เมื่อวานเห็นความยึดมั่นในคำว่า

“ฉันเป็นเภสัชกร”

ก่อนหน้านี้ตอนที่โผล่มาไม่เห็น เหตุการณ์เมื่อวานชุดทำงานที่ใส่คือ เสื้อกาวน์ปักชื่อ พร้อมกระโปรง ใส่ตั้งแต่เช้าใช้ชีวิตเช่นเดิมคือ ไปวัด ไปทำงาน กลับบ้าน ภายในใจเบ่ง เหมือนอึ่งอ่างลำพอง แต่พอไม่มีใครให้ความสำคัญ ความเบ่งมันค่อย ๆ แฟบลง แฟบลง แฟบลง เหมือนต้นไม้ไม่ถูกรดน้ำ อืมครั้งนี้น่าจะใช้คำว่า

“วัชพืชไม่ถูกรดน้ำ ดั่งที่ครูเคยเปรียบเปรย”

            กลับจากทำงานทั้งที่งานไม่หนัก แต่ใจเป็นเป๋ ๆ เกเร เดี้ยง ๆ หลับไป ขณะทำดีท๊อก ระลึกถึงคำครูว่า “ให้เผชิญหน้า ลุยเลย” ภาพที่ครูพาไปเผชิญหน้ากับความกลัวในอดีต หลั่งไหลเข้ามา ครูพาทำมาแล้วอย่างยาวนาน เผชิญอย่างมีลูกเล่น ครั้งนั้นหนูไม่มีสติ ครูท่านคอยเป็นสติให้ คือ คอยเตือนสติ ให้กล้าหาญ จนกระทั่งยอมรับ อย่างที่ครูเอ่ยเสมอ ๆ ว่า

“บ่งหนอง ผ่าตัดใหญ่”

ระหว่างผาตัดมันก็มีเจ็บบ้าง แล้วก็ต้องมีระยะพักพื้นบ้าง แต่โรคร้ายก็หายขาด ดีกว่าเลี้ยงไข้         

             เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แค่เฝ้าดู เห็นอะไรเยอะ ไม่ต่อต้าน แต่อดทน เมื่อวานไม่มีแม้เพียงความตั้งใจจะกำจัดตัวตน มีเพียงทำไปอย่างที่ใจปรารถนา แต่พอมาทบทวนในตนเองแล้ว เห็นความลำพองใจในวิชาชีพตอนเช้า สาย ๆ มาลีบลง แล้วก็กลับมาปกติ

                รู้สึกตกใจบ้าง ทำไมถึงตกใจ ก็เพราะคิดอยู่เสมอว่า

“ฉันไม่ยึดกับคำว่า เภสัชกร ฉันไม่ใช่เภสัชกร ฉันไม่ได้จ่ายยา ฉันไม่ใช่เภสัชพาณิชย์”

ทั้ง ๆที่ก่อนหน้านี้ ครูเคยชี้ให้เห็นซ้ำ ๆ แต่ไม่ยอมรับ

                แท้ที่จริงภายในใจ ตัวตนใหญ่คับฟ้า แต่ไม่มีปัญญาจะมองเห็น เภสัชกร ก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่ถูกใจใช้เป็นเหยื่อ การทำกับข้าวไปวัด การเป็น HiPPs การปฏิบัติภาวนา ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เป็นเหยื่อของความเป็นตัวตน

                ก่อนหน้านี้เคยคิดว่า การต่อสู้เพื่อละความเป็นตัวตน ต้องสู้แบบเอาเป็นเอาตาย วิ่งไปจนกว่าจะหมดแรง ว่ายน้ำไปจนกว่าจะว่ายไม่ไหว เขียนบันทึกเอาเยอะ ๆ จนกว่าจะเขียนไม่ออก ต้องสวดมนต์เยอะ ๆ เพราะ ๆ เสียงดัง ๆ จึงจะเข้าใจในบทสวด ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกว่า “คิดผิด”

สิ่งที่ครูชี้แนะให้ทำทั้งหมดเป็นแนวทางเป็นการเสริมกำลัง แต่พอจะเข้าใจอะไรหรือรู้ในอะไร ไม่จำเป็นต้องเฉพาะตอนที่ต้องทำสิ่งเหล่านั้น มิหนำซ้ำ ใจขณะที่ทำสิ่งต่าง ๆที่ครูแนะให้ หรือต้องทำในสิ่งที่ตั้งใจนั้น กลับประกอบด้วยโทสะ รู้สึกเครียด เบื่อ เศร้าหมอง

                รู้อะไรไหมค่ะ แม้กระทั่งที่เขียนอยู่นี่ก็มีเสียงของครูดังอยู่ภายในว่า

“ฉันบอกแกแล้ว ไม่รู้กี่พันครั้ง จะให้ฉันบอกแกอีกกี่ครั้งวะติ๋ว”

เพราะเหมือนพึ่งเข้าใจว่า

ความสำคัญของการปฏิบัติไม่ใช่วิธี แต่เป็น “ใจที่ประกอบด้วยสติ”