หนังสือ Dream from My Father เขียนโดย Barack Obama เมื่อปี ๑๙๙๕ ก่อนเป็นประธานาธิบดี ๑๔ ปี   อ่านแล้ววางไม่ลงครับ   เป็นหนังสือที่ีเขียนแบบเขียนจากใจ เค้นจิตใต้สำนึกที่ตนเองก็ไม่เข้าใจออกมาตีแผ่ความยากลำบากในการหาตัวตนของตนเอง

          ผมได้เข้าใจความยากลำบากในการดำรงช่วิตอย่างมีศักดิ์ศรีของคนดำในสหร้ฐอเมริกา  ว่าม้นยากอย่างไร

          บทที่ ๑๒ เล่าเรื่องการทำงานเป็น community organizer ในเมืองชิคาโก บริเวณที่ชื่อ Altgeld สนุกมาก    ผมอยากให้คนที่ทำงาน NGO ได้อ่าน    ที่สำคัญคุณ Barack Obama ใช้ AAR กับชาวบ้านตอนกลับจากรวมตัวกันไปขอหลักฐานการตรวจ แอสเบสทอส ในอาคารของโครงการ   ทำให้ชาวบ้านเกิดการเรียนรู้ จากการรวมตัวกันเจรจากับฝ่ายผู้ประกอบการและฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ   อ่านตอนนี้ทำให้ผมนึกถึงกรณีมาบตาพุด

          เรื่องราวตอนทำงานเป็น NGO   ทำให้ผมสรุปว่าคนจน จนเพราะขาดทักษะในการรวมต้วกัน เพื่อสิทธิอันพึงมีพึงได้ในชีวิต   และในตอนหลัง เมื่อ Barack Obama ไปเยี่ยมญาติที่ประเทศเคนยา   ได้เห็นว่า มองอีกมุมหนึ่ง “ความยากจน” (poverty) เป็นวาทกรรมอย่างหนึ่ง   โดยที่คนในประเทศด้อยพัฒนาที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ไม่คิดว่าตนยากจน   ไม่เปรียบเทียบกับคนอื่น   แต่เมื่อมีวาทกรรมความยากจนจากภายนอก คนเหล่านี้จึงจับเอาวาทกรรมเอาใช้ในการขอจากคนอื่น   เป็นการใช้วาทกรรมความยากจนในทางที่ผิด   คือทางงอมืองอเท้าและขอหรือรอความช่วยเหลือ   ไม่ใช้ในทางที่ถูก คือรวมตัวกันทำงานเพื่อชีวิตที่ดีกว่า   เป็นการลุกขึ้นมาช่วยตัวเอง ไม่ใช่รอความช่วยเหลือจากคนอื่น 

          หนังสือนี้ใช้คำพูดเยอะมาก และเป็นภาษาพูดของคนดำ ที่ผมไม่คุ้น   แต่พออ่านไปได้ครึ่งเล่ม ก็จับความได้ว่าคนดำมีภาษาพูดแบบปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ   เช่น We won't need no mike.  หรือ   I ain't never seen it like this. ทำให้ผมสงสัยว่าต้องมีเหตุผลทางสังคมที่ทำให้เขาใช้ภาษา “ยมกปฏิเสธ” เช่นนี้ 

          ผมซื้อหนังสือเล่มนี้ทาง อินเทอร์เน็ต ใช้เวลา ๒ นาทีก็ได้หนังสือมาเป็น e-book   อ่านด้วย Kindle reader   ซึ่งสะดวกในแง่ที่มันเบาและบรรจุหนังสือไว้ได้มากเล่ม   และเลือกขนาดตัวหนังสือได้   คนแก่อย่างผมตาไม่ดีก็เลือกตัวหนังสือโตๆ อ่านสบาย   อ่านแล้ววางไม่ลง เพราะแกเขียนเก่งจริงๆ   และเรื่องราวก็สนุกมากด้วย   ให้ทั้งความรู้และข้อคิดดีๆ

          แต่ e-book ของ Amazon Kindle ก็มีจุดอ่อน คือไม่มีรูป   เข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้ใน pronted version จะมีรูปของบรรพบุรุษที่เอ่ยถึง   แต่สำหรับคนที่มีชื่อเสียงเช่นนี้ เราหารูปดูได้จาก อินเทอร์เน็ต ที่นี่  

          หนังสือนี้มี ๓ ตอน  ตอนที่ ๑ ชีวิตตอนเป็นเด็ก   ตอนที่ ๒ การทำงานที่ชิคาโก   และตอนที่ ๓ การไปเยี่ยมญาติที่เคนยา   ทุกตอนน่าสนใจแบบอ่านแล้ววางไม่ลง   ในตอนที่ ๓ บรรยายสภาพสังคมในประเทศเคนยาโดยใช้เรื่องราวของบรรพบุรุษ ที่เล่าโดยญาติสูงอายุ   แม้จะเน้นชีวิตของพ่อและปู่ของผู้เขียน   แต่ก็ได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของประเทศเคนยา และสังคมที่บุรุษเป็นใหญ่  สังคมมากเมีย อย่างชัดเจน 

          เป็นหนังสือที่อ่านแล้วได้ความรู้หลากหลายด้านมาก   ทั้งวิธีเขียนหนังสือแนวอัตชีวประวัติ ที่ไม่น่าเบื่อ   เรื่องเชิงประวัติศาสตร์   เรื่องทางสังคม   และวิธีมองโลกวิเคราะห์สภาพความจริงในสังคมอย่างลึกซึ้ง

 

 

วิจารณ์ พานิช
๓ พ.ค. ๕๓