กราบสวัสดีค่ะครู

            วันนี้ (๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓) นอนเขียนจดหมายถึงครูในบ้านของครูเอง รู้สึกดีจังเลยค่ะ คืนก่อนนอนหลับไปแบบน๊อตหลุด ตื่นมาอีกทีตีสี่ แม้ไม่ค่อยจะอยากลุก (ผิดศีลข้อ ๓ อยากนอนต่อ ผิดศีลข้อ ๕ เมาหลงกับการนอน) แต่ก็ลุกตื่นขึ้นมาจัดแจงหุงข้าว รดน้ำต้นไม้ ออกกำลังกายเลี่ยงไปในจุดที่คนไม่พลุพล่าน ขากลับได้ยินเสียงพี่ ๆ คุยกันเรื่องสถานการณ์จึงลองเข้าไปสอบถาม แต่ก็ไม่มีอะไร กลับมาถึงบ้านเตรียมกับข้าวใส่บาตร เช้านี้มีนัดกับน้องไปยกตู้ของครูตอนสามโมงเช้า จึงเพียงยกสำรับ ฟังเทศน์แล้วก็กลับบ้าน เห็นสายที่ไม่ได้รับเป็นชื่อครู กดโทรออกปรากฏว่า ตังค์ในมือถือไม่มี ขุ่นมัวแป๊บหนึ่ง (ผิดศีลข้อ๑) ต่อว่าตนเองที่ซื้อมาแล้วแต่ไม่เติม (ผิดศีลข้อ ๔) รู้สึกเครียด (ผิดศีลข้อ๑)  กลับมาถึงบ้านเติมเงินแล้วกดโทรหาครู แต่ไม่มีใครรับ หนูจึงทำดีท๊อกซ์ สักพักครูโทรหาแจ้งว่าน้องไปรอที่บ้านแล้ว และเล่าให้ฟังว่าทำไมท่านจึงอยากให้มาวัด เพราะว่าแม่ชีท่านนี้เป็นนักสู้ ท่านผ่านอะไรมาเยอะการได้มาเรียนรู้จากท่านเป็นสิ่งดี จัดแจงอาบน้ำแล้วก็

                ครูค่ะ คืนก่อนหนูเขียนถึงตรงนี้แล้วก็ฟุ๊บหลับไป (ผิดศีลข้อ ๔ และข้อ ๕) รู้สึกอายครูเหมือนกัน แต่มันก็คือความจริงที่เกิดขึ้นแล้วค่ะ ขอโอกาสเล่าต่อเลยนะคะ

                นัดแนะกับน้อง ไปยกตู้และโซฟาที่ห้องของครู ของไม่เยอะนัก พอจัดของเสร็จนึกขึ้นได้ลืมตั๋วเครื่องบินครู (ผิดศีล ข้อ ๔ พูดแล้วทำไม่ได้ โชคดีที่นึกได้ก่อน ข้อ ๕ ประมาทไม่จัดการให้พร้อม) จึงเสียเวลากลับมาเอา ขับไปเรื่อย ๆ ใจหนูนึกขึ้นว่ายังไม่มีผ้าถุงดำ จึงตัดสินใจแวะซื้อที่เชียงยืน เสียเวลาไปนานเหมือนกันค่ะครู เพราะว่าต้องรอเขาเย็บ ใจร้อนรนพอควร (ผิดศีลข้อ ๑ โทสะเกิดเบียดเบียนตนเอง ทำให้แม่ค้ารู้สึกอึดอัด) พอเสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่รถขับไปเรื่อย ๆ ครูโทรมาถามตอนที่ขับถึงยางตลาด แม้ตอนแรกตั้งใจจะขับไปทานข้าวเที่ยงกับครู แต่ไม่ทันก็คือไม่ทัน พอไปถึงโทรหาเห็นครูไม่รับสาย จึงตัดสินใจแวะบ้านใน เพราะว่าคุณแม่ของครูคงจะอยู่ พอถึงบ้านครูลงไปไหว้ท่าน เลี้ยวรถเข้าจอดแล้วยกของที่ไม่หนักนักลง พอครูมากับพี่จำปี เป็นความคุ้นเคยที่เราได้มาเจอกัน ครูแวะกลับที่ทำงานขณะที่หนูรู้สึกหิวจึงขอโอกาสทานกับข้าวฝีมือแม่ของครู ทานเสร็จเก็บสำรับ แม่ของครูท่านเข้าไปขัดห้องน้ำ หนูจึงกวาดบ้านพร้อมระลึกถึงคำพูดครูที่ให้โอกาสไว้ว่า “ทำงานบ้านแทนพี่ด้วยนะ” กวาดเสร็จว่าจะถูกบ้าน แต่แม่ครูบอกว่าถูแล้วไม่ต้องถูอีก จึงเดินเลี่ยง ๆเข้าห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง จัดการขัดถู พองานเสร็จ หนูจึงนั่งลงอ่านหนังสือประวัติครูบาอาจารย์ นอนอ่านไปเรื่อย ๆ จนหลับไป ตื่นมาอีกทีได้ยินเสียง แม่ของครูผัดอะไรอยู่ในครัวจึงเดินออกมาคุยกับท่านและนั่งเป็นเพื่อน ท่านเอ่ยว่า ทำกับข้าวไว้รอหลาน รู้สึกได้ถึงความรักและความเอาใจใส่ ไม่นานหลานก็กลับจากโรงเรียน หนูจึงเลี่ยงเข้าไปในบ้าน แล้วครูก็กลับมา สักพักครูก็พาหนูไปว่ายน้ำ

                ครูขาเป็นการว่ายน้ำที่มาราธอนมากที่สุด ปกติหนูว่ายน้ำแค่ครึ่งชั่วโมงก็หนาวแล้ว ไม่ค่อยกล้าว่ายนักเพราะรู้สึกว่า “ท่าไม่สวย ไม่เคยเรียนว่ายน้ำ แค่ไม่ตกน้ำตาย” แต่การได้ว่ายกับครูวันนั้นหนูพยายามฝึกตนเอง พัฒนาตามคำชี้แนะของครู พัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังต้องฝึกอีกเยอะ ขึ้นจากสระน้ำ ครูพาไปแวะรับพี่จำปี เป็นอาหารเย็นที่สนุกสนานครื้นเครง มีเรื่องให้ชวนหัวกันอย่างสนุกสนาน แต่บางครั้งใจหนูยังรู้สึกถึงหมอกบาง ๆที่บังในใจ ไม่แสดงออกถึงตัวจน อืม หรือนิสัยที่อยู่ภายใน เหมือนความเป็นธรรมชาติในตนเองยังไม่ได้ถูกปลดปล่อยค่ะครู ได้แต่ดูอย่างอดทน กลับจากทานอาหารเย็น ครูเมตตาให้นอนที่ห้องเดิม คุณแม่ของครูเมตตามาก ๆ มาดูแลเรื่งห้องและผ้าห่มให้ พอเข้าห้องหนูเปิดคอมกะว่าจะเขียนจดหมายให้เสร็จ แต่แล้วก็หลับสลบกลางคัน

                กราบขอบพระคุณครูนะคะที่ให้โอกาสได้รับใช้ รู้สึกยินดีมาก ๆค่ะ