วันนี้ 19 พฤษภาคม 2553
เขียนบันทึกด้วยน้ำตา...อีกคราแล้ว
น้ำตาที่ไหลย้อนกลับเข้าไปสู่หัวใจ...เศร้า...

ฉันเฝ้าติดตามข่าวคราวของสังคมไทยที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติมาแล้วกว่าสองสัปดาห์
วันที่ 17 พค.53 ครบ 18 ปี ของ พฤษภาทมิฬ (17 พค.35)
แล้วสังคมไทยก็วิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้...วันที่เขียนบันทึก
ครั้งนี้ตัวฉันอยู่ไกลจากที่เกิดเหตุ...กลางเมือง
เพราะไม่ได้ไปทำงานหลายวันแล้ว...เป็นวันหยุดที่ไม่ได้ตั้งใจ

วันนี้ ฉันถูกปลุกขึ้นมารับข่าวสาร
...ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่แล้ว...ฉันได้เห็นรถถังนับร้อยอีกครั้งในกรุงเทพ
...ควันไฟคละคลุ้งทั่วเมือง...ด้วยกองเพลิงจากกองยางที่วางอยู่เรียงรายในหัวใจเมือง
...เสียงปีน เสียงระเบิด เสียงประทัด เสียงไซเรน และการแจ้งข่าวของสำนักข่าวต่างๆ
...สถิติการนับศพ นับผู้บาดเจ็บ ....ทบทวีขึ้นมาอีก
...มีคนบอกว่า "ต้องจบให้ได้ในวันนี้ ก่อนหกโมงเย็น"
ฯลฯ

น้ำตาไหลย้อนจากหัวใจ ออกสู่...ดวงตา...อาดูร
จะให้ฉันเชื่อไหมว่านี่คือ "สังคมไทย ในวันนี้"
วันนี้...และต่อไป สังคมไทย คงไม่เหมือนเดิม
ฉันยังไม่รู้ว่า เรื่องราวความรุนแรงนี้จะจบอย่างไร
แต่ฉันรู้ว่า...สงครามครั้งนี้...คนไทยฆ่ากันเอง
ฉันรู้ว่า...บาดแผลนี้จะเป็นอีกบทเรียนทางประวัติศาสตร์หนึ่งของประเทศไทย
มีหลายคนถูกจารึกให้เป็นวีรชน และอีกหลายคนถูกจารึกให้เป็นผู้ก่อการร้าย
ปัญหาเดิมๆ ของสังคมไทย ยังคงดำรงอยู่...
เพราะแท้จริงมันไม่ใช่โจทย์ของสงครามนี้มาตั้งแต่ต้น
ปัญหาใหม่ๆ ของสังคมไทย จะยิ่งเพิ่มเติมขึ้น...
ไม่ว่าจะเป็น...วัฒนธรรมของการใช้กำลัง การใช้อาวุธ การใช้ความรุนแรง
การแบ่งแยกคนออกเป็นกลุ่มๆ ด้วยอคติ ไม่รับฟังความแตกต่างกันมากขึ้น
วันนี้...กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยหมอกควันที่ปกคลุมไปทั่วเมือง
แต่วันพรุ่งนี้...หมอกควันเหล่านี้จะปกคลุมหัวใจของคนไทยไปอีกนาน

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ใครก่อกรรมไว้ก็ต้องรับกรรมนั้น
เหตุการณ์ที่เกิดในวันนี้และอาจจะสงบสุขในระดับหนึ่งในวันนี้
เป็นความปรารถนาของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่กำลังตามติดสถานะการณ์และให้กำลังใจกับฝ่ายทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่