ระหว่างนั่งรอขึ้นรถกลับขอนแก่นที่บริษัทนครชัยแอร์ ช่วงนี้กำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง ประกอบกับผู้คนเดินทางกันหนาตา

รอรถเป็นเวลาสี่ชั่วโมง เพราะไม่สามารถเลื่อนตั๋วได้

เป็นโอกาสที่ได้นั่งลงอ่านหนังสือที่ถือไปอย่างตั้งใจ ซึ่งประกอบด้วย

  • เราจะเดินไปไหน
  • ฉลาดได้อีก
  • นิตยสารซีเคร็ต

เราเเลกเปลี่ยนกันอ่าน พี่ปูเลือกอ่านซีเคร็ต พอเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กันท่านเอ่ยว่า

"เป็นการอ่านนิตยาสารที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา ฮ่า ๆ"

สักพักหนูไปนอนนวด ซึ่งเป็นบริการที่มีจัดไว้รับรองแขก นวดเสร็จกลับมามีน้องชายท่านหนึ่งนั่งแทนที่เก้าอี้ที่เคยนั่ง จึงเลี่ยงมานั่งเก้าอี้ข้าง ๆ

จากบทสนทนาทำให้ทราบว่าน้องเป็นคนกาฬสินธุ์ มาเพื่อสมัครเรียนที่รามคำแหง จะกลับขอนแก่นรอบสามทุ่ม คำนวณจากเวลาน่าจะถึงขอนแก่นตอนตีสาม แต่รถไปกาฬสินธุ์จะออกคันแรกประมาณตีห้า

แววตาน้องมีความมุ่งมั่น

ไม่รู้เหมือนกัน เราเจอกันเป็นครั้งแรก แต่รู้สึกได้ถึงความคุ้นเคย แว๊บขึ้นมาว่าหนังสือฉลาดได้อีก น้องน่าจะได้ลองอ่าน

ก่อนหนูแยกไปเข้าห้องน้ำ จึงมอบหนังสือ "ฉลาดได้อีก" เขียนโดย ดร.วรภัทร ภู่เจริญให้น้อง พร้อมบอกว่า

"ราตรีนี้อีกยาวไกล งั้นพี่ให้เล่มนี้ไว้อ่าน"

แล้วก็ลุกเดินไปห้องน้ำ

ส่วนหนึ่งก็รู้สึกเขิน ๆ ไม่เคยให้อะไรกับคนที่พึ่งเจอกันนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นคือ เอ็นดู

ขณะเดินเข้าไปห้องน้ำ หนูถามตนเองว่า

"ทำไมถึงเป็นเล่มนี้ ทำไมถึงไม่ใช่อีกสองเล่ม"

"หนังสือ เราจะเดินไปไหน" เป็นหนังสือที่ครูให้มา ยอมรับว่ารักและปรารถนาจะอ่านซ้ำหลาย ๆรอบ พิจารณาซ้ำไปอีก หากสมควรให้น้องจะกล้าให้ไหม แม้จะมีลังเล แต่ก็เชื่อว่ากล้าให้

 นิตยสารซีเคร็ต รู้สึกว่ายังไม่ใช่แนว จากการที่ได้ลองพูดคุย

สรุปหนังสือ ฉลาดได้อีก หนูรู้สึกว่า เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การมอบให้น้อง

ทั้ง ๆที่ ตอนนั้นหนูยังอ่านเล่มนี้ไม่จบ เหลืออีกเล็กน้อย แต่รู้สึกในตนเองว่า "ให้น้องแล้วจะเป็นประโยชน์"

เป็นการเรียนรู้การให้ เรียนรู้ใจตนเอง เพราะน้องกำลังเจอโจทย์ในการเรียนรู้ในหลักสูตร กังวลกับเส้นทางชีวิตข้างหน้า ไม่รู้ทำไม เพียงได้มีโอกาสหยิบยื่นสิ่งเล็ก ๆนี้ให้น้อง ใจหนูก็เบิกบาน เพียงระลึกถึงก็ยิ้มได้อย่างเบิกบาน