ศรัทธากับแสงหิ่งห้อย

เสียงเพลงดังแว่วมาจากหน้าวัดบังปืน  เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้เราเตรียมตัวต้อนรับ “มิตรภาพ  ความสุขและเรื่องราวดีๆของคนหนุ่มสาว รถบัสคันใหญ่จอดหน้าแคมป์แล้ว เสียงตะโกน เอ๊ อะ โววายเริ่มดัง  ขึ้นทันที เด็กๆและผู้ปกครองทยอยลงจากรถเข้าสู่ แม่กลองแคมป์  ทีมงานรีบออกมาต้อนรับคณะน้องๆและผู้ปกครอง  จัดแจงแนะนำสถานที่และที่พักเพื่อให้คณะจัดเก็บสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนเริ่มกิจกรรม

ต้นเรื่องมาจาก กลุ่มนักศึกษาหนุ่มสาววัยใส ต่างคนต่างมาแต่มีฝันเดียวกัน  คือแต่งเติมความสุขและเสริมสร้างพัฒนาการในด้านสังคมให้เด็กๆชุมชนวัดสร้อยทอง แถวๆพระราม 7

 “เราอยู่ในโลกใบใหญ่ที่ประกอบด้วยคนมากมายเกิดเป็นสังคม  เราไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยลำพัง  ฉะนั้นการเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน  และการพึ่งพิงธรรมชาติเป็นสิ่งที่น้องๆควรได้เรียนรู้”  น่าจะเป็นความมุ่งหมายของกลุ่มนักศึกษาที่ทำค่ายครั้งนี้

“เป็นคนดี คนเก่ง แค่นั้นไม่พอ  ต้องมีคุณธรรมด้วยเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น”  เรื่องราวของกลุ่มคนเล็กๆแต่ใจใหญ่เกินตัว คนต้นเรื่องในการจัดค่ายที่ผมตั้งชื่อเรียกเองว่า “ค่ายสร้างคน คนสร้างชีวิต” 

 “เด็กกับการเล่น” ผมว่าเป็นของคู่กัน การสร้างความคุ้นเคยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยให้เด็กได้เล่นผ่านเกมเป็นกลยุทธแรกที่กลุ่มหนุ่มสาววัยใส เลือกมาใช้ เสียงหัวเราะดังลั้นมาจากบนบ้านพร้อมเสียงสั่นไหวของแผ่นไม้กระดาน เป็นจังหวะตามการกระโดนของเด็กๆอย่างต่อเนื่องจากนั้นก็เริ่มนำเข้าสู่เนื้อหาถ่ายทอดผ่านโจทย์ที่ต้องการให้เด็กๆได้รับความรู้ แลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ อย่างมีเหตุผล และอิสระภาพ จากใจของตนถึงใจคนอื่น

ถึงเวลากินข้าวเที่ยง  ถึงแม้ว่ารสชาดของอาหารจะธรรมดาและเรียบง่าย  แต่พี่เลี้ยงค่ายก็สอนให้เด็กๆกินอย่างรู้ค่าและนึกถึงบุญคุณชาวนา  “กติกาใครกิน  ใครใช้ต้องล้างเอง”  ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเด็กๆ 

“การอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องใหญ่  เรียนรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ภายใต้กฎเกณฑ์ที่กำหนดจึงเป็นสิ่งสำคัญ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและความเสียสละทำให้ เศษอาหาร ถูกคัดแยก จาน ชาม ช้อม ส้อม แก้วน้ำ ถูกล้างทำความสะอาดและเก็บตากให้แห้งอย่างมีวินัย”  งานนี้ทีมงานจึงไม่ต้องเหนื่อยเพียงแค่เก็บตกเก็บล้างเล็กๆน้อยๆเท่านั้น  แต่ก็มีผู้ปกครองเข้ามาช่วยเป็นกองหนุนช่วยได้เยอะ

เย็นวันแรกเป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดของเด็กๆเพราะ “แปลกที่ แปลกคน” หลังจากอาบน้ำและกินข้าวเย็นเสร็จ  ค่ำคืนนี้ทีมงานพาน้องๆเรียนรู้ธรรมชาติป่าชายเลน และหิ่งห้อย สารคดีชุดสั้นที่มีสาระบอกเล่าเรื่องราวของหิ่งห้อยกับต้นลำพูคือคำตอบ จากคำถามของเด็กได้อย่างง่ายว่า “ทำไมหิ่งห้อยกับต้นลำพูถึงอยู่คู่กัน”  จบกิจกรรมในค่ำคืนนี้ด้วยการนำเด็กๆเดินดูหิ่งห้อย ท่ามกลางป่าลำพูบริเวณที่พัก ก่อนส่งเข้านอนอย่างมีความสุข

เช้าวันใหม่ ที่อิ่มเอมด้วยความอบอุ่นของพลังคนหนุ่มสาววัยใส กิจกรรมยามเช้าคือการออกกำลังกาย ด้วยท่าทางแปลกๆของคนนำ  ทำให้มีเสียงหัวเราะของเด็กๆเป็นระยะๆ  เกิดมิตรภาพที่ดีของกลุ่มคนต่างวัยระหว่าง เด็กๆ นักศึกษา และผู้ปกครอง  กิจกรรมวันนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงเรื่องราวความแตกต่างของชุมชนสองฝั่งคลองบางน้อย  กับแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เรื่องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ภายใต้ความแตกต่าง   ทีมงานจึงพาคณะทั้งหมดไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ณ คลองบางน้อย พื้นที่แห่งการเรียนรู้เรื่อง คลองสวย น้ำใส ตลาด ชุมชน และ วัด ที่อยู่อาศัยแบบพึ่งพา

สังคมเล็กๆริมคลองบางน้อย ทีมงานพาเดินเที่ยวชมตลาดจนมาถึงท่าเรือ ซึ่งทางชุมชนได้จัดเตรียม “เรือมาด”  เรือโบราณอายุหลายสิบปี พร้อมฝีพายรุ่นใหญ่ที่จะนำทางพายเรือบอกเล่าเรื่องชุมชนเก่าริมคลองบางน้อยมาจนมาถึงวัดไทร เพื่อเรียนรู้คุณธรรม และจริยธรรมอันดีงาม จบกิจกรรมนี้ด้วย การได้รับ พระเครื่อง ไว้ให้บูชากราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล ก่อนเดินทางกลับ แม่กลองแคมป์

เย็นวันที่สอง มีการบ้านให้เด็กๆได้ทำ ลานด้านหน้าถูกตกแต่งให้สวยงาม แบบบรรยากาศงานวัด เด็กๆต่างหลบมุม เก็บตัว สุ่มซ้อม ละครฉากเล็ก ที่จะนำเสนอในมุมมองความคิดของเด็กวัยใส ถึงเวลาของราตรีกาล เมื่อฟ้ามืด ท้องเริ่มหิว อาหารถูกจัดเตรียมพร้อม ให้อิ่มสบายกับอาหารมื้อใหญ่

การแสดงละครฉากเล็กมี 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่ง ถ่ายทอด “มุมมองของการรักษ์น้ำ รักคลอง” กลุ่มสองนำเสนอ “ความแตกต่าง” ของสังคม เมือง กับ ชนบท ทำให้เห็นความต่างของการใช้ชีวิต” เด็กๆนั่งเกาะกลุ่ม หัวเราะร่าเริง เสียงแซวดังลั่นเป็นระยะๆ  คืนนี้มีรางวัลขวัญใจวัยใส  ของขวัญมากมายเติมเต็มความสุขความสมหวังให้กับเด็กๆจนงานเลิกลา พร้อมเสียงยินดีปรีดาของผู้ชมรอบข้างที่แอบมองพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข เช่นกัน