การแทงหยวก  คือ  งานช่างศิลปะประเภทหนึ่งของงานช่างสิบหมู่     โดยใช้หยวกหรือต้นกล้วยลอกออกเป็นแผ่น  เรียกว่า  กาบกล้วย  แล้วใช้มีดแทงหยวกหรือภาษาช่าง  เรียกว่า  มีดหางหนู  เป็นเครื่องมือหลักในการฉลุกาบกล้วยเป็นลวดลาย  แล้วนำมาประกอบกันตามลักษณะของการใช้งาน  งานแทงหยวกเป็นงานศิลปะไทยอีกอย่างหนึ่งซึ่งมีความสวยงาม  นำมาใช้กับงานทางวัฒนธรรมประเพณีไทย  เช่น  ทำสังเค็ดในงานโกนจุกสำหรับให้เด็กนั่งในพิธีตัดจุก  ทำสังเค็ดตั้งองค์กฐินหรือตั้งอัฐิ  (กระดูก)  ในการทำบุญอัฐิ  ทำคานหามงานบวชนาคหรือทำเมรุเผาศพ  เป็นต้น
          ซึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร มีนายวัฒิชัย ทองหล่อ อยู่บ้านเลขที่ ๒๐๓ หมู่ ๓ ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาการแทงหยวก และได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการแทงหยวก มีหลายประเภท เช่น
         ๑. รูปร่างเป็นบุษบก สำหรับให้ขึ้นไปนั่ง
         ๒. แทงหยวกแห่นาค การแห่งนาคสมัยก่อนนิยมทำคานหาม คานหามคือ การเอาไม้ไผ่มาประกอบเป็นคานหามเป็นที่นั่งเหมือนกับเสลี่ยง แทงหยวกวางเข้าไปให้นาคนั่ง
         ๓. แทงหยวกตั้งกฐิน แทงเหมือนสันเพชรโกนจุกแล้วเอากฐินตั้งบนนั้น
         ๔. แทงหยวกงานศพ มีมากกว่างานประเภทอื่น ๆ คือทำเมรุลอยแล้วเอาไปเผาอบ ไม่เหมือนปัจจุบันทำเมรุลอยคือ เอาไม้มาตีเป็นโครงปะสังกะสี เหมือนของปลอมแล้วหยวกมาแทงขอบ ๆ ที่โครงเตาแล้วเอาฟืนใส่ไว้ข้างในแล้วเผาศพ
     ต้นกล้วยที่จะใช้ในการฉลุลวดลายจะต้องใช้กล้วยตานีเท่านั้น  เพราะมีคุณสมบัติที่ทนและผิวเรียบละเอียดกว่ากล้วยชนิดอื่น  และต้องเลือกต้นกล้วยที่มีลำต้นใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  ๘  นิ้ว  ถึง  ๑๒  นิ้วขึ้นไป  ยังไม่ออกผล  (ภาษาช่างแทงหยวกเรียกว่ากล้วยสาวยังไม่ตกเครือ)  การตัดต้นกล้วยจะใช้มีดโต้ตัดที่โคนต้นกล้วยและตัดยอดทิ้ง  จากนั้นจึงจะมาตัดเป็นท่อนยาวตามขนาดของการใช้งาน


       ก่อนจะทำการลอกกาบกล้วยต้องนำกาบกล้วยที่ไม่ใช้มาวางลองหยวกกล้วยก่อน  เพื่อป้องกันไม่ให้กาบกล้วยขูดกับพื้น  และเป็นการป้องกันกาบกล้วยช้ำ  ในขณะลอกกาบกล้วยจะต้องใช้น้ำรดด้วยจะทำให้การลอกกาบกล้วยง่ายขึ้น  (น้ำจะช่วยให้กาบกล้วยหลุดออกจากกัน)
                           
      ช่างแทงหยวกจะมีลวดลายหลายชนิดสำหรับแกะสลักหรือแทงหยวกเพื่อใช้ในงานต่างๆ  ซึ่งลวดลายเหล่านี้จะต้องมีการฝึกหัดตั้งแต่ขั้นพื้นฐานขึ้นไปจนถึงลวดลายที่เป็นลายไทยต่างๆ  ดังนี้
๑.    ลายพื้นฐานเป็นลายที่จะต้องฝึกหัดเป็นอันดับแรกเรียกว่าลายฟันปลา  หรือลายฟันหนึ่ง  ตามความเชื่อทางช่างโบราณถือว่าเป็นลายขั้นต้น

 

๒.    ลายฟันสาม  เป็นลายที่ดัดแปลงมาจากลายฟันปลา  เดิมมีฟันหนึ่งหยักจะเพิ่มลายฟันเป็นสามหรือสามหยัก

 

๓.    ลายฟันห้า  เป็นลายที่เพิ่มจากลายฟันสามหยัก  เป็นฟันห้าหยัก

๔.    ลายน่องสิงห์  หรือแข้งสิงห์  เป็นลายที่ละเอียดอ่อนกว่าหรือวิธีการแทงที่ยากไปกว่าลายพื้นฐาน

 

๕.    ลายเครือวัลย์หรือลายกนก  เป็นลายที่ช่างแทงหยวกยึดถือว่าเป็นลายครู  เพราะการแทงลายกนกนี้จะต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ  โดยช่างแทงหยวกที่มีฝีมือจะแทงโดยไม่ต้องเขียนลวดลาย  (ภาษาช่างแทงหยวกเรียกว่าแทงดิบ)

  

       การแลสี  คือ  ขั้นตอนการลงสีในลายกาบกล้วยที่ฉลุแล้วเพื่อให้เกิดความสวยงามตามความต้องการของช่างแทงหยวก    ภาษาช่างแทงหยวกเรียกว่าการแลสี  โดยนำสีย้อมผ้าละลายน้ำแล้วแปรงหรือพู่กันจุ่มสีทาลงบนฟันหรือลวดลายที่ฉลุไว้  แล้วใช้น้ำล้างสีที่ทาไว้ออก  ลวดลายต่างๆ  จะมีสีจับทำให้สวยงาม
      
          การแลสีต้องใช้น้ำล้างทุกครั้ง  เพราะสีจะจับอยู่กับลายหยวก  ถ้าไม่ล้างออกสีจะผสมกันเลอะเทอะ  และใช้งานไม่ได้

 

                                                                   โดย  นางจันทรา  กุลนันทคุณ
                                                                 นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ