้อมบอกข้อแตกต่างที่มีลักษณะเด่นเป็ฯกรณีพิเศษด้วย
      2.  การทำกิจกรรมแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ โดยอาศับรูปภาพ โดยครูอาจให้นักเรียนดูรูปภาพ แล้วให้นักเรียนเขียน หลายสิ่งหลายอยางที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
      3. กิจกรรมการทำให้ได้ความสมบูรณ์ ครูให้นักเรียนเขียนเรื่องที่ได้อ่านที่ยังไม่สมบูรณ์ ให้จบตอนนั้น หรือ ครูให้นักเรียนดูภาพยนต์ตอนหนึ่งแต่ยังไม่จบสมบูรณ์ แล้วให้นักเรียนคิดวิธีสร้างให้จบในตอนนั้น
      4. การสร้างปริศนา และเกมในการเรียนรู้ให้นักเรียนช่วยกันสร้างเกมที่เป็นปริศนาสำหรับทายปัญหา ต่างๆ
      5. กิจกรรมการแก้ปัญหาใหม่ จากข้อบกพร่องที่ได้รับ เมื่อนักเรียนทำการแก้ปัญหาไปแล้ว แต่พบอุปสรรค์ข้อบกพร่อง ทำให้แก้ปัญหาไม่สำเร็จ ครูให้นักเรียนพยายามแก้ปัญหาใหม่ โดยศึกษาจากอุปสรรค์ข้อบกพร่อง ต่างๆ
     6. การเขียนข้อความที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของคนทั่วไป โดยการสร้างสถานการณ์หรือความเชื่อที่ดูเหมือนตรงข้ามกับความรู้สึกของคนทั่วไป แต่อาจเป็นจริงได้
     7. การเขียนบางสิ่งบางอย่างลงในกระดาษแล้วให้ บรรยายหัวข้อที่กำลังศึกษา เป็นต้นว่า เรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แล้วครูก็ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงหลักการทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
     8. กิจกรรมการอ่านอย่างสร้างสรรค์ เมื่อครูให้นักเรียนอ่านเรื่องใดก็ตาม หลังจากที่นักเรียนอ่านแล้ว ครูควรให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นแนวความคิดใหม่ มโนมติ หรือหลักการที่ได้จากการอ่านในครั้งนี้
     9. การรวบรวมปัญหา หรือสิ่งต่างๆ ที่จะเสาะแสวงหาความรู้ ครูอาจให้นักเรียนช่วยกันเขียนรายการปัญหาที่ต้องเสาะหาแสวงหาความรู้ที่จะแก้ปัญหานั้น
จากข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในข้างต้น นั้นเราพอสรุปได้ว่า การจัดกิจกรรมให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถทำได้หลายแนวทาง หลายรูปแบบ ทั้งการฟัง การอ่าน การเขียน และการแสดงออกในด้านต่างๆ ซึ่งการที่เราจะเลือกใช้กิจกรรมใดนั้น จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับลักษณะของเนื้อหาในบทเรียน  แต่อย่างไรก็ตาม การที่นักเรียนแต่ละคนจะคิดสร้างสรรค์ได้มากน้อย เพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสำคัญหลายประการ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่นักเรียนผู้นั้นได้แก่  องค์ประกอบด้านทัศนคติ และบุคลิกลักษณะ การที่เราจะรู้เพียงเทคนิควิธีการคิดสร้างสรรค์นั้น อาจจะสามารถคิดเชิงสร้างสรรค์ได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมีทัศนคติ และบุคลิกภาพในเชิงที่สร้างสรรค์ เป็นองค์ประกอบร่วมด้วย บุคคลนั้นจะสามารถคิดสร้างสรรค์ ได้อย่างดีมาก เช่นการสอนให้นักเรียนรับรู้และเข้าใจ พร้อมทั้งการเปิดใจกว้างต่อการรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะเรียนรู้เสมอ มีอิสระในการคิดพินิจ มีแรงจูงใจและความต้องการอันแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ และที่สำคัญก็คือผู้นั้นจะต้องสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี มีความมั่นคงในจิตใจเพียงพอนั้นเององค์ประกอบด้านความสามารถทางสติปัญญา ซึ่งการที่จะสอนให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นทักษะระดับสูง ได้นั้น ผู้สอนต้องศึกษาและคำนึงถึงระดับความสามารถทางสติปัญญา ของนักเรียนด้วย ซึ่งได้แก่  ความสามารถในการกำหนดขอบเขตของปัญหา  ความสามารถในการใช้จินตนาการ ในการพิจารณาปัญหา เพื่อนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ความสามารถในการมุ่งสู่หนทาง การแก้ปัญหาที่มีศักยภาพของเรื่องนั้นๆ องค์ประกอบด้านแรงจูงใจ แรงจูงใจเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่กระตุ้นให้นักเรียนรู้สึกต้องการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีทั้งแรงจูงใจภายใน และแรงกระตุ้นจากภายนอก แรงจูงใจกระตุ้นจากภายใน ที่มีประโยชน์ต่อความคิดสร้างสรรค์ เช่นการให้รางวัลเพื่อเป็นกำลังใจ เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจจากภายใน และภายนอกที่ผสมผสานกันอย่างสมดุล จะช่วยให้การทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์ บรรลุวัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี เราไม่ควรที่ที่จะเน้นจะเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งมากเป็นพิเศษและองค์ประกอบสุดท้ายก็คือ องค์ประกอบด้านของสภาพแวดล้อม การที่นักเรียนจะสามารถคิดสร้างสรรค์ ได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมร่วมด้วยเป็นสำคัญ ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนก็ควรให้นักเรียนได้รับการส่งเสริมและเชิญชวน ด้วยการสร้างบรรยากาศ ที่เหมาะสมเชิญชวน เช่น มีการให้รางวัล และสนับสนุนอย่างเสรี บริบทสภาพการจัดการเรียนรู้เช่นนี้ ย่อมส่งเสริมให้นักเรียนของเรามีความคิดสร้างสรรค์ได้แน่นอน
         ดังนั้นเราพอเห็นแล้วว่าในเรื่องของการทำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบ ที่มีผลต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์  จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียนเพียงใด  ด้วยเหตุนี้การนำแนวคิดดังกล่าวที่ได้นำเสนอไปประยุกต์เข้ากับ การจัดการเรียนการสอน เพื่อการคิดหาเทคนิควิธีการ ไปฝึกฝนให้นักเรียนสามารถเป็นนักคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดี   แต่อย่างไรก็ตามกลไกสำคัญของการทำให้เกิดการคิดสร้างสรรค์ได้ จะต้องเริ่มต้นที่ ตัวครูผู้สอนเสียก่อน ที่จะไม่ยึดติดอยู่กับกรอบรูปแบบเดิม   หากการยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิมนั้นไปขัดขวาง หรือทำลายการคิดสร้างสรรค์ในนักเรียนแล้ว  ก็ถือได้ว่าการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่หากครูผู้สอนท่านใดสามารถพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้แล้วสามารถดึงเอาความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนออกมาใช้เป็นประโยชน์ได้ถือเป็นผู้สร้าง ผู้พัฒนาคนที่ยั่งยืนนั่นเอง

________________________________________

 

รายการอ้างอิง

 ดุษฎี  บริพัตร ณ อยุธยา.(253). เพลินคิดพลอยฝัน. กรุงเทพฯ: แสงศิลป์การพิมพ์.
 
 ปรทุม  อัตชู. (2535). “กิจกรรมเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์” . วารสาร สสวท. ฉบับที่ 77 (20) หน้า 1-3

 ภพ  เลาหไพบูลย์. (2537). แนวการสอนวิทยาศาสตร์ . กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิช
 
 อารี  พันธ์มณีย์. (2537). ความคิดสร้างสรรค์ . กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ 1412.

 อารี  รังสินันท์. (2539). ความคิดสร้างสรรค์ . กรุงเทพฯ : ธนะการพิมพ์


***สามารถเข้าสืบค้นและอ่านต่อได้ที่  
      http://suriyan11.blogspot.com/2010/05/2539-1.html