
ประเพณีตานสลาก หรือการทำบุญสลากภัตร ในล้านนาไทยมีชื่อเรียกแตกต่างไปตามแต่ละท้องที่ บางแห่งเรียกว่า "กิ๋นสลาก"บางแห่งเรียกว่า " ทานก๋วยสลาก"
กำหนดวันจัดงาน
ประเพณีตานสลากเป็นการถวายโดยไม่เจาะจงผู้รับ จะทำกันตั้งแต่วันเพ็ญเดือน 12 เหนือ (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ใต้) จนถึง เดือนเกี๋ยงดับ (แรม 15 ค่ำ เดือน 11 ใต้ ) ชาวบ้านจะนำพืชผลมาจัดทำเป็นก๋วยสลาก แล้วนิมนต์พระสงฆ์จากวัดใกล้เคียงมารับไทยทานสลาก


ประเภทของก๋วย
ก๋วยสลากแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. ก๋วยน้อย ใช้อุทิศแก่ผู้ตายหรือ เพื่อเป็นกุศลในภายหน้า
2. ก๋วยใหญ่ หรือสลากโชค หรือเป็นสลากที่บรรจุในก๋วยใหญ่ ใช้ถวายเป็นมหากุศลสำหรับบุคคลที่มีกำลังศรัทธาและร่ำรวยเงินทอง ทำถวายเพื่อเป็นปัจจัยภายหน้าให้มีบุญกุศลมากขึ้น


ก่อนวันทำพิธี “ตานก๋วยสลาก” ๑ วัน เรียกว่า “วันดา” เป็นวันจัดเตรียมสิ่งของ เครื่องไทยทาน พวกผู้ชายก็จะจัดการจักตอกสาน “ก๋วย” ไว้หลายๆ ใบ ทางฝ่ายหญิงก็จะจัดเตรียมห่อของกระจุก กระจิก เช่น ข้าวสาร พริก หอม กระเทียม เกลือ กะปิ ปลาร้า ขนมข้าวต้ม และอาหาร เช่นห่อหมก สีย้อมผ้า ผลไม้ต่างๆ เครื่องใช้สอยต่างๆ ตามแต่ศรัทธาและฐานะ สิ่งของต่างๆ เหล่านี้จะบรรจุ ลงในก๋วยซึ่งกรุด้วยใบตองหรือกระดาษสีต่างๆ เมื่อจัดการบรรจุสิ่งของต่างๆ ลงในก๋วยเรียบร้อยแล้วก็จะเอา “ยอด” คือ ธนบัตรผูกติดไม้เรียวเสียบไว้ “ยอด” ที่ใส่นั้นไม่จำกัด ว่าจะเท่าใดแล้วแต่กำลังทรัพย์

เช้าวันรุ่งขึ้นในวันทานสลาก จะใช้เด็ก ลูกหลานเอาเสื่อไปปูที่ลานวัด หรือตามศาลาบาตร และเอา “ก๋วยสลาก” ไปวางเรียงไว้เป็นแถวๆ ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะจัดเตรียมขัน(พาน) เข้าตอก ดอกไม้ ธูปเทียน ถือขัน (พาน) ไปวัดกันทั้งครอบครัว เพราะถือว่าการทานสลากภัตนี้มีอานิสสงส์มาก และจะได้ช่วยกันเอา “ก๋วยสลาก” ไปถวายพระในเวลามีการเรียก “เส้นสลาก”
