พบกลากที่เท้าได้ถึงประมาณร้อยละสิบของผู้ที่สวมรองเท้าที่มิดชิด

ประเทศไทยเราอยู่ในเขตร้อนชื้น คือมีทั้งอากาศร้อนและมีความชื้นค่อนข้างสูง จึงเป็นถิ่นที่มีภูมิอากาศและภูมิประเทศ ที่พบการติดเชื้อของผิวหนัง จากเชื้อโรคชนิดต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา  โดยเฉพาะการติดเชื้อราที่ผิวหนังเป็นภาวะที่คนไทยคุ้นเคย คือได้ยินบ่อยๆ เช่น กลาก เกลื้อน เป็นต้น

การได้เคยพบ หรือ เคยเห็นรูป และได้อ่านและทำความเข้าใจในเรื่องราวที่คุ่นเคย ทำให้ยิ่งเข้าใจในเรื่องราวได้ถูกต้อง ในแง่มุมต่างๆ ที่อาจคาดไม่ถึง

บันทึกนี้เป็นเรื่องราวของการติดเชื้อรากลุ่มหนึ่งคือเชื้อกลาก ทำให้เกิดโรคติดเชื้อที่ผิวหนังกลุ่มหนึงคือ กลากที่ผิวหนัง บันทึกนี้นำเสนอเรื่องกลากที่ง่ามนิ้วเท้า

 

รูปแสดงกลากที่ง่ามนิ้วเท้า จะเห็นบริเวณง่ามนิ้วเท้า ผิวหนังมีลักษณะเปื่อยยุ่ย

กลากที่ง่ามนิ้วเท้า เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Tinea pedis หรือ dermatophytosis of the feet พบภาวะนี้ได้ในผู้ที่มีเท้าอับชื้นอยู่เนืองๆ  ข้อมูลจากตำราโรคผิวหนัง (Fitzpatrick's 7th ed.) พบกลากที่เท้าได้ถึงประมาณร้อยละสิบของผู้ที่สวมรองเท้าที่มิดชิด ดังเช่นในปัจจุบัน ที่บุรุษและสตรีมักสวมทั้งรองเท้าหุ้มส้นมิดชิด หรือ รองเท้ากีฬา

กลากที่เท้ามีลักษณะได้สี่แบบ ในคนที่เป็นกลากที่เท้าอาจจะมีหลายแบบในหนึ่งคน

แบบแรกเป็นแบบที่แสดงในรูปคือกลากชนิดที่เป็นบริเวณง่ามนิ้วเท้า หรือ ที่เรียกว่า Chronic intertriginous type (interdigital type) หรือบางครั้งเรียก "Athlete's foot" หรือแปลว่า "เท้านักกีฬา"  ภาวะนี้มีความใกล้เคียงกับการติดเชื้อราชนิดที่เป็นยีสต์ชนิดหนึ่งคือการติดเชื้อราที่ง่ามเท้าชนิดแคนดิดา (candida albicans หรือ candida sp.)

แบบที่สองเป็นชนิดที่แห้งเป็นสะเก็ด หรือ chronic hyperkeratotic type มักเป็นที่เท้าทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่มีผิวหนังที่หนาเช่นที่ส้นเท้าหรือบริเวณฝ่าเท้า บางครั้งเรียกว่า moccasin type ในกรณีที่เป็นกลากที่เท้าทั้งสองข้างและมีกลากที่มือหนึ่งข้างร่วมด้วย มีชื่อเรียกว่า "two feet-one hand syndrome"

แบบที่สามเป็นชนิดที่เป็นตุ่มพอง หรือที่เรียกว่า vesiculo-bullous type (vesiculo มาจากคำว่า vesicle คือตุ่มพองหรือตุ่มน้ำที่ผิวหนังที่มีขนาดตั้งแต่ห้ามิลลิเมตรหรือเล็กกว่านั้น ส่วนคำว่า bullous มาจากคำว่า bulla คือตุ่มพองหรือตุ่มน้ำที่ผิวหนังที่มีขนาดใหญ่กว่าห้ามิลลิเมตร) กลากชนิดนี้เป็นบริเวณผิวหนังที่เท้าที่บาง เช่นบริเวณด้านข้างส้นเท้า หรือ ผิวหนังด้านข้างเท้า

แบบสุดท้ายเป็นชนิดที่เป็นกลากที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เรียกว่า Acute ulcerative type ทำให้เกิดเป็นตุ่มหนอง หรือ เป็นหนอง มักเป็นที่ฝ่าเท้า

ต้นเหตุหรือเชื้อที่เป็นสาเหตุของกลากชนิดนี้เกิดจาก

  • เชื้อกลากชนิด Trichophyton rubrum เป็นอันดับที่หนึ่ง ที่พบบ่อยคือกลากที่เท้าแบบที่หนึ่งและสอง

  • ส่วนแบบที่สามและสี่เกิดจาก เชื้อกลากชนิด Trichophyton mentagrophytes

การดูลักษณะของผื่นที่ผิวหนังเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการวินิจฉัย ต้องใช้การพิสูจน์เชื้อโดยอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย โดยการขูดบริเวณผิวหนังที่สงสัยจะเป็นเชื้อรา นำไปวางบนสไลด์และหยด KOH แล้วนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ดูสายรา (ทราบผลทันที) หรือนำไปเพาะเชื้อ (รอผลประมาณสองถึงสามสัปดาห์)

การรักษา ทายาด้วยยาทารักษาเชื้อราโดยทายาอย่างน้อยสามหรือสี่สัปดาห์ หรือ รับประทานยารักษาเชื้อรา ซึ่งไม่ขอกล่าวรายละเอียดในที่นี้

 

ผู้สนใจเรื่องเชื้อราที่เล็บสามารถตามไปอ่านได้ที่ เชื้อราที่เล็บ: ภาวะที่คนที่มีมือขยัน เป็นกันบ่อยๆ