เราคนไทยส่วนใหญ่ขอบคุณอย่างมาก

  สร้างความประทับใจ เมื่อได้ฟัง...  ได้อ่าน

  คำกล่าวของคุณพงษ์พัฒน์ และคุณ วิภา...วดี 

              

 

                    

      โครงการในพระราชดำริล่าสุด

                  "ชั่วหัวมัน "

     และ บ้านที่ประทับ ในโครงการฯ      

                             

           

                คุณพงษ์พัฒน์  วชิรบรรจง .....อ๊อฟ

                 เกิดวันที่  2 กันยายน  พ.ศ 2504

          

 

      คุณพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ได้กล่าวคำพูดหลังได้รับถ้วยรางวัลที่ทุกคนได้ฟังแล้วบางคนถึงกับร้องไห้ และซาบซึ้งในสิ่งที่เขากล่าวอย่างมากมาย หลังจากนั้นผู้ที่ติดตามข่าวไม่ว่า จะสื่อทางไหนก็จะได้ทราบว่า เขาพูดอะไรบ้าง วันนี้ได้อ่านข่าว แล้วประทับใจ กับคำพูดของคุณพงษ์พัฒน์ และผู้เขียนคือ วิภา ...วดี จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันพุธที่ 19 พค.2553หน้า32 บันเทิงฟรีสไตล์  ซึ่งทั้ง 2 ได้กล่าวออกมาน่าประทับใจ จึงขอนำมาบอกกล่าวให้ทราบกันอีกครั้งนะคะ

 

 

        ซาบซึ้ง กับ พระคุณของพ่อ

    คนเราทุกคนทุกคนมีสิทธิ์ และมีอิสระในการแสดงออกความคิดเห็นของตัวเอง ไม่ผิดหรอกครับแต่บางครั้งเราก็ต้องดูว่าคนเหล่านั้น มีวุฒิภาวะมากพอหรือไม่ ถ้าสิทธิที่เขาได้รับไป สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาติบ้านเมือง บางทีเราก็ต้องตบไหล่เตือนสติเขาบ้าง

     วันก่อนผมได้มีโอกาสไปร่วมงานประกาศรางวัล"นาฏราช" ครั้งที่ 1 ที่หอประชุมกองทัพเรือ ก็อยู่ถึงช่วงที่นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ขึ้นมารับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง "พระจันทร์สีรุ้ง" หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นกล่าวความรู้สึก ซึ่งผมนำคำพูดของเขาแบบคำต่อคำมาให้คุณผู้อ่านได้ชมกันอีกครั้ง

       " เป็นรางวัลที่ได้รับบทบาทจากผู้เป็นพ่อก็ขออนุญาตพูดถึงพ่อนิดหนึ่ง พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน บ้านของผมหลังใหญ่ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคนผมเกิดมาในบ้านหลังนี้ก็สวยงามและอบอุ่นมากแล้ว แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้บรรพบุรุษของพ่อเสียเหงื่อเสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลกกว่าจะได้บ้านหลังนี้มา

       จนถึงวันนี้ พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้านและดูแลความสุขของทุกคนในบ้าน ถ้ามีใครสักคนโกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้ว ก็พาลมาลงที่พ่อ  เกลียดพ่อ  ด่าพ่อ  คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกกับคนๆนั้นว่า ถ้าเกลียดพ่อ  ไม่รักพ่อแล้ว  จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ  เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ  ผมรักในหลวงครับ  และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน  พวกเราสีเดียวกันครับ ศรีษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน ขอบคุณครับ"

           พอคุณพงษ์พัฒน์พูดจบ บรรดานักแสดงและทีมงานทุกคนในนั้นก็พร้อมใจกันลุกขึ้นปรบมือกันโดยไม่ได้นัดหมาย โดยเฉพาะ นักแสดงหนุ่ม นก-ฉัตรชัย  เปล่งพานิช เอง ก็ซาบซึ้งกับคำพูดของอ๊อฟมาก ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

           ณ เวลานั้น ผมเองก็นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ คำพูดเหล่านั้น สร้างความซาบซึ้งตรึงใจแก่ผมมาก สำหรับตัวผมเองก็ได้แต่หวังว่า  ถ้ากลุ่มคนที่กำลังชุมนุมอยู่ ได้ฟังประโยคเหล่านี้ พวกเขาจะได้ย้อนกลับไปมองสิ่งต่างๆที่ผ่านมาได้ตระหนักว่า ใครกันที่ทำเพื่อพวกเราชาวไทยมาโดยตลอด

       อย่ามองแค่ การกระทำอันฉาบฉวยของคนที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอีกเลย  ช่วยเปิดตาเปิดใจกันอีกสักนิด แล้วคุณก็จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่รักและห่วงใยประชาชนชาวไทยจริงๆ

        สุดท้ายนี้ ผมขอบคุณ คุณอ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ที่ได้กล่าวคำพูดเตือนสติคนไทย เพราะผมเองก็ไม่ได้ยินคำพูดซาบซึ้งแบบนี้มานานแล้วครับ ..(วิภา..วดี)

                                                                         

(ขอบคุณอย่างมาก คุณผู้ใช้นาม  วิภา..วดี และคุณ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่เมื่อมีโอกาส..ก็ได้เขียน และ ได้พูด สิ่งที่ดี.ที่ถูกต้อง อย่างมากในภาวะที่ประเทศไทยของเราเกิดการแตกแยก  .....กานดา  แสนมณี )

 และ ขอบคุณภาพคุณอ๊อฟ จาก ...เน็ต Google