เช้าวันนี้ ผมแปลกใจที่เห็นฝูงแมลงเม่าอยู่ในถุงพลาสติกวางอยู่บนโต๊ะชั้นล่างของบ้าน ถามภรรยาเธอก็บอกว่าหลานชายวัยรุ่นของเธอนำมาให้เพราะรู้ว่าผมชอบกินแมลงเม่าคั่ว ผมก็ดีใจที่ได้กินของโปรด แต่ที่ดีใจมากกว่า คือได้เห็นการแสดงน้ำใจของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่ใครๆ รวมทั้งผมมักจะดูหมิ่นว่าเขาเป็นคนเกียจคร้าน ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่รักการทำงาน..........................................................................................................

            ผมย้อนกลับไปคิดถึงประสบการณ์สมัยที่เป็นครูดอย ที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่นั่นอยู่ติดชายแดน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่มีแม้แต่โรงเรียนและห้องส้วม ชาวกะเหรี่ยงที่นั่น แม้จะเนื้อตัวจะดู สกปรกมอมแมม แต่ถ้าวันไหน เขามีอาหารดีๆ ก็จะมาเชิญผมไปนั่งล้อมวงกินกันเสมอ เรื่องข้าวสาร กับพริกนี่ชาวบ้านขนนำมาให้ทั้งนั้น ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงพวกเขาอยู่ ..................................................................................................... ตอนเรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ เหมือนหนุ่มสาวทั่วไป ผมมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักธุรกิจ อยากรวย แต่งงานมีครอบครัวเหมือนภาพฝันโรแมนติคที่ชนชั้นกลางทั่วไปตะเกียกตะกายจะเป็นตามแบบที่อเมริกันครอบให้เราคิด ผมจำแม่นว่ารุ่นพี่ผู้จัดการใหญ่คนหนึ่ง จะนินทาชาวนาให้ฟังเสมอว่า พวกนี้ขี้เกียจ ไม่รู้จักใช้เวลาให้เกิดกำไร ตอนนั้น ผมก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร แต่ลึกๆก็นึกแย้งอยู่........................................................................................................หลายปีผ่านไป พอกลับมาเรียนต่อ อ่านหนังสือเพิ่ม และได้ลงไปศึกษาชีวิตจริงของชาวนาชาวไร่บนภูเขา  ถึงเริ่มมองเห็นว่า ความคิดเรื่องการใช้เวลาของคนในเมือง (นายทุน ชนชั้นกลาง นักธุรกิจ) กับชาวนาชาวไร่ชาวเขา ในชนบท   สองพื้นที่นี่แตกต่างกันอย่างยิ่งยวด..........................................................................................................ฟากเมือง หรือผู้ที่ด้รับการศึกษามาจากเมือง ในนามของ ความทันสมัย ..........................................................................................................ผู้มีความศิวิไลซ์ หรือจะเรียกอะไรที่สวยหรูกว่านี้ก็ตามแต่ เวลาคือสินทรัพย์ส่วนบุคคลที่ต้องถูกแปรสภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด (maximization) ในรูปของวัตถุเงินทอง  กลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคม (social norm) ของ ผู้ดี มีตระกูล ถึงขั้นมีบทลงโทษในหน่วยงานต่างๆหากมีการผิดเวลา เวลาจึงกลายเป็นศีลธรรมอีกข้อของคนในเมือง..........................................................................................................ฟากชนบท ผมคิดว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงเวลาในแง่ผลกำไรเป็นหลัก หากแต่มิการใช้เวลาอย่างซับซ้อนมากขึ้น แต่ถึงจะมีการใช้เวลาในแง่ของกำไรด้านการจ้างงานก็ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างเป็นใคร เช่น ถ้านายจ้างเป็นคนรวย เป็นนายทุนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องกัน ก็จะคิดค่าแรงเป็นตามเวลาที่ใช้ แต่ถ้าผู้จ้างเป็นคนรู้จัก ยิ่งเป็นญาติพี่น้องด้วยแล้ว เวลาที่ให้ในการทำงานจะไม่ได้คิดเอาแต่กำไร หากยังมีในแง่ของการตอบแทน การใช้หนี้ การสร้างบุญคุณ การแสดงน้ำใจขอบคุณ และอะไรๆอีกสารพัด ..........................................................................................................ชาวบ้านอาศัยหลักจารีตประเพณีความเชื่อทางศาสนาอีกเยอะแยะแต่ที่แน่ๆ ชาวบ้านไม่ได้นำเรื่องการใช้เวลาแบบกำไรspan>-ขาดทุนมาเป็นบรรทัดฐานสังคมในการตัดสินความดีงามของคน..........................................................................................................ผมคิดว่าวิธีคิดเรื่องเวลาของชนบทเช่นนี้เป็นพลังของชุมชนที่น่าสนใจครับ ลองคิดดูว่า ถ้าชาวบ้านคิดถึงการใช้เวลาในรูปแบบกำไรขาดทุนเป็นตัวตั้งแล้ว ผู้คนคงจะไปร่วมงานบุญพิธีต่างๆน้อยลง โดยอ้างว่า ไม่มีเวลา การดูแลเด็ก คนป่วยและคนชราในครัวเรือน จะกลายเป็นเรื่อง เสียเวลาการนั่งจับเข่าคุยกันตอนหัวค่ำของชาวบ้านจะกลายเป็นสิ่งไร้สาระ แล้วการสร้างการรวมกลุ่มโดยธรรมชาติให้ชุมชนเข้มแข็งจะเป็นไปได้อย่างไร..........................................................................................................บางทีผมก็มานึกๆอยู่ว่า มนุษย์เราสร้างเวลามากักขังอิสรภาพของตัวเอง โดยมีนาฬิกาเป็นผู้คุมติดตามเราไปทุกที่ทุกจังหวะ ไม่ว่าจะกิน ขี้ ปี้ นอน แน่นอนว่าผลดีมันก็มี แต่ผลเสียผลข้างคียงนี่ไม่ค่อยจะมีใครตั้งคำถาม เหมือนหลอกตัวเองให้เดินตามตูด คนไม่ล้างก้นกันอย่างเชื่องๆ ถึงเหม็นอุจจาระ ก็ยังเดินตามดม..........................................................................................................ตัวอย่างหนึ่ง เห็นได้ชัดที่ เราเองชักจะรอคอยอะไรไม่ได้ มนุษย์มีความอดทนน้อยลงทุกที ลองเทียบดูสิว่าขนาดรอการดาว์นโหลดไฟล์ห้านาทีนี่ก็หงุดหงิดกันแล้ว แล้วจะให้อดทนรอต่อเรื่องใหญ่ๆเช่น ความรัก การต่อสู้ทางสังคมเรื่องสิทธิ การประสบความสำเร็จและตกผลึกในชีวิตได้อย่างไร ..........................................................................................................มิเพียงเท่านั้น เรายังบั่นทอนความเป็นมนุษย์ของตัวเองและผู้อื่นลงด้วยการสร้างความเกลียดชังให้กับ คนที่ไม่รักษาเวลาโดยที่เผลอไผลต่อการวิเคราะห์ถึงบริบทที่มาที่ไปแห่งการแข็งขืนอารยะของพวกเขา..........................................................................................................อันนี้ ถ้ามันจริง เราจะปลอดจากการเป็นอาณานิคมของเวลา (ที่ใครก็ไม่รู้ เป็นคนสร้างขึ้น และชี้นิ้วสั่งให้เราทำตาม จนครอบงำให้เรากลายเป็นมนุษย์เลือดร้อนและดูถูกคนอื่นที่ ไม่รักษาเวลา) ได้อย่างไร หรือจะเป็นอิสระจากมันมากขึ้นได้อย่างไร ก็น่าคิด..........................................................................................................ผมดีใจที่หลายชายวัยรุ่นของภรรยาผม แม้ว่าเขาจะถูกปะป้ายโดยโลกสมัยใหม่ว่าเกียจคร้าน แต่ด้วยมุมมองการใช้เวลาของเขาที่ไม่ผูกติดกับทุน อย่างน้อย ก็ทำให้ผมได้กินของอร่อย ในนามของ น้ำใจ...........................................................................................................และผมภาวนาให้เขายังคงรักษาคุณสมบัติและมุมมองอย่างนี้ไว้ เพื่อตัวเขา ครอบครัวเขา และชุมชนของเขาในวันข้างหน้า...... ซึ่งเป็นสังคมของคนรุ่นลูกรุ่นหลานของพวกเราทุกคน