ใครที่ขันอาสามาเป็นนายกรัฐมนตรีไทยในยามนี้ ต้องมี "วุฒิภาวะทางอารมณ์"สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก


 

ภาพจาก Internet


☺ ใครที่ขันอาสามาเป็นนายกรัฐมนตรีไทยในยามนี้  ต้องมี "วุฒิภาวะทางอารมณ์"สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่านัก 
โดยเฉพาะต้องอาศัย"มีสติ" และต้อง"อดทน อดกลั้น"จากหลายฝ่ายที่สรรหาวาทกรรมถาโถมโจมตีเข้าใส่แทบไม่ค่อย
ยั้งปาก ยั้งคอ ยั้งมือกันบ้างเลย !


นอกสภา นับแต่การปลุกปั่นยุยงใส่ร้ายป้ายสีด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จก้าวร้าวรุนแรงนานา สารพัด  ให้เกิดความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชัง  บนเวทีของผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ได้ฟังบ่อย ๆ ชินชาจน "คิดว่าเป็นเรื่องจริง" !


ในสภา ก็ต้องทนนั่งฟังฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น บางคน"แอ็คอาร์ต"วาดลวดลายออกท่าทาง กล่าวหาด่าทอ จริงบ้างไม่จริงบ้าง
"จับแพะชนแกะ" ไม่ทิ้งนิสัยถาวรเดิม  หลายคนพูดจาอภิปรายเวียนวนซ้ำซาก นอกประเด็น  บางคนออกอ่าว ออกทะเล แทบหาฝั่งไม่เจอ  จะเบื่อหน่ายอย่างไร  ก็ต้องทนนั่งฟังจนจบ


• นอกจากนอกสภา-ในสภาดังกล่าวแล้ว   ก็ยังมีนักวิจารณ์การเมือง"ผู้รู้รอบ"และพวก"กูรู้ดี"จากสื่อมวลชนผู้หวังดี(ประสงค์ร้าย)สารพัด  ที่แสดงความคิดเห็นกดดันต่าง ๆ นานา  บางข้อเสนอน่ารับฟัง..แต่จะทำให้ทันอกทันใจผู้คนในเร็ววันก็ทำได้ยากยิ่ง ทุกอย่างต้องสุขุมรอบคอบ เพราะต้องรับผิดชอบพี่น้องต่อคนไทยทั้งประเทศ


• ทั้งหลายทั้งปวง  การที่นายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" สามารถฝ่าวิกฤติร้ายแรงทนความกดดันและแรงเสียดทานรอบด้านแบบสาหัส-สากรรจ์มาได้  ก็ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ ครับผม.

 ..........................................................................................................................................