บทคัดย่อ
การพัฒนาและผลการทดลองใช้แบบฝึกทักษะ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือเพื่อสร้างแบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เพื่อศึกษาความสามารถในการเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 เกี่ยวกับแบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
สมมติฐานการวิจัย
1. แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. ผู้เรียนมีความสามารถในเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะ
3. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะ สูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนวัดทองศาลางาม สำนักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2550 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน
เครื่องมือที่ใช้พัฒนา ได้แก่
1. แบบฝึกทักษะ จำนวน 1 เล่ม
2. เครื่องมือวัดและประเมินผล จำนวน 1 ชุด
3. แบบทดสอบความคิดเห็นนักเรียน 1 ชุด
สรุปผลการวิจัย
จากการการพัฒนาและผลการทดลองใช้แบบฝึกทักษะ ได้ข้อสรุปดังนี้
1. ได้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
2. ผลการศึกษาความสามารถในการเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 แบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ 84.78/85.42 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
3. เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ พบว่าผู้เรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
4. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 เกี่ยวกับแบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ พบว่านักเรียนมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดคือ ร้อยละ 89.20
อภิปรายผล
1. จากผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพ 84.78/85.42 ซึ่งสูงกว่าเกินที่กำหนด สอดคล้องกับสมมุติฐานที่ว่า แบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพ 80/80 แสดงว่าแบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้ให้เกิดผลดีต่อผู้เรียน ดังเช่น วชิรวุธ สินธชัย (2541 : 78) ได้ทำศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ คิดเลขเร็ว เรื่องการคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า แบบฝึกเสริมทักษะคิดเลขเร็วเรื่องการคูณมีประสิทธิภาพ 92.85/86.16
2. จากผลการวิจัยพบว่า ความสามารถของนักเรียนทางการเรียนรู้หลังการใช้แบบฝึกทักษะ สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมุติฐาน ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยของจรีพร สามารถ (2543 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องร้อยละ โดยใช้ชุดการฝึก สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2542 กลุ่มโรงเรียนบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จำวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยการสุ่มเครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย ชุดการฝึกแบบอัตนัย จำนวน 3 ชุด แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องร้อยละ เป็นแบบปรนัยชนิด 5 ตัวเลือก จำนวน 3 ฉบับ แบบแผนในการฝึกครั้งนี้ คือ One-group Pretest-posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การทดสอบค่า t (t-test) อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01
ข้อเสนอแนะ
1. จากการศึกษาพบว่า เมื่อใช้แบบฝึกทักษะ ทำให้นักเรียนมีความสามารถในการเรียนดีขึ้น ดังนั้นครู ผู้ปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ควรนำวิธีการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ ไปใช้ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการเรียนเพิ่มขึ้น
2. การสอนการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละโดยใช้แบบฝึกเรื่องบทประยุกต์ นี้เป็นวิธีการสอนที่สามารถนำไปใช้กับเด็กปกติเพื่อฝึกการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ จากง่ายไปหายาก หรืนำไปใช้ฝึกฝนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ในเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ โดยใช้สอนเป็นรายบุคคลหรืสอนเป็นกลุ่มเล็กๆ
3. ควรทดลองใช้การสอนโจทย์ปัญหาร้อยละ โดยใช้แบบฝึกเรื่องบทประยุกต์ กับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษในด้านอื่นๆแต่มีปัญหาในเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ
4. ควรมีการสร้างแบบฝึกการแก้โจทย์ปัญหาในเรื่องอื่นๆ เช่น โจทย์ปัญหาเศษส่วน โจทย์ปัญหาทศนิยม ฯลฯ
